ท็อตแน่ม เด แซร์บี เจอคำถามใหญ่ หลังแพ้ แอสตัน วิลล่า 2-3

BK8 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้เสียที แต่พวกเขายังคงควานหาชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลไม่เจอ หลังเปิดบ้านแพ้ แอสตัน วิลล่า 2-3 ในเกมที่ทำให้คำถามเกี่ยวกับทีมของ โรแบร์โต เด แซร์บี กลับมาอีกครั้ง – แทงบอล

สเปอร์ส เคยมีปัญหาอย่างหนักในจังหวะสุดท้ายตลอดช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล และเกมนี้ก็ยังคงมีภาพเดิม ทั้งการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคม การถูกริบประตูจากการตัดสินของวีเออาร์ที่ถูกต้อง และการเซฟหลายครั้งของผู้รักษาประตู วิลล่า อย่าง เซน ซูซูกิ

ก่อนที่ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ และ ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ จะยิงประตูในช่วงท้ายเกม แต่ทั้งหมดสายเกินไปแล้ว

วิลล่า เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนช่วงพักครึ่งจาก โยฮัน มานซัมบี ในจังหวะที่ มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน ออกไปปฐมพยาบาลจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

จากนั้น นิโกล่าส์ แจ็คสัน ยิงให้ทีมเยือนหนีเป็น 2-0 ในช่วงกลางครึ่งหลัง

และในนาทีที่ 79 เอมิเลียโน บวนเดีย ก็ยิงประตูสุดสวยจากระยะไกลด้วยการปั่นบอลโค้งเข้าไป ทำให้ แอสตัน วิลล่า นำขาด 3-0

สองประตูช่วงท้ายจาก กัลลาเกอร์ และ ฟาน เฮคเคอ ช่วยให้ สเปอร์ส แพ้ด้วยสกอร์ 2-3 แทนที่จะเป็นความพ่ายแพ้แบบขาดลอย แต่ก็ไม่เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขัน

หลังผ่าน 5 นัดแรกของฤดูกาล ท็อตแน่ม เสมอ 2 แพ้ 3 และยังไม่ชนะใคร ปัจจุบันพวกเขาอยู่อันดับ 18 ของพรีเมียร์ลีก

ด้าน แอสตัน วิลล่า คว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ชั่วคราว

สถิติการยิงประตูของท็อตแน่มในฤดูกาล 2026-27
ท็อตแน่ม สร้างโอกาสได้มากขึ้น แต่ยังมีปัญหาสำคัญในการเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นประตู

ท็อตแน่ม เด แซร์บี จะไปต่ออย่างไร?

ช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและหนักหนาสำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

พวกเขาจะไม่มีโปรแกรมลงสนามอีกจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม หรืออีกประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลามากพอที่จะนั่งคิดวนไปวนมากับการออกสตาร์ตที่ยากลำบากของฤดูกาล

2 คะแนนจาก 5 เกมพรีเมียร์ลีก และทำได้เพียง 2 ประตู ย่อมเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับทุกทีม โดยเฉพาะสโมสรที่ใช้เงินจำนวนมหาศาลในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์

ดังนั้นคำถามใหญ่ของ โรแบร์โต เด แซร์บี ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าคือ เขาจะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้

แน่นอนว่า เด แซร์บี จะไม่สามารถทำงานกับนักเตะครบทั้งทีมตลอดช่วงพักเบรก เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่จะเดินทางไปรับใช้ทีมชาติ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็จะมีเวลาคิดว่า เมื่อกลับมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทีมควรมีสมดุลที่แตกต่างจากเดิมหรือไม่

จนถึงตอนนี้ เด แซร์บี นิยมใช้กองกลาง 3 คน โดยส่ง ซานโดร โตนาลี่ และ มาเตอุส แฟร์นันเดส ซึ่งเป็นสองนักเตะที่สโมสรทุ่มเงินคว้าตัวในช่วงซัมเมอร์ ลงเล่นร่วมกับ โรดริโก เบนตานกูร์

มีหลายช่วงที่ระบบนี้ทำงานได้ดี โดยเฉพาะช่วงต้นเกมกับ วิลล่า และช่วงต้นเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ที่ สเปอร์ส สามารถครองเกมและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง

แต่คำถามคือถึงเวลาหรือยังที่จะเพิ่มหมายเลข 10 ตัวจริงเข้ามาอย่างชัดเจน

เจมส์ แมดดิสัน และ โมฮัมเหม็ด คูดุส ยังไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เลย

อีกหนึ่งคำถามคือ มุสซ่า ดิยาบี้ จะยังถูกใช้งานในตำแหน่งตัวรุกฝั่งซ้ายแบบตัดเข้าในต่อไปหรือไม่ หรือ เด แซร์บี จะขยับเขากลับไปเล่นกองหน้าตัวกลาง

เมื่อ สเปอร์ส กลับมาลงสนามในเดือนหน้า แฟนบอลย่อมคาดหวังที่จะเห็นคำตอบใหม่ ๆ มากกว่านี้

ทำไม สเปอร์ส ถึงกลับมาไม่ได้เมื่อโดนนำ?

หากไม่นับเพียงสกอร์ เกมนี้มีความคล้ายคลึงกับความพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิล เมื่อเดือนสิงหาคมอย่างน่าประหลาด

สเปอร์ส เล่นได้ดีพอ พวกเขาสร้างโอกาสและทำให้เกมดูมีความหวัง แต่สุดท้ายเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่เป็นใจจนเสียประตู พวกเขากลับไม่สามารถฟื้นตัวทางอารมณ์จากจุดนั้นได้

และนี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะฤดูกาลนี้ด้วย

สเปอร์ส ไม่สามารถกลับมาแซงชนะในเกมพรีเมียร์ลีกได้เลยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 ซึ่งบังเอิญว่าเกมนั้นคือชัยชนะ 4-1 เหนือ แอสตัน วิลล่า เช่นกัน

ตั้งแต่นั้น พวกเขาเล่นเกมไปแล้วถึง 58 นัดโดยไม่สามารถพลิกจากตามหลังให้กลายเป็นชัยชนะได้ แบ่งเป็นเสมอ 12 นัด และแพ้ถึง 46 นัด

แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

คำตอบง่าย ๆ อาจเป็นเพราะตลอดช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา สเปอร์ส ไม่ได้เล่นฟุตบอลที่ดีพอ พวกเขาเจอปัญหาอาการบาดเจ็บมากเกินไป ความมั่นใจน้อยเกินไป และมีความผิดพลาดเกิดขึ้นมากเกินไป

แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น ปัญหาคือทีมมีความไม่สมดุลจากหลายสาเหตุ และสิ่งนี้ทำให้พวกเขาไม่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ระหว่างเกมได้

ทันทีที่เสียประตู จุดอ่อนเหล่านั้นจะถูกขยายให้เห็นชัดขึ้น เพราะสถานการณ์ของเกมเปลี่ยนไป และคู่แข่งสามารถใช้ข้อได้เปรียบจากการขึ้นนำเพื่อควบคุมเกม

สเปอร์ส ขาดความเชื่อมโยงระหว่างผู้เล่น และไม่มีดาวยิงที่มีผลงานพิสูจน์ตัวเองอย่างชัดเจน

การตามหลังแล้วจะกลับมาให้ได้ย่อมเป็นเรื่องยากอยู่แล้วเมื่อมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง และแทบจะเป็นไปไม่ได้เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองอย่าง

เมื่อความกดดันกลายเป็นความตื่นตระหนก

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือความตื่นตระหนก

ยิ่งปัญหานี้ลากยาวนานเท่าไร ปฏิกิริยาทางความคิดด้านลบเมื่อเสียประตูก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งจากฝั่งนักเตะและแฟนบอล

ในสนาม สิ่งนั้นจะสะท้อนออกมาเป็นการจ่ายบอลที่ฝืนมากขึ้น การตัดสินใจเสี่ยงมากขึ้น และการขยับตำแหน่งที่เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งมากขึ้น

และท้ายที่สุด การกระทำเหล่านั้นยิ่งไปเปิดเผยจุดอ่อนที่มีอยู่แล้ว ทั้งในด้านแท็กติกและด้านเทคนิค

นี่จึงไม่ใช่เรื่องของความสามารถในการยิงประตูอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นใจและโครงสร้างของทีมทั้งระบบ

โรแบร์โต เด แซร์บี คุมทีมท็อตแน่ม
โรแบร์โต เด แซร์บี ต้องหาคำตอบให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งด้านเกมรุกและสภาพจิตใจของทีม

ใช้ถึง 66 ครั้งกว่าจะได้ประตูแรกในพรีเมียร์ลีก

45 นาทีแรกของ สเปอร์ส ในเกมนี้อาจเป็นช่วงที่พวกเขาเข้าใกล้การยิงประตูแรกของฤดูกาลมากที่สุด

พวกเขายิงตรงไปยังประตูของ ซูซูกิ ถึง 10 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยทำได้ในครึ่งใดครึ่งหนึ่งของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

มีการต่อบอลและการเคลื่อนที่หลายจังหวะที่สะท้อนแนวคิดของ เด แซร์บี ได้อย่างชัดเจน

หนึ่งในจังหวะที่เด่นที่สุดเกิดขึ้นในนาทีที่ 21 จากลูกตั้งเตะจากประตู

โดมินิก โซลันกี ถอยต่ำลงมาเพื่อช่วยทีมแกะการเพรสซิ่งของคู่แข่งและพักบอลเอาไว้ ก่อนที่ ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ จะจ่ายบอลทะลุเข้าไปอย่างเฉียบคม และ อาร์ชี เกรย์ จะยิงบอลผ่านหน้าประตูจากมุมแคบ

ซูซูกิ เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้จะมีช่วงเวลาที่ดูมีความหวัง แต่ปัญหาเดิมก็ยังกลับมา สเปอร์ส ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้

ซูซูกิ มีจังหวะเซฟสำคัญหลายครั้ง รวมถึงการเซฟสองจังหวะติดกันเพื่อป้องกัน ซาวิโอ และอีกประมาณ 10 นาทีต่อมาก็ยังพุ่งลงไปป้องกันลูกยิงทางซ้ายของตัวเองได้อีกครั้ง

จากนั้น สเปอร์ส ก็โดนหมัดหนักจากอีกฝั่ง

เมื่อครึ่งหลังดำเนินไป ความมั่นใจดูเหมือนค่อย ๆ หายไป การสัมผัสบอลที่ไม่ดีบริเวณหน้ากรอบเขตโทษเริ่มเกิดถี่ขึ้น การจ่ายบอลเริ่มลอยหรือไปเข้าทางเท้าข้างที่ไม่ถนัดของเพื่อนร่วมทีม

โมฮัมเหม็ด คูดุส คิดว่าเขาสามารถทำลายคำสาปได้ หลังส่งบอลเข้าสู่ตาข่าย แต่ประตูดังกล่าวถูกยกเลิกจากจังหวะล้ำหน้าเพียงเล็กน้อยของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในจังหวะก่อนหน้า ซึ่งยิ่งทำให้ความรู้สึกว่าไม่มีอะไรเป็นใจยิ่งชัดเจนขึ้น

ในที่สุด สเปอร์ส ก็ยิงได้จริง ๆ ตอนที่สกอร์เป็น 0-3

เด แซร์บี หัวเราะออกมาบริเวณข้างสนามแบบประชดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ประตูนั้นทำให้ สเปอร์ส รอดพ้นจากการทำสถิติที่ไม่ต้องการ โดยพวกเขายิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้จากโอกาสครั้งที่ 66 ซึ่งมากกว่าเพียง 4 ครั้งจากสถิติช่วงฝืดเคืองของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อ 5 ฤดูกาลก่อน

จากนั้นในช่วงท้ายเกม ฟาน เฮคเคอ ขึ้นโหม่งทำประตูที่สอง แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

จากนี้อีก 3 สัปดาห์จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับ เด แซร์บี และทีมงานวิเคราะห์ของเขา เพราะพวกเขาต้องใช้เวลาหาคำตอบให้ได้ว่า สิ่งที่ผิดพลาดเกิดขึ้นตรงไหน

ฟาน เฮคเคอ มีปัญหาเมื่อต้องเจอกองหน้าที่เล่นด้วยพละกำลัง?

แม้ สเปอร์ส จะเป็นฝ่ายครองบอลได้มากตลอดเกมที่น่าผิดหวังอีกครั้งในบ้าน แต่พวกเขากลับมีปัญหามากเมื่อถูกสวนกลับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับบอลตรงไปยัง นิโกล่าส์ แจ็คสัน

กองหน้าวัย 25 ปีทำหน้าที่เหมือนเป็นเครื่องจักรทำลายแนวรับอยู่คนเดียวในหลายช่วงของเกม และทีมของ อูไน เอเมรี่ ก็พบช่องทางเล่นงานได้อย่างต่อเนื่องเมื่อสามารถแยก แจ็คสัน ออกจากแนวรับแล้วให้ดวลกับ ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ โดยตรง

สัญญาณเตือนแรกเกิดขึ้นช่วงนาทีที่ 30 เมื่อ แจ็คสัน พลิกตัวหนีความกดดันของกองหลัง แล้วลากบอลเข้าไปยิงต่ำหลุดกรอบ

จากนั้นเพียง 3 นาที เขายังพักบอลและจ่ายต่อให้ มานซัมบี ได้ยิงข้ามคาน หลังใช้ร่างกายบัง ฟาน เฮคเคอ และปล่อยบอลให้เพื่อนร่วมทีม

นิโกล่าส์ แจ็คสัน ปะทะกับกองหลังท็อตแน่ม
นิโกล่าส์ แจ็คสัน สร้างปัญหาให้แนวรับ ท็อตแน่ม ด้วยการเล่นที่ใช้พละกำลังและการพักบอล

ประตูที่สองของ วิลล่า เริ่มต้นจาก ซูซูกิ ที่เปิดบอลจากลูกตั้งเตะของผู้รักษาประตูไปหา แจ็คสัน โดยตรง

ฟาน เฮคเคอ ลังเลที่จะเข้าไปปิดระยะกับกองหน้าหมายเลข 9 และสุดท้ายก็ใช้พละกำลังไม่มากพอจะสลัดเขาออก ขณะที่ แจ็คสัน พักบอลย้อนกลับไปให้ มานซัมบี

จังหวะนี้อาจเป็นภาพที่ชัดที่สุดของแผนการเล่นของ แอสตัน วิลล่า

พวกเขาต้องการดึงให้ สเปอร์ส ดันขึ้นมากดดัน แล้วขยับแนวรับออกจากพื้นที่ ก่อนจะเลือกเปิดบอลตรงไปยัง แจ็คสัน ซึ่งมีหน้าที่ใช้พละกำลังต่อสู้กับกองหลังและสร้างพื้นที่ให้เพื่อนเข้ามาเล่นต่อ

สำหรับ ฟาน เฮคเคอ แล้ว ยังมีสิ่งดี ๆ อยู่ไม่น้อย

เขามีประโยชน์กับทีมมากในเวลาที่ครองบอล และยังเป็นคนยิงประตูที่สองในช่วงท้ายเกมนี้ด้วย

หาก สเปอร์ส สามารถเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นประตูได้สม่ำเสมอมากขึ้น ความสามารถของ ฟาน เฮคเคอ ในการจ่ายบอลแรงและแม่นยำผ่านแนวรับ รวมถึงการหาผู้เล่นในพื้นที่ระหว่างแนวรับ จะได้รับความชื่นชมมากขึ้นกว่าเดิม

แต่ในเวลาเดียวกัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ฟาน เฮคเคอ มีปัญหาเมื่อต้องรับมือกับกองหน้าที่แข็งแกร่งทางร่างกาย

เขาจำเป็นต้องได้รับการปกป้องและการสนับสนุนจากระบบรอบตัวมากกว่านี้

สเปอร์ส พบ แอสตัน วิลล่า
เกมระหว่าง ท็อตแน่ม และ แอสตัน วิลล่า เผยให้เห็นปัญหาหลายจุดของทีมเจ้าบ้าน

แล้ว เด แซร์บี จะปรับอะไรได้บ้าง?

คำถามที่ใหญ่ที่สุดหลังเกมนี้จึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องการยิงประตูแรกของฤดูกาลที่มาช้าเกินไป แต่คือ เด แซร์บี จะใช้ช่วงพัก 3 สัปดาห์นี้ปรับทีมอย่างไร

ระบบกองกลาง 3 คนยังมีช่วงเวลาที่ดูดี เพราะช่วยให้ สเปอร์ส ควบคุมบอลและสร้างจังหวะขึ้นเกมได้ แต่เมื่อทีมต้องการประตู การไม่มีหมายเลข 10 ที่สามารถรับบอลระหว่างแนวและสร้างความแตกต่างอาจกลายเป็นข้อจำกัด

เจมส์ แมดดิสัน และ โมฮัมเหม็ด คูดุส ยังรอโอกาสออกสตาร์ตตัวจริงในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ เด แซร์บี ก็ยังต้องตัดสินใจว่า โอมาร์ มาร์มูช เหมาะกับการยืนริมเส้นแบบหุบเข้าใน หรือควรกลับไปเล่นกองหน้าตัวกลางมากกว่า

อีกส่วนคือการแก้ปัญหาด้านสภาพจิตใจ เพราะเมื่อทีมไม่สามารถกลับมาได้เป็นเวลานานทุกครั้งที่เสียประตู ความกลัวความผิดพลาดก็มีโอกาสกลายเป็นปัญหาที่ฝังอยู่ในทีม

นักเตะต้องเรียนรู้ที่จะเล่นต่อหลังโดนหมัดแรก ไม่ใช่ปล่อยให้ประตูเดียวเปลี่ยนทั้งโครงสร้างของทีม

และนั่นคือสิ่งที่ ท็อตแน่ม เด แซร์บี ต้องหาคำตอบให้ได้ในช่วงพักเบรกทีมชาติ

สามสัปดาห์ที่อาจกำหนดทิศทางของฤดูกาล

สเปอร์ส จะไม่ได้ลงเล่นอีกจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งหมายความว่า เด แซร์บี มีเวลาไม่น้อยในการย้อนดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน 5 นัดแรก

พวกเขาเห็นแล้วว่าระบบสามารถสร้างโอกาสได้ เพราะเกมกับ วิลล่า และ เอฟเวอร์ตัน ต่างมีช่วงที่ทีมครองเกมและกดคู่แข่งได้ต่อเนื่อง

แต่ปัญหาคือพวกเขายังไม่สามารถทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นกลายเป็นประตูได้ และเมื่อคู่แข่งขึ้นนำ ความไม่มั่นใจก็เริ่มแทรกเข้ามา

เมื่อกลับมาแข่งอีกครั้ง สเปอร์ส จะต้องหาวิธีทำให้สองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน คือยังคงเล่นฟุตบอลในแนวทางที่ เด แซร์บี ต้องการ และในขณะเดียวกันต้องมีความเด็ดขาดพอที่จะลงโทษคู่แข่งก่อนที่จะถูกลงโทษเสียเอง

เพราะการยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 5 เกม และเสียไปถึง 5 นัดโดยยังไม่ชนะใคร ไม่ใช่สถานการณ์ที่สามารถปล่อยให้ยืดเยื้อได้เรื่อย ๆ

การแพ้ แอสตัน วิลล่า ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสกอร์ 2-3

มันเป็นอีกเกมที่แสดงให้เห็นว่า สเปอร์ส ยังสามารถสร้างโอกาสได้ แต่ยังไม่มีความมั่นใจพอจะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตู และที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขายังไม่มีคำตอบเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปในทางลบ

ช่วงพัก 3 สัปดาห์ต่อจากนี้จึงอาจเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูกาลสำหรับ โรแบร์โต เด แซร์บี

เขาต้องหาวิธีทำให้ สเปอร์ส ไม่ใช่แค่ทีมที่เล่นดีในบางช่วง แต่ต้องเป็นทีมที่สามารถรับมือกับเกมเมื่อไม่เป็นใจ และที่สำคัญที่สุด ต้องกลับมาเป็นทีมที่เชื่อว่าตัวเองสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีกครั้ง

เพราะตอนนี้ สเปอร์ส ไม่ได้ต้องการแค่ประตู

พวกเขาต้องการความเชื่อมั่นกลับคืนมาด้วย

ติดตามผลการแข่งขัน ตารางคะแนน และความเคลื่อนไหวของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้ที่ Livescore8888

โรแบร์โต เด แซร์บี และนักเตะท็อตแน่ม
โรแบร์โต เด แซร์บี ต้องใช้ช่วงพักเบรกเพื่อหาคำตอบให้กับการออกสตาร์ตที่ยากลำบากของ สเปอร์ส

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด