ถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน! ‘มามาร์ดาชวิลี่’ สัญลักษณ์ยุคใหม่ ลิเวอร์พูล เตรียมเฝ้าเสาดวล เปแอสเช ชี้ชะตาแชมเปี้ยนส์ลีก
BK8 – รอยต่อแห่งยุคสมัย! ‘มามาร์ดาชวิลี่’ สัญลักษณ์การเปลี่ยนผ่านของ ลิเวอร์พูล สู่บททดสอบสุดหินดวล ‘เปแอสเช’ – แทงบอล
อลีสซง เบ็คเกอร์ เคยยกให้มันเป็น “ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในชีวิต” และใครก็ตามที่ได้เห็นผลงานของนายทวารชาวบราซิล ในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเยือน ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ครั้งล่าสุด ย่อมไม่มีใครกล้าปฏิเสธคำพูดนั้น
พายุลูกยิง 28 ครั้งจากนักเตะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถูกสาดเข้ามาไม่ยั้ง แต่ อลีสซง โชว์ซูเปอร์เซฟไปถึง 9 ครั้ง ไฮไลต์คือการพุ่งปัดลูกยิงของ ควิช่า ควารัตสเคเลีย ด้วยมือเดียว ทั้งๆ ที่เสียจังหวะไปแล้ว แถมเขายังมีส่วนร่วมในการเปิดบอลยาวสุดแม่นยำ นำไปสู่ประตูชัยของ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ช่วยให้ทีมของ อาร์เน่ สล็อต บุกชนะ 1-0 เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
สปอตไลต์จับจ้องที่ ‘มามาร์ดาชวิลี่’
แต่ในวันพุธนี้ อลีสซง จะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น เขาอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ไฟทุกดวงสาดส่องไปที่ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ (Giorgi Mamardashvili) นายด่านร่างยักษ์เจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว ที่เตรียมลงเฝ้าเสาในเกมที่ถือว่า “ใหญ่ที่สุด” นับตั้งแต่เขาเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในแอนฟิลด์
ในหลายๆ แง่มุม สถานการณ์ของนายทวารชาวจอร์เจียรายนี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่ลิเวอร์พูลในปัจจุบัน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า นั่นคือ “การเปลี่ยนผ่าน”
มามาร์ดาชวิลี่ ถูกวางตัวให้มาเป็นตัวแทนของตำนาน เช่นเดียวกับตำแหน่งอื่นๆ ที่กำลังจะเกิดการถ่ายเลือดใหม่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ และมีความเป็นไปได้สูงที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ซึ่งกำลังจะหมดสัญญา จะย้ายออกไปเช่นกัน ส่วน เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อลีสซง (ที่เพิ่งขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี) ก็มีกำหนดบอกลาทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2027
การสิ้นสุดของยุคสมัยกำลังคืบคลานเข้ามา และแม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะดูสับสนวุ่นวาย จากฟอร์มที่ตกลงอย่างกะทันหันของสตาร์ดัง ผสมผสานกับปัญหาการปรับตัวของนักเตะใหม่ นำมาซึ่งบรรยากาศแห่งรอยต่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการ แต่คือความเป็นจริงที่พวกเขาต้องรับมือให้เนียนตากว่าที่เป็นอยู่
ดวลเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
มามาร์ดาชวิลี่ วัย 25 ปี ย้ายจาก บาเลนเซีย มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ด้วยค่าตัว 29.5 ล้านปอนด์ (บรรลุข้อตกลงล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2024) สโมสรประเมินว่าเขาคือจิ๊กซอว์ที่คุ้มค่าที่สุดเหนือตัวเลือกอื่นๆ อย่าง ดิโอโก้ คอสต้า (ปอร์โต้) หรือ ลูคัส เชอวาลิเยร์ (ซึ่งย้ายไปเปแอสเชแล้วกลายเป็นตัวสำรองในปัจจุบัน)
ดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของจอร์เจีย (คนเดียวที่แย่งรางวัลนี้มาจาก ควารัตสเคเลีย ได้ในช่วง 6 ปีหลังสุด) การันตีฝีมือของเขาได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันและมักจะดวลฝีมือกันเองหลังการซ้อมทีมชาติเสมอ แต่การ “รู้ไส้รู้พุง” ไม่ได้แปลว่างานของ มามาร์ดาชวิลี่ จะง่ายขึ้นเลย เพราะปีกตัวเก่งของเปแอสเชรายนี้ มีส่วนร่วมกับประตูไปแล้วถึง 11 ครั้ง จากการลงสนาม 11 นัดในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้
เวลาของเขา ‘มาถึงแล้ว’
การขาดหายไปของ อลีสซง หมายความว่า มามาร์ดาชวิลี่ จะได้รับโอกาสลงสนามเป็นนัดที่ 15 ของฤดูกาลในกรุงปารีส แม้สถิติการเก็บคลีนชีตได้เพียง 2 นัด (พบ แอสตัน วิลล่า และ เรอัล มาดริด) และเสียไปถึง 24 ประตู จะดูไม่สวยหรูนัก แต่นั่นคือความล้มเหลวของเกมรับ “ทั้งระบบ” มากกว่าจะโทษผู้รักษาประตูเพียงคนเดียว
แน่นอนว่า มามาร์ดาชวิลี่ ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกระยะเพื่อก้าวไปถึงระดับท็อปที่ อลีสซง เคยทำไว้ แต่คำแนะนำจาก โฆเซ่ มานูเอล โอโชโตเรน่า อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของเขาที่บาเลนเซีย (และอดีตสตาฟฟ์ของ ราฟา เบนิเตซ ที่ลิเวอร์พูล) ยังคงเป็นคัมภีร์ประจำใจของเขาเสมอ
“เขาบอกให้ผมหาความสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานกับความอดทน” มามาร์ดาชวิลี่ เคยกล่าวไว้ “ก้มหน้าทำงานหนักต่อไป เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าโอกาสจะมาถึงเมื่อไหร่ มันไม่ง่ายหรอกเพราะผู้รักษาประตูลงเล่นได้แค่คนเดียว แต่ถ้าผมไม่ได้เล่น ผมก็ไม่รังเกียจที่จะซ้อมหนักทุกวัน เวลาของผมจะมาถึงแน่นอน… อาจไม่ใช่ปีนี้ แต่เวลาของผมจะมาถึงแน่”
ทว่าในความเป็นจริง เวลาของเขาได้มาถึงแล้ว ค่ำคืนนี้ที่กรุงปารีส คงไม่ใช่ค่ำคืนที่สงบสุขนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ และนี่คือเวทีระดับโลกที่รอให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริง
