เปิดเบื้องหลัง 72 ชม. พลิกนรก! “คาร์ริค” ปลุกผีเชือดเรือใบ – ลดเวลาซ้อม, คืนชีพ “ไมนู” และแทคติก “Back to Basics”
BK8 – จากทีมที่แตกสลายในยุค รูเบน อโมริม สู่ชัยชนะอันน่าเหลือเชื่อในศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้… ไมเคิล คาร์ริค ใช้เวลาเพียง 3 วันในการปลุกจิตวิญญาณปีศาจแดงให้ฟื้นคืนชีพ ด้วยการจัดการแบบ “ใส่ใจรายละเอียด” ทั้งในสนามและนอกสนาม จนสามารถหยุดเครื่องจักรสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้อย่างหมดจด – แทงบอล
เบื้องหลังชัยชนะ 2-0 เหนือ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่มาจาก “ความใส่ใจ (TLC)” และการเปลี่ยนแปลงเชิงจิตวิทยาที่คาร์ริคและทีมงาน (สตีฟ ฮอลแลนด์, โจนาธาน วู้ดเกต, จอนนี่ อีแวนส์) นำเข้ามาสู่แคร์ริงตัน
ลดเวลาซ้อม แต่เพิ่มความเข้มข้น คาร์ริคปรับตารางการซ้อมใหม่ให้ “สั้นลง” แต่เน้นความเข้มข้น (Intensity) มากขึ้น เพื่อให้นักเตะไม่รู้สึกล้า และเน้นการสื่อสารแบบเป็นกันเอง ต่างจากอโมริมที่มักจะเหินห่างและวิจารณ์นักเตะออกสื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เผยว่า: “บรรยากาศเปลี่ยนไปเลย เขาเงียบขรึมแต่ยิ้มแย้ม และให้ความมั่นใจกับเรา”
คืนชีพ “ไมนู” & “ดอร์กู” จุดเปลี่ยนสำคัญคือการให้ความสำคัญกับนักเตะที่เสียความมั่นใจ คาร์ริคส่ง ค็อบบี้ ไมนู ลงตัวจริงนัดแรกในรอบ 8 เดือน และเจ้าหนูก็ตอบแทนด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับ แพทริค ดอร์กู ที่เคยโดนอโมริมวิจารณ์ว่าเล่นแล้ว “ดูวิตกกังวล” แต่ในยุคคาร์ริค เขาเล่นได้อย่างมั่นใจและยิงประตูปิดกล่อง 2-0 ได้สำเร็จ
กลยุทธ์ “รถบัสมาสาย” ในวันแข่ง คาร์ริคสั่งให้นักเตะมารายงานตัว “ช้ากว่าปกติ 15 นาที” เพื่อให้รถบัสทีมไปถึงสนามช้าลงเล็กน้อย (เพื่อลดเวลาที่นักเตะต้องนั่งรอกดดันในห้องแต่งตัว) ซึ่งเป็นจิตวิทยาเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดก่อนเกมใหญ่
แทคติก 4-2-3-1: Back to Basics คาร์ริคทิ้งระบบหลัง 3 ของอโมริม และกลับมาใช้ 4-2-3-1 ที่คุ้นเคย
-
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กลับมาคุมหลังบ้าน เก็บ เออร์ลิง ฮาลันด์ เข้ากระเป๋า
-
บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้กลับไปยืนเบอร์ 10 (ไม่ต้องถอยต่ำ)
-
ไบรอัน เอ็มเบวโม่ (ที่เพิ่งกลับจาก AFCON) ถูกจับยืนหน้าเป้าและซัดประตูแรกได้ทันที
คาร์ริคย้ำกับลูกทีมหลังจบเกมว่า “อย่าเพิ่งหลงระเริง… นี่แค่เกมเดียว” แต่สำหรับแฟนผีแดง ชัยชนะนัดนี้คือสัญญาณว่า “ดีเอ็นเอ” ที่หายไปนาน ได้กลับมาแล้ว

