ย้อนรอย ‘ฮาลันด์’ เกิดที่อังกฤษ แล้วเขาเคยเกือบได้สวมเสื้อ ‘สิงโตคำราม’ หรือไม่?
BK8 – ‘โชคชะตาที่ขีดเส้นไว้’: เออร์ลิง ฮาลันด์ กับสายเลือดไวกิ้งที่เกิดในผู้ดี และเหตุผลที่ไม่เคยเลือกสวมเสื้อ ‘สิงโตคำราม’ – แทงบอล
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศคืนนี้ มีเรื่องราวของโชคชะตาที่ตลกร้ายซ่อนอยู่ เมื่อทีมชาติอังกฤษจะต้องลงสนามเพื่อพยายามหยุดยั้งชายที่เป็นความหวังสูงสุดของทีมชาตินอร์เวย์… ชายผู้ซึ่งแท้จริงแล้ว ลืมตาดูโลกบนแผ่นดินเมืองผู้ดี
ลองจินตนาการดูสิครับว่า หากในคืนนี้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยืนประจำการในแดนหน้าเคียงข้าง แฮร์รี่ เคน ภายใต้สีเสื้อทีมชาติอังกฤษ มันจะกลายเป็นฝันร้ายที่น่าสะพรึงกลัวของคู่แข่งขนาดไหน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง โชคชะตาของเขาถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ยังเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อย
จุดเริ่มต้นที่ ‘ลีดส์’ และชีวิตสองภาษา
ในวันที่ 21 กรกฎาคม ปี 2000 เด็กชายเออร์ลิง ลืมตาดูโลกที่เมืองลีดส์ แคว้นเวสต์ยอร์กเชียร์ ในช่วงเวลาที่ อัลฟี่ ฮาลันด์ ผู้เป็นพ่อ เพิ่งย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ในช่วง 3-4 ปีแรกของชีวิต ฮาลันด์เติบโตในสภาพแวดล้อมแบบสองวัฒนธรรม อัลฟ์ อิงเว เบิร์นต์เซ่น โค้ชเยาวชนคนแรกของเขาเล่าว่า “ตอนที่เขาอยู่ฝั่งนู้น ครอบครัวจะพูดภาษาอังกฤษกันในตอนกลางวัน และพูดภาษานอร์เวย์ในตอนค่ำ”
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่ออัลฟี่แขวนสตั๊ดจากอาการบาดเจ็บ ครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองบริน (Bryne) ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเบิร์นต์เซ่นให้ความเห็นว่า “ถ้าเขาย้ายกลับนอร์เวย์ตอนอายุสัก 7-8 ขวบ เขาอาจจะซึมซับความเป็นอังกฤษมากกว่านี้ แต่นี่เขากลับมาตั้งแต่ยังเล็ก เขาเข้าโรงเรียนอนุบาลที่นี่ และถูกหล่อหลอมด้วยวัฒนธรรมนอร์เวย์ไปเต็มๆ”
ฮาลันด์ เคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ไว้อย่างเรียบง่ายแต่ชัดเจนในปี 2023 ว่า
“ผมอยู่ที่อังกฤษแค่ 3-4 ปี แต่ผมใช้ชีวิตในนอร์เวย์มาอย่างยาวนาน ดังนั้นการเลือกนอร์เวย์จึงเป็นเรื่องธรรมชาติมาก ผมไม่รู้หรอกว่าถ้าพ่อผมเล่นที่อังกฤษนานกว่านี้ ผมอาจจะกลายเป็นคนอังกฤษไปแล้วก็ได้ แต่ผมคือคนนอร์เวย์ และผมภูมิใจกับมัน”
ทำไม ‘สมาคมฟุตบอลอังกฤษ’ ถึงไม่รั้งตัวไว้?
คำถามที่ตามมาคือ ในเมื่อเกิดที่อังกฤษ ทำไมสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ถึงไม่พยายามดึงตัวเขามาร่วมทีมเยาวชน?
แกเร็ธ เซาธ์เกต อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ เคยตอบคำถามนี้ไว้เมื่อปี 2020 ว่า “ตอนที่เขาก้าวขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาอยู่ในระบบเยาวชนของนอร์เวย์ไปเรียบร้อยแล้ว เราอาจจะคัดกรองนักเตะตั้งแต่เด็ก แต่เราไม่ได้จับตาดูเขาตั้งแต่ตอนที่เขายังวิ่งเล่นอยู่ในยอร์กเชียร์แน่ๆ และสำหรับนักเตะแบบเขา เขามีความชัดเจนมาตลอดว่าเขาอยากเล่นให้ใคร”
แหล่งข่าวจากอดีตโค้ชเยาวชนทีมชาติอังกฤษยืนยันว่า FA ไม่เคยทาบทามฮาลันด์อย่างจริงจัง เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ สายเลือดไวกิ้งของเขาเข้มข้นเกินกว่าจะเปลี่ยนใจ และเป้าหมายของเขาคือการสานต่อตำนานของพ่อในสีเสื้อนอร์เวย์
หัวใจที่ยังมีพื้นที่ให้ ‘ฟุตบอลอังกฤษ’ เสมอ
แม้จะเลือกรับใช้นอร์เวย์อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ฮาลันด์ก็ไม่เคยลืมรากเหง้าและสายสัมพันธ์ที่มีต่อฟุตบอลอังกฤษ
เขาภาคภูมิใจในสโมสรที่พ่อเคยเล่นให้ ทั้ง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สมัยเด็กๆ เขามักจะใส่เสื้อลีดส์หรือแมนฯ ซิตี้ ไปเตะบอลกับเพื่อนเสมอ และในปี 2017 เมื่อครั้งอายุ 16 ปี เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ความฝันของผมคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลีดส์” (ก่อนที่เรดบูล ซัลซ์บวร์ก จะปาดหน้าลีดส์คว้าตัวเขาไปในปี 2018)
ความผูกพันนี้ยังคงอยู่เสมอ สจ๊วร์ต ดัลลัส อดีตนักเตะลีดส์ เคยเล่าว่า ฮาลันด์เคยกระซิบคำว่า “Marching on together” (เพลงเชียร์ของลีดส์) ข้างหูเขาตอนแลกเสื้อกัน หรือแม้กระทั่งท่าดีใจเอามือทาบอกที่เขาทำตอนยิงใส่ กาลาตาซาราย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ถูกมองว่าเป็นการรำลึกถึงแฟนบอลลีดส์สองคนที่ถูกฆาตกรรมที่อิสตันบูลในปี 2000
เขาเกิดที่อังกฤษ ก้าวเดินก้าวแรกบนแผ่นดินอังกฤษ รักสโมสรในอังกฤษ และค้าแข้งอยู่ในอังกฤษ… แต่นี่คือฟุตบอลโลก ทัวร์นาเมนต์ที่ไม่มีคำว่าปรานี
ในคืนนี้ เด็กหนุ่มจากยอร์กเชียร์คนนั้น กำลังจะกลายเป็นฝันร้ายที่สุด ที่พร้อมจะดับความฝันของคนทั้งชาติอังกฤษให้พังทลายลงด้วยสองเท้าของเขาเอง


