เปิดใจกัปตัน! ‘เจอร์ราร์ด’ เผยคำเตือนสติ ‘ซาลาห์’ อย่าทิ้งตำนานหงส์แดงเพราะรอยร้าว ‘สล็อต’ ชี้ถึงเวลาต้องลาจาก
BK8 – บทเรียนจากตำนานถึงตำนาน: ‘เจอร์ราร์ด’ เตือนสติ ‘ซาลาห์’ อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งทำลายช่วงเวลา 9 ปีอันยิ่งใหญ่ – แทงบอล
วิถีของฟุตบอลมักมีวิธีสอนให้เราเรียนรู้ถึงการพบเจอและการจากลาเสมอ สำหรับสโมสรลิเวอร์พูล การประกาศอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือการปิดฉากเส้นทาง 9 ปีอันเรืองรอง แม้ว่าช่วงเวลาสุดท้ายของเขาจะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความขัดแย้งกับผู้จัดการทีมอย่าง อาร์เน่ สล็อต ก็ตาม
ความตึงเครียดปะทุขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังเกมที่เสมอกับลีดส์ ยูไนเต็ด 3-3 ซาลาห์ซึ่งหลุดเป็นตัวสำรองบ่อยครั้งในช่วงที่ฟอร์มตก (ยิงได้เพียง 5 ประตูจาก 22 นัดในลีก) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงตัดพ้อว่าเขาถูกสโมสร “ผลักให้รับเคราะห์” และยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสล็อตได้ขาดสะบั้นลงแล้ว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบาง สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมหงส์แดง ได้เปิดเผยผ่านรายการ The Overlap ว่า เขาได้ส่งข้อความไปเตือนสติซาลาห์เป็นการส่วนตัว
“อย่าจากไปแบบมีรอยด่างพร้อย”
เจอร์ราร์ด ผู้ซึ่งยังคงติดต่อกับซาลาห์อยู่บ้าง เล่าถึงบทสนทนาในวันนั้นว่า:
“ผมคุยกับเขาแบบตรงไปตรงมาในช่วงที่มีบทสัมภาษณ์นั้นออกมา ผมบอกเขาว่า ‘อย่าทำแบบที่คุณเพิ่งทำไป อย่าจากไปโดยมีเมฆหมอกปกคลุม คุณอยู่ที่นี่มา 8-9 ปี คุณมาที่นี่และสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่เอาไว้ จงเดินจากไปในแบบของคุณ… ด้วยวิธีที่ถูกต้อง'”
อดีตกัปตันหมายเลข 8 เชื่อว่า ซาลาห์กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่อ่อนไหวจากการถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในขณะเดียวกัน เจอร์ราร์ดก็มองว่าบทสัมภาษณ์ในวันนั้นคือสิ่งที่ดาวเตะอียิปต์จะต้องกลับมาเสียใจในภายหลัง
เข้าใจทั้งสองมุมมอง: เมื่อสังขารสวนทางกับความกระหาย
สิ่งที่ทำให้คำพูดของเจอร์ราร์ดมีน้ำหนักและลึกซึ้ง คือการที่เขาเคยยืนอยู่ตรงจุดนั้นมาก่อน ทั้งในฐานะ “นักเตะที่โรยรา” และ “ผู้จัดการทีมที่ต้องตัดสินใจ”
เจอร์ราร์ดย้อนรำลึกถึงช่วงเวลา 17 ปีของเขากับลิเวอร์พูล โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส
-
ในมุมของนักเตะ: “ผมเคยเจอเรื่องคล้ายๆ กันกับเบรนแดน คุณอาจจะไม่ได้เป็นผู้เล่นคนเดิมในวัย 34 หรือ 35 ปี มันไม่มีเหตุผลเลยที่คุณจะได้ลงเล่นทุกนาทีเพียงเพราะคุณเป็นกัปตัน แต่ในเวลานั้นมันทำใจยากนะ สมมติคุณกำลังจะเจอแมนฯ ยูไนเต็ด แล้วคุณต้องเป็นสำรอง คุณมองไปที่คนที่ได้ลงเล่นแล้วคิดว่า ‘ฉันก็เก่งเท่าหรืออาจจะเก่งกว่าพวกเขานะ’ มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับนักเตะ”
-
ในมุมของผู้จัดการทีม: “ตอนนี้ผมออกมาอยู่นอกสนามแล้ว ผมมองเรื่องนี้ด้วยอารมณ์ที่น้อยลง และเข้าใจจุดที่เบรนแดนยืนอยู่… ผมเคยเจอสถานการณ์นี้ตอนคุมเรนเจอร์สกับ เจอร์เมน เดโฟ เขาเป็นมืออาชีพที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เขาอยากลงเล่นทุกนาทีเพราะเขาอยู่ในสถานะเดียวกับผมตอนเล่นให้เบรนแดน แต่ในฐานะผู้จัดการทีม คุณต้องทำสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุดเพื่อทีม ถ้าใครฟอร์มตก หรือไม่สามารถทำในสิ่งที่คุณต้องการได้ คุณก็ต้องกล้าตัดสินใจ”
เวลาที่เหมาะสมที่สุด
ท้ายที่สุด เจอร์ราร์ดมองว่าการแยกทางกันในซัมเมอร์นี้ คือเส้นทางที่สวยงามและสมเหตุสมผลที่สุดแล้วสำหรับทุกฝ่าย
“ผมคิดว่ามันเป็นผลดีที่สุดสำหรับทุกคน ในความคิดผม จังหวะเวลามันถูกต้องแล้ว” เจอร์ราร์ดทิ้งท้าย “ลิเวอร์พูลเคยมองว่าจะต่อสัญญาเขาแค่ปีเดียว แต่เพราะสถิติของเขายอดเยี่ยมมาก พวกเขาเลยให้ไปสองปี สำหรับผม ผมมองว่านักเตะในระดับนั้นและในวัยนั้น มันควรจะเป็นแบบปีต่อปีมากกว่า… ผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่จะให้เรื่องนี้จบลง และจบลงตามเงื่อนไขที่งดงามของ โม ซาลาห์ เอง”
ไม่มีใครปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในฐานะดาวยิงสูงสุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยผลงาน 255 ประตู และเมื่อถึงวันสุดท้ายที่ต้องกล่าวคำอำลา แฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคนย่อมหวังว่า ภาพจำสุดท้ายของเขา จะไม่ใช่รอยร้าวในฤดูหนาว แต่เป็นรอยยิ้มและตำนานที่จะคงอยู่คู่แอนฟิลด์ตลอดไป


