จิม แรตคลิฟฟ์ เตือนอังกฤษกำลังถดถอย พร้อมเตือนเสี่ยงขาดก๊าซช่วงฤดูหนาว
มหาเศรษฐีวัย 73 ปี ซึ่งเคยวิพากษ์นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐาน ภาษี และพลังงานอยู่หลายครั้ง กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า เขามองว่าปัญหาหลักของอังกฤษอยู่ที่การที่นักการเมืองไม่กล้าจัดการกับเรื่องที่ยาก รวมถึงประเด็นการย้ายถิ่นฐานและระบบสวัสดิการ
แรตคลิฟฟ์ ซึ่งเกิดที่เมืองเฟลส์เวิร์ธในมหานครแมนเชสเตอร์ แต่ปัจจุบันพำนักอยู่ในโมนาโก ยังมองว่าทัศนคติของอังกฤษต่อความมั่งคั่งกำลังทำให้ผู้มีฐานะจำนวนหนึ่งเลือกย้ายออกจากประเทศ
คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก คริส โรคอส มหาเศรษฐีกองทุนป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียภาษีรายใหญ่ของอังกฤษ ประกาศว่าจะย้ายออกจากสหราชอาณาจักรไปกรีซ

จิม แรตคลิฟฟ์ มองอังกฤษกำลัง “ถดถอย”
แรตคลิฟฟ์ กล่าวว่าครั้งหนึ่งอังกฤษเคยเป็นประเทศที่ยอดเยี่ยม แต่ในเวลานี้เขามองว่าทิศทางของประเทศกำลังน่าเป็นห่วง
“ผมคิดว่าอังกฤษน่าเสียดายที่เคยเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม” เขากล่าว
“เราเคยมีจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เราเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ เราชนะสงครามโลกสองครั้ง เราเป็นคนดีและซื่อสัตย์”
“แต่โชคร้ายที่ในตอนนี้ ผมคิดว่าอังกฤษกำลังถดถอย และมันค่อนข้างยากที่จะมองเห็นว่าเราจะหยุดการถดถอยนี้ได้อย่างไร”
สำหรับแนวทางที่เขาอยากเห็น แรตคลิฟฟ์ ระบุว่าสิ่งสำคัญคือการมีนักการเมืองที่พร้อมรับมือกับปัญหาที่ยาก และตัดสินใจโดยมองผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
“ท้ายที่สุดแล้ว เราต้องการนักการเมืองที่แข็งพอจะรับมือกับปัญหาที่ยากมาก ๆ และเรารู้ว่าปัญหาเหล่านั้นคืออะไร”
“และเราต้องการนักการเมืองที่จะตัดสินใจในสิ่งที่ดีต่อประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อตัวเองหรือพรรคของตัวเอง เราไม่ได้มีคนแบบนั้นมานานแล้ว”
เขายังกล่าวถึงประเด็นการย้ายถิ่นฐานและระบบสวัสดิการโดยตรง โดยมองว่านักการเมืองยังไม่กล้าจัดการกับทั้งสองเรื่องอย่างจริงจัง
“ไม่มีใครแข็งพอที่จะจัดการกับปัญหาการย้ายถิ่นฐาน ไม่มีใครแข็งพอที่จะจัดการกับปัญหาสวัสดิการ แต่ใครสักคนต้องทำ ไม่อย่างนั้นมันจะไปจบในสถานที่ที่ไม่ดี ใช่ไหม?”
แรตคลิฟฟ์ มองว่าทัศนคติต่อคนรวยกำลังผลักคนออกจากอังกฤษ
นอกจากประเด็นการเมืองแล้ว เจ้าของร่วมปีศาจแดง ยังพูดถึงเรื่องความมั่งคั่งและภาษี โดยบอกว่าเขาเข้าใจว่าทำไมผู้มีฐานะจำนวนหนึ่งจึงเลือกย้ายออกจากสหราชอาณาจักร
เขามองว่าในอังกฤษมีทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรต่อคนที่สร้างความมั่งคั่งมากนัก และเรื่องนี้กำลังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้มองหาประเทศอื่น
“ผมคิดว่าในที่สุดแล้ว อังกฤษมีความรู้สึกอิจฉาความมั่งคั่งอยู่พอสมควรในเวลานี้” แรตคลิฟฟ์ กล่าว
คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวเกี่ยวกับมหาเศรษฐีบางรายที่กำลังย้ายออกจากอังกฤษ โดยกรณีของ คริส โรคอส ซึ่งประกาศย้ายไปกรีซ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงในช่วงเวลาเดียวกัน
แรตคลิฟฟ์ เองย้ายถิ่นฐานทางภาษีไปอยู่โมนาโกตั้งแต่ปี 2020 และยังคงรักษาความเชื่อมโยงกับอังกฤษผ่านทั้งธุรกิจ ไอเนียส และบทบาทใน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เตือนอังกฤษอาจขาดก๊าซ หากเจออากาศหนาวจัด
อีกประเด็นสำคัญในการให้สัมภาษณ์คือเรื่องพลังงาน โดย จิม แรตคลิฟฟ์ วิจารณ์รัฐบาลว่าการไม่ลงทุนเพิ่มเติมในน้ำมันและก๊าซจากทะเลเหนือเป็นเรื่องที่เขามองว่า “บ้า”
เขายังเตือนว่าระดับก๊าซสำรองอยู่ในระดับต่ำ และหากอังกฤษเจอช่วงอากาศหนาวจัดมากจริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่ประเทศจะเผชิญสถานการณ์ก๊าซไม่เพียงพอ
“ถ้าเราเจอช่วงอากาศหนาวจัดจริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะมีก๊าซไม่พอ และต้องปิดภาคอุตสาหกรรมบางส่วน” แรตคลิฟฟ์ กล่าว
“คลังสำรองของเราไม่ได้เต็ม”
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ระบบพลังงานของอังกฤษกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน โดยรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบทำความร้อน ภาคอุตสาหกรรม และการผลิตไฟฟ้า
ข้อมูลจากรัฐบาลอังกฤษระบุว่า ประเทศมีแหล่งก๊าซหลากหลาย ทั้งแหล่งผลิตในทะเลเหนือ การนำเข้าผ่านท่อจากนอร์เวย์ การเชื่อมต่อกับยุโรปภาคพื้นทวีป และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากตลาดโลก โดยรัฐบาลระบุว่าระบบยังมีความหลากหลายของแหล่งจัดหาและมีความมั่นคงเพียงพอสำหรับการใช้งาน :contentReference[oaicite:0]{index=0}
รัฐบาลอังกฤษยืนยันยังมั่นใจเรื่องความมั่นคงด้านก๊าซ
หลังคำเตือนของ แรตคลิฟฟ์ รัฐบาลอังกฤษตอบโต้ด้วยท่าทีที่แตกต่างออกไป
โฆษกรัฐบาลระบุว่า “เรามีแหล่งพลังงานที่หลากหลาย และมีความมั่นใจในความมั่นคงของการจัดหา”
รัฐบาลยังระบุในเอกสารด้านความมั่นคงพลังงานว่า อังกฤษมีแหล่งก๊าซหลายทาง และสามารถเข้าถึงก๊าซจากทะเลเหนือ นอร์เวย์ ระบบเชื่อมต่อกับยุโรป และก๊าซธรรมชาติเหลวจากหลายตลาด ขณะที่หน่วยงานด้านระบบก๊าซยังคงติดตามสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานอย่างใกล้ชิด :contentReference[oaicite:1]{index=1}
เอกสารของรัฐบาลยังระบุด้วยว่า แม้การผลิตก๊าซในทะเลเหนือจะลดลงตามธรรมชาติจากการที่แหล่งปิโตรเลียมมีอายุการใช้งานมากขึ้น แต่อังกฤษกำลังพยายามปรับระบบให้พึ่งพาแหล่งนำเข้าและแหล่งพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น
ขณะที่คำเตือนของ แรตคลิฟฟ์ เป็นการมองไปที่สถานการณ์สุดขั้ว หากเกิดช่วงอากาศหนาวจัดและความต้องการใช้ก๊าซพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าอังกฤษกำลังเผชิญภาวะขาดก๊าซอยู่ในขณะนี้ :contentReference[oaicite:2]{index=2}
น้ำมันและก๊าซทะเลเหนือ กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง
แรตคลิฟฟ์ ยังเชื่อว่าการลงทุนในแหล่งน้ำมันและก๊าซของทะเลเหนือควรได้รับความสำคัญมากกว่านี้ โดยมองว่าทรัพยากรภายในประเทศสามารถมีบทบาทต่อความมั่นคงด้านพลังงาน
ในมุมของรัฐบาล อังกฤษยังคงเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด แต่ก็ยอมรับว่าก๊าซจะยังมีบทบาทในระบบพลังงานต่อไปอีกระยะหนึ่ง
รายงานความมั่นคงด้านพลังงานของรัฐบาลระบุว่าการผลิตในทะเลเหนือมีแนวโน้มลดลงตามธรรมชาติ แต่สหราชอาณาจักรยังคงมีระบบจัดหาก๊าซจากหลายแหล่ง และกำลังเตรียมระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพลังงานในระยะยาว :contentReference[oaicite:3]{index=3}
จึงเกิดความเห็นต่างอย่างชัดเจนระหว่างคำเตือนของ แรตคลิฟฟ์ ที่เน้นความเสี่ยงของการมีปริมาณสำรองต่ำ กับแนวทางของรัฐบาลที่มองว่าความหลากหลายของแหล่งพลังงานช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้
คำถามที่ใหญ่กว่าฟุตบอลของเจ้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แม้ชื่อของ เจ้าของร่วม จะผูกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวงการกีฬา แต่คำพูดครั้งนี้แทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโดยตรง
เขากำลังพูดถึงทิศทางเศรษฐกิจของอังกฤษ นโยบายการย้ายถิ่นฐาน ระบบสวัสดิการ ภาษี และความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสาธารณะที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในเรื่องพลังงาน ข้อมูลของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าอังกฤษยังคงมีระบบจัดหาก๊าซจากหลายแหล่ง และไม่ได้ระบุว่าประเทศกำลังจะเผชิญภาวะขาดแคลนก๊าซในทันที ขณะที่ แรตคลิฟฟ์ กำลังเตือนถึงความเสี่ยงในสถานการณ์ที่อากาศหนาวจัดมากเป็นพิเศษ :contentReference[oaicite:4]{index=4}
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้จึงเป็นการปะทะกันระหว่างมุมมองสองด้านต่อความมั่นคงทางพลังงานและทิศทางของประเทศ มากกว่าจะเป็นข้อสรุปว่าอังกฤษกำลังจะขาดก๊าซอย่างแน่นอน
สำหรับ แรตคลิฟฟ์ เขามองว่ารัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องยาก ๆ และลงทุนกับทรัพยากรภายในประเทศมากขึ้น
สำหรับรัฐบาลอังกฤษ จุดยืนคือประเทศมีแหล่งพลังงานหลากหลาย และยังมีความมั่นใจต่อความมั่นคงของระบบจัดหา
การประเมินว่าความเสี่ยงจะมากน้อยเพียงใดจึงขึ้นอยู่กับทั้งสภาพอากาศ ระดับความต้องการใช้ก๊าซ ปริมาณก๊าซสำรอง และความสามารถของตลาดนำเข้าในการเติมส่วนที่ขาด ซึ่งเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา
ส่วนในมุมของฟุตบอล คำพูดของเจ้าของร่วม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งนี้เป็นเพียงอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลสำคัญจากวงการกีฬาอังกฤษกำลังเข้ามามีส่วนร่วมกับประเด็นเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะของประเทศอย่างเปิดเผยมากขึ้น
ติดตามข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการฟุตบอลได้ที่ Livescore8888

