สเปอร์ส ทุ่มหมดหน้าตัก! จัดหนักเสริมทัพตามใจ ‘เด แซร์บี้’ แต่แฝงความเสี่ยงพังอนาคตตัวเอง?

BK8 – ‘เดิมพันครั้งใหญ่แห่งลอนดอนเหนือ’: สเปอร์สทุ่มหมดหน้าตักเพื่อ ‘เด แซร์บี้’ แต่พวกเขาหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า? – แทงบอล
ในโลกของฟุตบอล การเปลี่ยนแปลงมักมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ… ซัมเมอร์นี้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและดุดันในตลาดซื้อขายนักเตะแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก พวกเขาพุ่งชนเป้าหมายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เพื่อมอบอาวุธทุกชิ้นที่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือจอมแทคติกต้องการ
รูปแบบนี้ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับทัพไก่เดือยทอง สโมสรที่มักจะใช้เวลาต่อรองจนถึงนาทีสุดท้ายเพื่อหาดีลที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งพฤติกรรมดึงเช็งแบบนั้นเคยสร้างบาดแผลให้พวกเขามาแล้วเมื่อปีก่อน ที่ต้องพลาดเป้าหมายหลักไปหลายราย
เปลี่ยนแผน! เลิกปั้นเด็ก มุ่งเน้นความเก๋า
บทเรียนจากอดีตทำให้ปีนี้สเปอร์สไม่รอช้า ภายในต้นเดือนกรกฎาคม พวกเขาประกาศเปิดตัวนักเตะใหม่รวดเดียวถึง 6 ราย ได้แก่ ยาน พอล ฟาน เฮคเก้, มาร์ติน ดูบราฟก้า, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, มาร์กอส เซเนซี่, มาเธอุส แฟร์นานเดส และ ซานโดร โตนาลี่
จุดร่วมที่น่าสนใจของทั้ง 6 คนคือ “ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก”
-
ฟาน เฮคเก้, แฟร์นานเดส และ โตนาลี่ ทำให้ทีมต้องควักกระเป๋าจ่ายรวมกันถึง 237 ล้านปอนด์
-
ส่วนอีก 3 คนที่เหลือแม้จะย้ายมาแบบฟรีเอเยนต์ แต่ค่าเหนื่อยที่ต้องจ่ายก็มหาศาลไม่แพ้กัน
นี่คือการพลิกโฉมกลยุทธ์อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่สเปอร์สเคยมุ่งเน้นการกว้านซื้อดาวรุ่งอนาคตไกล (อายุไม่เกิน 20 ปี) อย่าง อาร์ชี่ เกรย์, ลูคัส เบิร์กวัลล์ หรือ วิลสัน โอโดแบร์ มาปีนี้ แข้งใหม่ของพวกเขาล้วนเป็นนักเตะที่พร้อมใช้งานทันที และเกือบทั้งหมดมีอายุเกิน 26 ปีขึ้นไป
สานฝันแทคติก ‘ต่อบอลทะลุช่อง’
การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเดียว คือการทำให้สเปอร์สเล่นฟุตบอลในแบบฉบับของ เด แซร์บี้ (เหมือนสมัยที่เขาคุมไบรท์ตัน) นั่นคือการต่อบอลสร้างเกมขึ้นมาจากแดนหลังอย่างใจเย็น และเน้นการครอบครองบอล
ปัญหาใหญ่ของสเปอร์สเมื่อฤดูกาลที่แล้วคือ การไม่สามารถผ่านบอลขึ้นหน้าตรงกลางสนามได้ แฟนบอลถึงกับต้องร้องเพลงประชดทีมตัวเองว่าเอาแต่ส่งบอลขวางสนามหรือคืนหลัง และนั่นคือเหตุผลที่ เด แซร์บี้ ร้องขอให้บอร์ดบริหารอัปเกรดแผงกองหลังและกองกลางเป็นการด่วน:
-
มาร์กอส เซเนซี่ และ ฟาน เฮคเก้: คือสองกองหลังที่จ่ายบอลทำลายแนวรับคู่แข่ง (Line-breaking passes) ได้ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน
-
มาเธอุส แฟร์นานเดส: คือมิดฟิลด์ที่แกะเพรสซิ่งเก่งเป็นอันดับต้นๆ ของลีก เขาเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ และพร้อมพาบอลพลิกขึ้นหน้าเสมอ
-
ซานโดร โตนาลี่: เข้ามาเติมความดุดันและพละกำลังในแดนกลาง พร้อมทักษะการไปกับบอลที่เนียนตา
-
แอนดี้ โรเบิร์ตสัน: อดีตแชมป์กับลิเวอร์พูล ที่เข้ามาเติมเต็ม “สปิริตของผู้ชนะ” และความเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว
รอยโหว่ขนาดใหญ่ที่ถูกมองข้าม
แม้แผงหลังและแดนกลางจะดูสมบูรณ์แบบ แต่สเปอร์สกลับยังไม่ได้ทำอะไรกับ “แนวรุก” ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ปีที่แล้วเลย
ฤดูกาลก่อน สเปอร์สยิงได้เพียง 48 ประตู ซึ่งน้อยที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2008-09! ปัญหาหลักมาจากวิกฤตนักเตะบาดเจ็บ และดูเหมือนว่าฝันร้ายนั้นยังไม่จางหายไป เมื่อบรรดาตัวทำเกมและกองหน้าอย่าง โอโดแบร์, โมฮัมเหม็ด คูดุส, ซาฟี ซิมอนส์, เจมส์ แมดดิสัน และ เดยัน คูลูเซฟสกี้ ต่างพากันบาดเจ็บ หรือเพิ่งหายกลับมา
ตัวเลือกในแดนหน้าที่ฟิตสมบูรณ์ตอนนี้เหลือเพียง โดมินิก โซลันกี้, ริชาร์ลิซอน และ มาติส แตล ซึ่งแฟนไก่เดือยทองรู้ดีว่า สภาพร่างกายของโซลันกี้และริชาร์ลิซอนนั้น เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย
ฟุตบอลคือการเดิมพันที่งดงาม… สเปอร์สทุ่มหมดหน้าตักเพื่อสร้างรากฐานเกมรับและเกมแดนกลางที่แข็งแกร่งตามใจกุนซือ แต่หากพวกเขาไม่ยอมควักกระเป๋าเพิ่มเพื่อหากองหน้าตัวจบสกอร์เข้ามาเติมเต็ม ต่อให้สร้างเกมขึ้นมาได้สวยงามแค่ไหน หากไม่มีคนส่งบอลไปซุกก้นตาข่าย ความทะเยอทะยานในซัมเมอร์นี้ ก็อาจกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำลายอนาคตระยะยาวของสโมสรเสียเอง


