ถอดรหัส ‘เมสซี่’: เดิน 63% ในสนามฟุตบอลโลก 2026 แต่อันตรายที่สุดจนแนวรับต้องผวา
BK8 – ‘มัจจุราชในโหมดสโลว์โมชั่น’: เจาะลึกปรัชญาการ ‘เดิน’ ของ ลิโอเนล เมสซี่ อาวุธลับที่อันตรายที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 – แทงบอล
นักเตะระดับโลกมักจะทำให้ฟุตบอลดูเป็นเรื่องง่ายดาย ราวกับการเดินเล่นในสวนสาธารณะ… แต่สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ มันคือการ “เดินเล่น” จริงๆ
หลังจบเกมที่ อาร์เจนตินา โกงความตายพลิกนรกกลับมาเอาชนะ อียิปต์ 3-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมสซี่ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่หากมองในแง่ของสภาพร่างกายแล้ว เขาแทบจะไม่มีเหงื่อออกเลยด้วยซ้ำ
สถิติที่น่าทึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ระบุว่า เมสซี่ใช้เวลา 63% ไปกับการ “เดิน” ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทิ้งห่างนักเตะเอาต์ฟิลด์คนอื่นๆ อย่างไม่เห็นฝุ่น และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ เขาใช้เวลาอีก 25% ไปกับการ “ยืนนิ่งๆ” มีเพียง 8.6% เท่านั้นที่เขาวิ่งจ๊อกกิ้ง (ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทัวร์นาเมนต์ที่ 23%) และแทบจะไม่วิ่งสปรินต์เต็มสปีดเลย
หลายคนอาจคิดว่านี่คือผลจากการโรยราของวัย 39 ปี ที่ต้องถนอมร่างกายไว้ใช้ในยามจำเป็น แต่แท้จริงแล้ว การเดินทอดน่องคือ “อาวุธลับ” ที่อยู่คู่กับเมสซี่มาตลอด
ภายใต้ความเฉื่อยชานั้น ซ่อนความเฉียบขาดที่ไร้ปรานีเอาไว้ ปัจจุบันเขาสร้างโอกาสทอง (Big Chances) ไปแล้วถึง 15 ครั้ง และนำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ 8 ประตู… เขาทำทั้งหมดนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเอาแต่เดิน?
เดินเพื่อสร้างความสับสน
พื้นที่หากินหลักของเมสซี่คือช่องว่างระหว่างกองกลางและกองหลังคู่แข่ง (ฮาล์ฟสเปซฝั่งขวา) แทนที่จะวิ่งหาช่องเอง เขาจะใช้การเดินขยับตัวเพียงแค่สองสามก้าว เพื่อดึงตัวเองออกจากรัศมีการประกบ ในขณะที่ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งดึงแนวรับคู่แข่งให้เสียขบวน
ราฟาเอล วาราน อดีตกองหลังเรอัล มาดริด และทีมชาติฝรั่งเศส ที่เคยดวลกับเมสซี่มา 21 ครั้ง อธิบายความน่ากลัวนี้ว่า
“คุณต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมให้ดีว่าใครจะประกบเขา เพราะทีเด็ดของเมสซี่คือการ ‘เดิน’ เข้าไปในพื้นที่ที่คุณไม่รู้ว่าใครควรจะเป็นคนรับผิดชอบ กองกลาง? ฟูลแบ็ก? หรือเซ็นเตอร์?”
ภัยเงียบที่ไร้ตัวตน
การเดินช่วยให้เมสซี่หลุดพ้นจากเรดาร์ของกองหลัง เมื่อแนวรับดันขึ้นสูง เขามักจะไม่รีบวิ่งกลับไปยืนในไลน์เพื่อไม่ให้ล้ำหน้า แต่เขาจะค่อยๆ เดินวนเวียนอยู่นอกสายตา รอจนกองหลังลืมไปแล้วว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น จากนั้นเมื่อถึงเสี้ยววินาทีสำคัญ เขาจะขยับตัวกลับเข้ามาในไลน์เพียงก้าวเดียว ก่อนจะพุ่งทะลุทะลวงไปรับบอลและจบสกอร์ เหมือนที่เขาทำในเกมกับ เคปเวิร์ด
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตเจ้านายเก่าเคยพูดถึงลูกศิษย์คนนี้ไว้ว่า “มันดูเหมือนเขาแค่เดินเตร็ดเตร่ไปมา และอาจจะเป็นคนที่วิ่งน้อยที่สุดในลีก แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อบอลไปถึงเขา เขารู้แล้วว่าใครยืนอยู่ตรงไหน เขาเอ็กซ์เรย์ทั้งสนามและเวลาไว้หมดแล้ว จากนั้นก็… ตู้ม!”
ยิ่งไปกว่านั้น การพยายามเข้าไปประกบติดเมสซี่ตอนที่เขาเดิน ก็เหมือนการเดินเข้าหาค่ายกล วิลเลียม กัลลาส อดีตกองหลังทีมชาติฝรั่งเศส เผยว่า “ต่อให้เขาจะเดิน คุณก็ไม่อยากให้เขาได้บอล คุณเลยคิดจะเข้าไปประกบติดเขา แต่ถ้าคุณเข้าไปใกล้ คุณก็แพ้แล้ว เพราะมันจะเกิดพื้นที่ว่างด้านหลังคุณทันที และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ”
แบกทีมด้วยเวทมนตร์ ไม่ใช่พละกำลัง
ในเกมที่เอาชนะ อียิปต์ 3-2 เมสซี่พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ระหว่างที่เขาเดิน เขาได้สร้างแผนที่ในหัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อทีมตามหลัง 2 ประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้าย เขาปรับเปลี่ยนตำแหน่งตัวเอง ถอยลงไปริมเส้นฝั่งขวาเหมือนสมัยดาวรุ่ง และใช้ทักษะการเลี้ยงบอลที่เหนือชั้นเล่นงานแนวรับฝั่งซ้ายของอียิปต์จนพังทลาย
จริงอยู่ที่การเดินของเมสซี่ ทำให้เพื่อนร่วมทีมที่เหลือต้องรับภาระในเกมรับมากขึ้น เพราะเขาแทบจะไม่ช่วยไล่เพรสซิ่งเลย แต่ ปาโบล ซาบาเลต้า อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติยืนยันว่า นักเตะอาร์เจนตินาทุกคน “เต็มใจ” ที่จะแบกรับภาระนั้น
“ถ้ากองหน้าคนอื่นต้องวิ่งมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า พวกเขาก็ยอมทำ” ซาบาเลต้ากล่าว “เพราะเรารู้ดีว่า เมื่อบอลอยู่กับเมสซี่ เขาจะเสกเวทมนตร์เหล่านั้นขึ้นมาได้”
สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ ฟุตบอลของเมสซี่อาจดูเหมือนคนแก่ที่หมดไฟและเอาแต่เดินเล่น แต่สำหรับกองหลังที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง พวกเขารู้ดีว่า… ภายใต้ความเงียบสงบและการอยู่นิ่งๆ นั้น มีจิตวิญญาณของเพชฌฆาตที่กำลังสแกนหาจุดอ่อน และพร้อมจะกระโจนขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ


