เจาะลึกเบื้องหลัง! ทำไม ‘แมนยู’ ฉีกสัญญาคว้า ‘ตีเลอมันส์’ และจุดเปลี่ยนสำคัญจากดีล ‘เอแดร์ซอน’ ล่ม
BK8 – ‘รถด่วนที่ผ่านแค่ครั้งเดียว’: เจาะเบื้องหลัง แมนยู ปิดดีล ‘ยูริ ตีเลอมันส์’ สายฟ้าแลบ กับความลับค่าฉีกสัญญาที่วิลล่า – แทงบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งสร้างความฮือฮาในตลาดนักเตะด้วยการคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ กองกลางทีมชาติเบลเยียมวัย 29 ปี จาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีมด้วยการจ่ายค่าฉีกสัญญา 35 ล้านปอนด์ พร้อมจับเซ็นสัญญายาว 5 ปี
แต่เบื้องหลังดีลนี้เต็มไปด้วยจุดพลิกผัน ความบังเอิญ และเรื่องราวของการพลัดพรากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึง 3 ครั้งในอดีต
3 โอกาสที่หลุดลอยในอดีต
ความสัมพันธ์ระหว่าง แมนยู กับ ตีเลอมันส์ เป็นเหมือนเส้นขนานที่เกือบจะบรรจบกันหลายครั้ง:
-
ปี 2019: ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตีเลอมันส์ ซึ่งตอนนั้นอายุ 21 ปี กำลังจะย้ายออกจาก โมนาโก เขาอยากมาโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่แมนยูยังลังเลเพราะอนาคตของ ปอล ป็อกบา ยังไม่ชัดเจน สุดท้ายแมนยูไม่ซื้อกองกลาง และตีเลอมันส์เลือกย้ายไป เลสเตอร์ ซิตี้ แบบถาวร
-
ปี 2022: แมนยูกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง แต่ เอริค เทน ฮาก เลือกที่จะเซ็นฟรี คริสเตียน เอริคเซ่น และทุ่มเงินก้อนโตไปกับ คาเซมิโร่ แทน
-
ปี 2023: ตีเลอมันส์ กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ แต่ด้วยฟอร์มที่ตกลงไปพร้อมกับการตกชั้นของเลสเตอร์ ทำให้ฝ่ายคัดสรรนักเตะของแมนยูมีข้อกังขา และเลือกไปคว้าตัว เมสัน เมาท์ แทน
“จังหวะเวลามันไม่เคยลงตัวเลย” แหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าว “จนกระทั่งตอนนี้ ที่ดวงดาวเรียงตัวกันพอดี”
จุดเกิดใหม่ที่ วิลล่า พาร์ค และ ‘ความลับค่าฉีกสัญญา’
เมื่อทีมใหญ่เมินหน้าหนี แอสตัน วิลล่า คือผู้ที่มองเห็นเพชรในตม พวกเขาเซ็นสัญญาฟรีกับตีเลอมันส์ โดย อูไน เอเมรี่ ถึงขั้นเดินทางไปหาเขาถึงบ้านเพื่อโน้มน้าวใจ
แต่เพื่อแลกกับการเซ็นสัญญาฟรีในสภาวะที่มีการแข่งขัน วิลล่ายอมทำตามคำขอของนักเตะด้วยการ “ใส่ค่าฉีกสัญญา 35 ล้านปอนด์” เอาไว้ เผื่อในวันหนึ่งทีมยักษ์ใหญ่กลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง (ซึ่งความลับนี้ถูกปิดเงียบมากจนแม้แต่ทีมงานระดับสูงบางคนของวิลล่าก็ไม่ทราบเรื่อง)
และการตัดสินใจของวิลล่าก็คุ้มค่า ตีเลอมันส์ ลงสนามไปถึง 53 นัดในฤดูกาล 2024-25 พาทีมผงาดคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก โดยเป็นคนทำประตูเบิกร่องในนัดชิงชนะเลิศที่ถล่ม ไฟร์บวร์ก 3-0 ลบคำสบประมาทเรื่องสภาพร่างกายไปจนหมดสิ้น
โดมิโนเอฟเฟกต์: เมื่อ ‘เอแดร์ซอน’ ตรวจร่างกายไม่ผ่าน
ในช่วงซัมเมอร์นี้ (กรกฎาคม 2026) แมนยู ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ไมเคิล คาร์ริค ไม่ได้เล็งตีเลอมันส์เป็นเป้าหมายแรก พวกเขากำลังจะปิดดีล เอแดร์ซอน กองกลางจาก อตาลันต้า ในราคา 40.5 ล้านยูโร
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ เอแดร์ซอน เข้ารับการตรวจร่างกายรอบสุดท้ายในอังกฤษเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปรากฏว่าทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพบ “ปัญหาบางอย่าง” ทำให้บอร์ดบริหารของยูไนเต็ดตัดสินใจเบรกดีลนี้ทันที
ในขณะเดียวกัน ตีเลอมันส์ กำลังโชว์ฟอร์มมาสเตอร์พีซในศึกฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกา โดยสวมปลอกแขนกัปตันทีมและแบกทีมชาติเบลเยียมรอดพ้นจากการตกรอบในเกมพบ เซเนกัล ฟอร์มอันเจิดจ้านี้ทำให้ แมนยู ไม่รอช้า รีบหันหัวเรือกลับมาเปิดการเจรจาและกระชากตัวเขามาร่วมทีมทันที
การจากลาด้วยความเคารพ
แม้จะมีค่าฉีกสัญญาที่ทำให้อำนาจอยู่ในมือของแมนยู แต่ ตีเลอมันส์ เลือกที่จะจัดการทุกอย่างด้วยความเคารพ ก่อนที่เขาจะพูดคุยเรื่องแท็กติกกับ ไมเคิล คาร์ริค เขาได้ต่อสายตรงหา อูไน เอเมรี่ เพื่อแจ้งความจำนงด้วยตัวเอง เอเมรี่แม้จะเสียดายขุนพลคู่ใจ แต่ก็เข้าใจถึงความทะเยอทะยานของลูกทีมที่ต้องการกลับไปเล่นในระดับอีลีต
แมนยู ปิดจ๊อบด้วยการคว้าตัว ตีเลอมันส์ (35 ล้านปอนด์) และ อังเดรย์ ซานโตส จากเชลซี (50 ล้านปอนด์) เข้ามาปรับโฉมแดนกลางใหม่ในงบ 85 ล้านปอนด์ ซึ่งเท่ากับราคาที่พวกเขาเคยเกือบจะจ่ายเพื่อซื้อ มาเตอุส เฟอร์นานเดส เพียงคนเดียว (ก่อนที่นักเตะจะย้ายไปสเปอร์ส)
ในวัย 29 ปี ตีเลอมันส์ รู้ดีว่า “รถด่วนขบวนนี้อาจจะผ่านเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย” เขาไม่ปล่อยให้โอกาสในการสวมเสื้อปีศาจแดงหลุดลอยเป็นครั้งที่ 4… และตอนนี้ เขาพร้อมแล้วที่จะนำคลาสบอลและประสบการณ์อันล้ำค่า เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในยุคใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


