1 ปีกับ Red Bull: เปิดใจ “คล็อปป์” จากกุนซือสู่บอสใหญ่ฟุตบอลโลก – ยันไม่กลับไปคุมทีมแม้ “มาดริด” ตามจีบ
BK8 – “ผมคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ตอนแรกผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานนี้ต้องทำอะไร…” อดีตกุนซือลิเวอร์พูลเปิดใจหมดเปลือกหลังผ่านไป 1 ปี ในฐานะ “Head of Global Soccer” ของอาณาจักร Red Bull ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า เรอัล มาดริด จ้องดึงเขากลับไปคุมทีมข้างสนาม – แทงบอล
ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ แอร์เบ ไลป์ซิก ในเยอรมนี เจอร์เก้น คล็อปป์ (วัย 58 ปี) นั่งลงพร้อมเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อตอบคำถามที่คนทั้งโลกสงสัย: “ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่?”
ไม่ใช่ “ผู้จัดการ” แต่เป็น “พี่เลี้ยงผู้ทรงอิทธิพล” คล็อปป์ย้ำว่าเขาไม่ใช่คนที่จะไปก้าวก่ายการจัดตัวผู้เล่นของสโมสรในเครือ (ไลป์ซิก, ซัลซ์บูร์ก, นิวยอร์ก, บรากันติโน่, โอมิยะ) หรือเป็น “สัปเหร่อ” ที่คอยกดดันโค้ชให้โดนไล่ออก “ผมคือคนที่โค้ชเหล่านี้ไม่เคยมีในชีวิตการทำงาน… ผมคือที่ปรึกษาที่พวกเขาสามารถระบายความโดดเดี่ยวในการตัดสินใจได้ ผมจะไม่ตัดสินพวกเขา แต่จะช่วยหาคำตอบ”
บทบาทของคล็อปป์กว้างมาก ตั้งแต่บินไปทั่วโลกเพื่อดูงาน, ช่วยเจรจากับเอเยนต์ (ซึ่งชื่อชั้นของเขาทำให้ดึงดูดนักเตะอย่าง โยฮัน บากาโยโก้ มาร่วมทีมได้ง่ายขึ้น), ไปจนถึงการ “Scout โค้ช” รุ่นใหม่เพื่อเตรียมไว้สำหรับอนาคต
เปลี่ยนสไตล์ Red Bull: จาก 4-2-2-2 สู่ 4-3-3 อิทธิพลของคล็อปป์เริ่มเห็นผลชัดเจนในสนาม ทีมในเครือ Red Bull เริ่มปรับเปลี่ยนแทคติกจาก 4-2-2-2 อันเป็นเอกลักษณ์ มาเป็น 4-3-3 ที่เน้นปีกความเร็วสูง (สไตล์ลิเวอร์พูลยุครุ่งเรือง) และยังดึงเพื่อนซี้อย่าง ดาวิด วากเนอร์ มาดูแลอะคาเดมี่ของไลป์ซิก เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องการปั้นเด็กดันขึ้นชุดใหญ่
ข่าวลือ “มาดริด” และคำตอบสุดท้าย เมื่อสัปดาห์ก่อน เรอัล มาดริด เพิ่งปลด ชาบี อลอนโซ่ และชื่อของคล็อปป์ก็ถูกโยงทันที แต่เขายืนยันเสียงแข็ง: “ผมรู้ว่าผมคุมทีมได้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าผมต้องทำมันไปจนวันตาย ผมมีความสุขกับตรงนี้… ผมได้เรียนรู้ศัพท์ธุรกิจใหม่ๆ ได้เจอโลกใบใหม่ ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น”

