ปิดฉาก 4 ปีครึ่งแห่งความทรงจำ: ก้าวต่อไปของ ‘คีแรน ทริปเปียร์’ และมรดกที่ทิ้งไว้ให้ นิวคาสเซิล
BK8 – มากกว่าแค่กัปตัน: ก้าวต่อไปของ ‘ทริปเปียร์’ และสปิริตที่ไม่มีวันตายแห่ง เซนต์ เจมส์ พาร์ค – แทงบอล
กาลเวลาอาจพรากความเยาว์วัยไปจากร่างกายนักเตะ แต่ไม่อาจพราก “สปิริตแห่งผู้นำ” ไปจากหัวใจได้ ภาพจำในช่วงสุดสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อาจเป็นภาพสะท้อนอนาคตของชายที่ชื่อ คีแรน ทริปเปียร์ ได้เป็นอย่างดี
แม้จะไม่ได้ลงสนามในเกมที่ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน 3-1 แต่ในฐานะตัวสำรอง ทริปเปียร์ไม่ได้นั่งนิ่งเฉย เขาเดินพล่านอยู่ข้างสนาม ตะโกนกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม และคอยส่งต่อแท็กติกอย่างกระตือรือร้น ถึงขั้นที่ว่าในจังหวะหนึ่ง เขาสวมวิญญาณ ‘เจสัน ทินดอลล์’ (ผู้ช่วยผู้จัดการทีม) พยายามเข้าไปกดดัน ปาสกาล กรอสส์ มิดฟิลด์ไบรท์ตันก่อนเตะมุมเสียด้วยซ้ำ
ในวัย 35 ปี ที่กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของสัญญากับทัพสาลิกาดง เขายังคงทุ่มเททุกอณูเพื่อทีม ทว่าสำหรับอนาคต ทริปเปียร์ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกความเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการค้าแข้งต่อในอังกฤษ หรือการออกไปหาความท้าทายในต่างแดน โดยมีครอบครัวและลูกๆ ทั้ง 3 คนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ แต่ในเวลานี้ โฟกัสเดียวของเขาคือการพาทีมจบฤดูกาลให้สวยงามที่สุด
หัวใจที่ไร้ความเห็นแก่ตัว หากย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ การกระทำของเขาไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจ ทริปเปียร์ยอมรับว่าการอำลาทีมหลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมา 4 ปีครึ่ง จะเป็นเรื่องที่ “สะเทือนอารมณ์” อย่างแน่นอน เพราะนี่คือสโมสรที่เขาค้าแข้งด้วยยาวนานที่สุดในระดับอาชีพ
ในวันที่นิวคาสเซิลยุติการรอคอยแชมป์เมเจอร์ในประเทศยาวนาน 70 ปี ด้วยการคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ (EFL Cup) เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทริปเปียร์คือคนแอสซิสต์ให้ แดน เบิร์น ทำประตูเบิกร่องในนัดชิงชนะเลิศที่ชนะลิเวอร์พูล 2-1 ทว่าในวินาทีแห่งความภาคภูมิใจ เขากลับไม่ได้กระหายที่จะชูถ้วยแชมป์เพื่อเรียกแสงสปอตไลต์มาที่ตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“เขาไม่ได้สนใจเรื่องการชูถ้วยแชมป์เลย” คัลลัม วิลสัน อดีตเพื่อนร่วมทีมที่ปัจจุบันอยู่กับเวสต์แฮม เล่าความหลัง “ผมกับนักเตะรุ่นใหญ่หลายคนต้องคอยบอกเขาว่า ‘เอาเลย ไปจับถ้วยแล้วชูมันขึ้นพร้อมกับทุกคนเลย พวกนาย 3 คน (ทริปเปียร์, บรูโน กิมาไรส์ และ จามาล ลาสเซลส์) ชูมันพร้อมกัน เพราะนี่คือความสำเร็จของทีม’ ท้ายที่สุดเขาคือส่วนสำคัญของความสำเร็จนี้ และโมเมนต์นั้นมันบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้ดีที่สุด”
จิ๊กซอว์ชิ้นแรกของการปฏิวัติสโมสร ภาพความสำเร็จเหล่านั้นดูห่างไกลเหลือเกิน หากย้อนกลับไปในเดือนมกราคม ปี 2022 ทริปเปียร์คือการเซ็นสัญญารายแรกยุคกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย เขาเลือกทิ้งโอกาสลงเล่น แชมเปียนส์ ลีก กับ แอตเลติโก มาดริด เพื่อมากอบกู้ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น ท่ามกลางเสียงค่อนขอดจากภายนอกว่าเขามาเพราะ “เงิน”
แต่ความจริงนั้นกลับตาลปัตร แบ็กขวาชาวบิวรีต้องการกลับมาอยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษด้วยเหตุผลส่วนตัว เขายอม ลดค่าเหนื่อย เพื่อกลับมาร่วมงานกับ เอ็ดดี้ ฮาว เจ้านายเก่าสมัยอยู่เบิร์นลีย์ และที่สำคัญ ในสัญญาของเขา ไม่มีเงื่อนไขฉีกสัญญาหากทีมตกชั้น เขาไม่ใช่ทหารรับจ้าง แต่คือแชมป์ ลา ลีกา ที่นำเอามาตรฐานระดับสูง ความทุ่มเทในการซ้อม และแพสชันอันแรงกล้า มาปลุกชีพทีมที่เพิ่งชนะแค่นัดเดียวในตอนนั้น
“เขาคือผู้นำโดยธรรมชาติ” จอนโจ เชลวีย์ อดีตกองกลางนิวคาสเซิลกล่าว “เขาย้ายมาในเวลาที่สโมสรกำลังลำบาก เขานำความรู้และประสบการณ์เข้ามา และมันช่วยพวกเราได้อย่างมหาศาล”
รอยประทับที่ไม่มีวันเลือนหาย ความเป็นผู้นำของทริปเปียร์ฉายแชดตั้งแต่เกมประเดิมสนามที่พลิกล็อกพ่าย เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ใน เอฟเอ คัพ ท่ามกลางความหงุดหงิดของเพื่อนร่วมทีมบางคนที่เดินหัวเสียเข้าอุโมงค์ไปโดยไม่ขอบคุณแฟนบอล ทริปเปียร์ยืนหยัดอย่างสงบในห้องแต่งตัว และบอกให้ทุกคนลืมความพ่ายแพ้ แล้วก้าวต่อไปทีละเกม… นั่นคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้สโมสร
เขาทำประตูจากฟรีคิกสุดสวยในเกมสำคัญที่ชนะ เอฟเวอร์ตัน และ แอสตัน วิลล่า พาทีมรอดพ้นการตกชั้น และแม้ในยามที่กระดูกเท้าแตก เขาก็ยังเดินทางไปกับทีมเพื่อคอยสนับสนุนเพื่อนๆ สู่การพาทีมไปลุย แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จ
แม้วันนี้ นิวคาสเซิล จะเตรียมเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ แต่การจากไปของเขาจะทิ้งช่องโหว่ขนาดใหญ่ไว้ในห้องแต่งตัวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
“เขาจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่เคยลงเล่นให้ผม” เอ็ดดี้ ฮาว กล่าวทิ้งท้าย “ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เขาคือแบบอย่างของความสม่ำเสมอ เขาโดดเด่นมากบนพื้นหญ้า และเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม… เขาคู่ควรกับการจากไปพร้อมกับเสียงปรบมือและคำสรรเสริญทุกประการ”


