อาร์เซนอล แพ้ ไบรท์ตัน 0-3 บทเรียนสำคัญที่ อาร์เตต้า ต้องรีบแก้
มิเกล อาร์เตต้า ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในคนที่จับความรู้สึกแบบนั้นได้อย่างรวดเร็ว และเกมที่ อาร์เซนอล บุกไปแพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 0-3 เมื่อวันเสาร์ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
“ตั้งแต่การทุ่มครั้งแรก คุณก็รู้สึกได้แล้ว” อาร์เตต้า กล่าวถึงผลงานที่ทีมถูก ไบรท์ตัน เล่นงานอย่างง่ายดาย
“มันชัดเจนมาก เราทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากครั้งหนึ่ง สองครั้ง สามครั้ง และเราต้องหลุดออกจากรูปแบบนั้นให้เร็วกว่านี้มาก”
เรื่องราวที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้ 0-3 ซึ่งถือเป็นการแพ้ด้วยสกอร์นี้ครั้งแรกของ อาร์เซนอล นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 และครั้งนั้นก็เกิดขึ้นกับ ไบรท์ตัน เช่นกัน เริ่มจากลูกเตะของ เดวิด รายา ที่รีบร้อนเกินไปจนบอลออกเส้นข้างโดยตรง
จากนั้น ริคคาร์โด คาลาฟิออรี ก็เคลียร์บอลอย่างไม่เด็ดขาดจนเปิดโอกาสให้เจ้าบ้านได้ยิงครั้งแรกของเกม ตามมาด้วยความผิดพลาดของ เอซรี คอนซา ที่เกือบทำให้ทีมเสียหาย ก่อนที่ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ จะเข้ามาสกัดในจังหวะสุดท้ายเอาไว้ได้

อาร์เตต้า ยอมรับ อาร์เซนอล ห่างไกลจากมาตรฐานพื้นฐาน
อาร์เตต้า มองว่าปัญหาไม่ได้อยู่เพียงแค่รายละเอียดเล็ก ๆ แต่เป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเล่นพรีเมียร์ลีก
“มีพื้นฐานบางอย่างที่คุณจำเป็นต้องทำให้สำเร็จในการเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก และเราอยู่ห่างไกลจากสิ่งเหล่านั้นมาก” อาร์เตต้า กล่าว
“การที่ ไบรท์ตัน ชนะการดวลครั้งแรกหรือบอลจังหวะสอง ทำให้เกมอยู่ในจุดที่ยากมากสำหรับเรา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเล่นบอลตรงอย่างชัดเจน”
“เมื่อเราแย่งบอลกลับมาได้ จำนวนความผิดพลาดทางเทคนิคที่เราทำ และเราไม่ได้เคารพหลักการเล่นใด ๆ ที่จำเป็นเพื่อออกจากสถานการณ์แบบตัวต่อตัวเลย มันทำให้เราตกเป็นฝ่ายไล่ตามอยู่ตลอด ดังนั้นจึงยากมากที่จะควบคุมเกม”
การที่ อาร์เซนอล จะพลาดมากขนาดนี้ตลอดทั้งเกมถือเป็นเรื่องไม่ปกติ และยิ่งไม่ปกติเมื่อความผิดพลาดหลายอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่ 5 นาทีแรก
แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องให้เครดิตกับ ไบรท์ตัน ก็คือคุณภาพของพวกเขา เพราะหลายความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความเลินเล่อของ อาร์เซนอล เพียงฝ่ายเดียว
เจ้าบ้านกำลังอยู่ในช่วงที่เล่นได้อย่างดุดันและมีประสิทธิภาพ ก่อนเกมนี้ ไบรท์ตัน เป็นทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกที่ 13 ประตู และตอนนี้เพิ่มเป็น 16 ประตูแล้ว
พวกเขายังเป็นอันดับหนึ่งของลีกในเรื่องการแย่งบอลคืนในพื้นที่สูง โดยทำได้ถึง 41 ครั้งก่อนเกมนี้
การเป็นทั้งทีมที่ยิงประตูได้เฉียบคมและเพรสซิ่งได้เข้มข้นที่สุด กลายเป็นส่วนผสมที่หนักเกินกว่าสำหรับ อาร์เซนอล ซึ่งโดยปกติเป็นทีมที่แสดงความนิ่งออกมาได้แทบทุกสถานการณ์
แต่ อาร์เซนอล ก็เล่นมาอย่างหนักต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มีอีกมุมหนึ่งที่ อาร์เตต้า พยายามมองเช่นกัน เพราะก่อนเกมนี้ทีมของเขาชนะมาแล้ว 7 นัดจาก 7 เกมแรกของฤดูกาล
และในช่วงเวลาเพียง 10 วัน พวกเขาต้องลงเล่นเกมเยือนถึง 4 นัด
“พวกเขาเข้าบอลด้วยความมุ่งมั่นมากกว่า และจังหวะของพวกเขาดีกว่า” อาร์เตต้า กล่าวต่อ
“มีหลายช่วงที่บอลเป็นจังหวะ 50-50 และส่วนใหญ่พวกเขาเป็นฝ่ายชนะ”
“แต่มันไม่ได้ลบสิ่งที่ทีมทำมาตลอด 6 หรือ 7 สัปดาห์นับตั้งแต่กลับมาจากฟุตบอลโลก ทั้งจำนวนผู้เล่นที่กลับมา วิธีที่เราแข่งขัน และจำนวนเกมที่เราชนะ มันน่าทึ่งมาก แต่เกมนี้คือบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับพวกเราทุกคน เพื่อให้เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อเอาชนะในระดับนี้”

ทำไมคำพูดเรื่อง “บทเรียน” ของ อาร์เตต้า ถึงสำคัญ?
การได้ยินผู้จัดการทีมที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกพูดว่ายังมีบทเรียนที่ต้องเรียนรู้อาจฟังดูแปลก แต่ในความเป็นจริง มันกลับเป็นเหตุผลที่ทำให้คำพูดนี้มีความหมายมากขึ้น
อาร์เตต้า เป็นผู้จัดการทีมที่มักออกมาปกป้องลูกทีม ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร
ดังนั้นเวลาที่เขาเลือกพูดตรง ๆ และยอมรับว่าทีมทำไม่ได้ตามมาตรฐานพื้นฐานที่เขาวางเอาไว้ จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
ฤดูกาลที่แล้ว เขาเคยทำแบบเดียวกันหลัง อาร์เซนอล บุกไปเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งที่นำอยู่ 2-0 ก่อนจะถูกตีเสมอในช่วงท้ายเกม
หลังจากนั้น อาร์เซนอล ตอบสนองด้วยชัยชนะในพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกัน
อาร์เตต้า ยังวิจารณ์เรื่อง “พื้นฐาน” อีกครั้งหลังแพ้ บอร์นมัธ ในบ้าน 1-2 ก่อนคำแถลงที่โด่งดังของเขาในเดือนเมษายนซึ่งพูดถึงความร้อนแรงของทีม
แม้ อาร์เซนอล จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ในเกมลีกนัดถัดมา แต่ผลงานในวันนั้นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวครั้งใหญ่ ซึ่งนำทีมไปสู่การคว้าแชมป์
ดังนั้นจึงมีเหตุผลที่จะมองว่า ความพ่ายแพ้แบบนี้อาจเป็นสิ่งที่ อาร์เซนอล ต้องเจอบ้าง เพื่อเตือนตัวเองว่ามาตรฐานเดิมยังคงต้องรักษาเอาไว้ แม้เพิ่งประสบความสำเร็จมาแล้วก็ตาม
หนึ่งเกมสามารถเปลี่ยนจังหวะของฤดูกาลได้
อาจมีคนมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดในลักษณะนี้ แต่เกมทุกนัดมีความหมาย
เพียงเดือนกันยายนของฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซนอล เคยบุกไปเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 หลังเป็นฝ่ายตามหลัง และชัยชนะครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าตำแหน่งจ่าฝูง
หลังจากนั้นพวกเขาครองอันดับหนึ่งตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม เกือบตลอดทั้งฤดูกาล โดยมีเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นที่หลุดจากตำแหน่ง
เกมที่พบ นิวคาสเซิล ครั้งนั้น ตัวสำรองอย่าง มิเกล เมริโน่ และ มาร์ติน โอเดการ์ด เข้ามาเปลี่ยนทิศทางการแข่งขัน โดย เมริโน่ ยิงประตูตีเสมอ และ โอเดการ์ด เป็นคนสร้างโอกาสให้ กาเบรียล ทำประตูชัยในนาทีที่ 96
เมื่อ อาร์เตต้า ถูกถามว่าเขาพิจารณาเปลี่ยนตัวตั้งแต่ช่วงพักครึ่งในเกมที่เอเม็กซ์ สเตเดียมหรือไม่ ขณะที่ทีมตามหลัง 0-2 เขาตอบว่า
“ผมคิดถึงเรื่องนั้น แต่เราเชื่อว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะยังมีหลายอย่างที่เราต้องการเปลี่ยนในครึ่งหลัง และนั่นคือการตัดสินใจที่เราเลือก”

ทีมตัวจริงของ อาร์เตต้า แสดงให้เห็นในฤดูกาลนี้แล้วว่าสามารถเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้ เช่นเดียวกับชัยชนะ 2-1 เหนือ เชลซี ในบ้าน
แต่ ไบรท์ตัน เป็นคู่แข่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
บทเรียนที่ต้องรออีกอย่างน้อยสามสัปดาห์กว่าจะได้พิสูจน์
เราจะยังไม่รู้ว่า อาร์เซนอล จะเรียนรู้จากบทเรียนที่ อาร์เตต้า พูดถึงได้เร็วแค่ไหน เพราะช่วงพักเบรกทีมชาติที่ยาวนานทำให้พวกเขาจะไม่ได้ลงสนามอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์
แต่เกมแรกหลังกลับมาคือการเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งไม่ได้เป็นโปรแกรมที่ง่ายสำหรับการกลับมาแต่อย่างใด
ทีมของ แดเนียล ฟาร์เคอ มีแนวโน้มที่จะแสดงให้เห็นได้ไม่ต่างจาก ไบรท์ตัน ว่าการพยายามป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้นยากเพียงใด
ดังนั้นช่วงเวลา 3 สัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงจะมีความสำคัญอย่างมากสำหรับ อาร์เตต้า
นี่คือโอกาสในการพาทีมกลับไปสู่พื้นฐาน
กลับไปหาความละเอียดในการครองบอล
กลับไปหาความแข็งแกร่งในการดวล
กลับไปหาความนิ่งในจังหวะที่เกมไม่เป็นใจ
และที่สำคัญที่สุดคือกลับไปหามาตรฐานที่ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่เอาชนะได้อย่างสม่ำเสมอ
อาร์เซนอล อาจแพ้เพียงนัดเดียวจากช่วงออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยม แต่ความพ่ายแพ้ที่ ไบรท์ตัน ทำให้เห็นว่าทีมไม่สามารถปล่อยให้มาตรฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ หลุดมือได้
เพราะในพรีเมียร์ลีก การพลาดเพียงไม่กี่ครั้งสามารถเปลี่ยนเกมได้ในเวลาไม่กี่นาที
สิ่งที่สำคัญต่อจากนี้จึงไม่ใช่การลืมความพ่ายแพ้ แต่คือการใช้มันให้เกิดประโยชน์
ถ้า อาร์เซนอล เรียนรู้บทเรียนนี้ได้ ความพ่ายแพ้อาจกลายเป็นประโยชน์ระยะยาว
อาร์เตต้า ใช้คำว่า “บทเรียน” เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นที่ชายฝั่งทางใต้ และบางทีคำนั้นอาจเป็นคำที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
อาร์เซนอล ไม่ได้ถูก ไบรท์ตัน เอาชนะเพราะพวกเขาเล่นฟุตบอลไม่ได้ หรือเพราะคุณภาพโดยรวมด้อยกว่าเจ้าบ้านอย่างชัดเจน
พวกเขาแพ้เพราะในวันนั้น ไบรท์ตัน เข้าใจวิธีเล่นเกมในแต่ละจังหวะได้ดีกว่า และ อาร์เซนอล ทำผิดพลาดพื้นฐานมากเกินไปตั้งแต่เริ่มต้น
นี่เป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้
สิ่งสำคัญคือ อาร์เซนอล ต้องไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดในเกมนี้กลายเป็นความเคยชิน
ในทีมที่มีประสบการณ์คว้าแชมป์มาแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าฤดูกาลยาวนาน และความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเล่นดีเพียงบางช่วง
หาก อาร์เตต้า ใช้ช่วงพักเบรกทีมชาติทำให้ทีมกลับไปเข้าใจพื้นฐานที่เขาพูดถึงได้อีกครั้ง ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ก็อาจไม่ใช่เรื่องเสียเปล่า
ในทางกลับกัน มันอาจกลายเป็นเกมที่เตือนให้ อาร์เซนอล รู้ว่า การจะรักษาแชมป์พรีเมียร์ลีกไม่ได้ใช้แค่คุณภาพหรือพรสวรรค์
มันต้องใช้ความละเอียดในทุกจังหวะ ความพร้อมในการดวลทุกบอล และความสามารถในการรักษามาตรฐานเอาไว้ตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย
เพราะบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากสนามเอเม็กซ์ อาจไม่ใช่เรื่องของการแพ้ 0-3
แต่อาจเป็นการเตือนว่า ต่อให้คุณกำลังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมแค่ไหน พรีเมียร์ลีกก็พร้อมจะลงโทษคุณทันที หากคุณหลุดจากมาตรฐานเพียงไม่กี่นาที
และถ้า อาร์เซนอล เรียนรู้จากมันได้จริง เกมที่น่าผิดหวังในวันเสาร์อาจกลายเป็นบทเรียนที่มีค่ามากในอีกหลายเดือนข้างหน้า
ติดตามผลการแข่งขัน ตารางคะแนน และความเคลื่อนไหวของ อาร์เซนอล ได้ที่ Livescore8888

