วิกฤตศรัทธา! เชลซี สิ้นสภาพพ่าย ฟอเรสต์ ชุดสำรอง 1-3 คาถิ่น ส่อชวดตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก
BK8 – ศักดิ์ศรีที่สูญหาย: ความพ่ายแพ้ที่สะท้อนความพังทลายของ เชลซี – แทงบอล
ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันคือเรื่องของจิตวิญญาณและความภาคภูมิใจ… ทว่าในค่ำคืนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ สิ่งเหล่านั้นกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เมื่อ เชลซี สิ้นสภาพพ่ายแพ้ต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไปอย่างน่าหดหู่ 1-3
ก่อนเกมเริ่ม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า วิตอร์ เปเรยร่า กุนซือฟอเรสต์ กำลังเสี่ยงครั้งใหญ่ที่พักผู้เล่นตัวหลักเพื่อเก็บแรงไว้ลุยศึก ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง กับ แอสตัน วิลล่า และเลือกส่ง “ทีมชุดสอง” ลงสนามแทน แต่ความจริงที่ปรากฏคือ ทีมชุดสองของทัพเจ้าป่านั้นดีเกินพอที่จะเอาชนะเชลซีชุดนี้ หรือต่อให้ฟอเรสต์ส่งทีมชุดสามหรือชุดสี่ลงมา พวกเขาก็คงบดขยี้ทีมสีน้ำเงินที่ดูไร้ใจทีมนี้ได้อยู่ดี
ต้นตอของวิกฤตที่ไม่ได้อยู่แค่ในสนาม บรรยากาศที่เงียบเหงาและอึมครึมที่สุดเท่าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เคยมีมา คือผลลัพธ์ของการบริหารงานที่สับสนวุ่นวาย เมื่อสโมสรที่มีเจ้าของร่วม 2 คน และผู้อำนวยการกีฬาถึง 5 คน ตัดสินใจปลด เลียม โรซีเนียร์ และฝากความหวังในการคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก (ที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านปอนด์) ไว้กับ คาลัม แม็คฟาร์เลน กุนซือขัดตาทัพมือใหม่ที่ยังสอบใบอนุญาตโค้ชไม่ผ่านด้วยซ้ำ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของแม็คฟาร์เลนเพียงคนเดียว แต่มันคือการยอมจำนนของกลุ่มซูเปอร์สตาร์ที่รับค่าเหนื่อยแพงลิ่ว แต่กลับเล่นราวกับอยากไปเดินเล่นริมหาด มากกว่าจะสวมเสื้อวิ่งสู้ฟัดเพื่อแฟนบอล
รูปเกมที่ขาดลอยตั้งแต่วินาทีแรก ฟอเรสต์ใช้เวลาเพียง 97 วินาทีในการตอกหน้าเสียงวิจารณ์ ดิเลน บาคว่า ลากเลื้อยผ่าน มาร์ก กูกูเรย่า อย่างง่ายดาย ก่อนเปิดให้ ไตโว อโวนิยี่ โขกประตูขึ้นนำ แม้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จะปั่นโค้งไปชนเสาให้แฟนๆ ได้ลุ้น แต่เชลซีก็โดนตอกฝาโลงอีกครั้งในนาทีที่ 15 เมื่อ มาโล กุสโต้ ไปทำฟาวล์อโวนิยี่จนเสียจุดโทษ และเป็นอโวนิยี่ที่ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาดพาทีมเยือนนำห่าง 2-0
ความมืดมนของเชลซียังดำเนินต่อไป แม้ดาวรุ่งอย่าง เจสซี่ เดอร์รี่ จะโชว์ความมุ่งมั่นจนได้รับบาดเจ็บศีรษะกระแทกอย่างรุนแรงจนหมดสติและต้องถูกหามลงเปล (พร้อมเสียงปรบมือให้กำลังใจจากแฟนฟอเรสต์) และทีมได้จุดโทษ แต่ โคล พาลเมอร์ กลับยิงไปติดเซฟของ มัตซ์ เซลส์ นี่คือการพลาดจุดโทษครั้งที่ 2 จาก 20 ครั้งในพรีเมียร์ลีกของเขา และทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า ด้วยฟอร์มอันย่ำแย่เช่นนี้ โธมัส ทูเคิ่ล จะยังกล้าหนีบเขาไปลุยฟุตบอลโลกหรือไม่?
บทสรุปอันขมขื่น ครึ่งหลัง ฟอเรสต์ส่ง มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ และ แอนเดอร์สัน ลงมา และทั้งคู่ก็ยกระดับเกมจนแดนกลางเชลซีดูเหนื่อยล้าและไร้ทิศทาง ก่อนที่อโวนิยี่จะทำแฮตทริกของตัวเองในนาทีที่ 52 จากการแอสซิสต์ของกิ๊บบ์ส-ไวท์ แม้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ชูเอา เปโดร จะตีลังกายิงประตูปลอบใจสุดสวยให้เชลซีได้สำเร็จ แต่มันก็เป็นเพียงความสวยงามที่ย้อนแย้งกับฟอร์มการเล่นอันย่ำแย่ตลอดทั้งเกม
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้เชลซีจมปลักอยู่อันดับ 9 และไม่ชนะใครในบ้านในเกมลีกมาตั้งแต่เดือนมกราคม พวกเขาหมดสิทธิ์ลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสมบูรณ์ เพราะพวกเขา “ไม่คู่ควร” กับมัน ในขณะที่ฟอเรสต์การันตีการรอดตกชั้นได้อย่างสง่างาม
บางที… เจ้าของทีมเชลซีควรหันกลับมามองผลงานชิ้นนี้ และรู้สึกละอายใจกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำลงไปกับสโมสรที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจแห่งนี้


