เจเรมี ฌาเกต์ ลิเวอร์พูล: อิซัคยิงชัย แต่แนวรับคือกุญแจเกมบอร์นมัธ

BK8 – เจเรมี ฌาเกต์ ลิเวอร์พูล กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญหลังเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ บอร์นมัธ 1-0 เพราะแม้คนที่ทำประตูชัยจะเป็น อเล็กซานเดอร์ อิซัค แต่ผลงานของแนวรับดาวรุ่งรายนี้กลับเป็นสิ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน – แทงบอล

นี่คือการกลับบ้านที่มีความสุขสำหรับ อันโดนี อิราโอลา กุนซือลิเวอร์พูลที่ได้กลับไปเยือนสโมสรเก่าของตัวเอง และไม่ต้องรอนานเกินไปในฤดูกาลใหม่ก่อนจะได้กลับมายังสนามแห่งนี้

ชัยชนะ 1-0 อาจไม่ได้เกิดจากฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบของลิเวอร์พูลตลอด 90 นาที แต่สามแต้มก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติที่ยาวนาน

จังหวะตัดสินเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 57 เมื่อ โคดี้ กัคโป เปิดบอลเข้าไป ก่อนบอลจะแฉลบมาเข้าทาง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่อยู่ในตำแหน่งพอดี กองหน้าทีมชาติสวีเดนจัดการซัดจากระยะใกล้เข้าไป และหลังจากนั้นงานทั้งหมดก็ตกอยู่กับแนวรับในการรักษาสกอร์

สุดท้ายลิเวอร์พูลรักษาคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกได้เป็นเกมที่สามติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำได้แบบนี้นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2024-25

ชัยชนะทำให้ลิเวอร์พูลขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีก และเป็นผลการแข่งขันที่เข้ามาช่วยสร้างความมั่นใจก่อนพักเบรกทีมชาติ

เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล ในเกมกับบอร์นมัธ
เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล ในเกมที่บุกชนะบอร์นมัธ 1-0

เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล กับบทบาทที่โดดเด่นในแนวรับ

ถ้าถามว่ามีใครจากเกมนี้ที่ทำให้แฟนลิเวอร์พูลพูดถึงมากขึ้น ชื่อของ เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล คงอยู่ในกลุ่มแรก ๆ อย่างแน่นอน

เซ็นเตอร์แบ็กวัย 21 ปีออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ก่อนหน้านี้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่จำกัดทั้งเวลาในการฝึกซ้อมและโอกาสลงสนาม แต่เมื่อได้รับโอกาส เขากลับเล่นเหมือนเป็นคนที่อยู่ในแนวรับลิเวอร์พูลมานานหลายปี

ก่อนเริ่มฤดูกาลมีคำถามเกี่ยวกับตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กของลิเวอร์พูล หลังการจากไปของ อิบราฮิมา โกนาเต รวมถึงอาการบาดเจ็บของ จิโอวานนี เลโอนี และ โจ โกเมซ

โรนัลด์ อเราโฆ่ ย้ายมาจากบาร์เซโลนาด้วยสัญญายืมตัวเพื่อเพิ่มทางเลือก แต่สุดท้าย มาเกต์ กลับยึดตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กข้าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ได้อย่างมั่นคง

จุดที่น่าสนใจคือเขาเป็นกองหลังที่กล้าเล่นไปข้างหน้า ไม่ได้ยืนรออยู่ลึกตลอดเวลา แต่พร้อมก้าวออกจากแนวรับเพื่อเข้าไปดวลกับกองหน้าของคู่แข่งทันที

ความดุดันแบบนี้เข้ากับระบบของ อันโดนี อิราโอลา มาก เพราะลิเวอร์พูลต้องการให้ผู้เล่นแนวรับสามารถออกมาปิดพื้นที่และเล่นเกมรับจากพื้นที่ด้านหน้าได้ด้วย

เกมกับบอร์นมัธเป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะ เอวานิลซอน เป็นกองหน้าที่สามารถสร้างปัญหาให้เซ็นเตอร์แบ็กได้ แต่ มาเกต์ สามารถรับมือกับเขาได้โดยไม่ดูเป็นรอง

เขาเข้าไปดวลอย่างมั่นใจ กล้าเข้าบอล และยังสามารถกลับเข้าสู่ตำแหน่งได้รวดเร็วเมื่อจังหวะถูกเปลี่ยนทิศทาง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจน่าประทับใจมากกว่าการเล่นเกมรับคือคุณภาพของเขาเมื่อมีบอล

มาเกต์สามารถจ่ายบอลทะลุแนวรับคู่แข่ง และยังมีความสามารถในการจ่ายบอลระยะไกลเพื่อเปลี่ยนเกมได้ทันที ทำให้การเล่นจากแดนหลังของลิเวอร์พูลมีทางเลือกมากขึ้น

เจเรมี มาเกต์ กับสถิติเกมบอร์นมัธ
สถิติการผ่านบอล การพาบอล และเกมรับของ เจเรมี มาเกต์ ในเกมกับบอร์นมัธ

ด้วยเหตุนี้ ชีวิตของ มาเกต์ กับลิเวอร์พูลจึงเริ่มต้นได้ดีมาก และการถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ก็ถือเป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่าผลงานของเขากำลังได้รับการจับตามอง

เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล กับคำถามเรื่อง ฟลอเรียน เวียตซ์

ในขณะที่แนวรับอย่าง มาเกต์ กำลังสร้างความมั่นใจ ลิเวอร์พูลกลับมีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องคิด นั่นคือฟอร์มของ ฟลอเรียน เวียตซ์

มีจังหวะหนึ่งในช่วง 20 นาทีแรกที่ลิเวอร์พูลกำลังพยายามสร้างเกมรุก เวียตซ์ขยับออกไปหาพื้นที่ว่างบริเวณใกล้ม้านั่งสำรอง และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จ่ายบอลมาให้

จังหวะนั้นแทบไม่มีแรงกดดันจากคู่แข่ง แต่เวียตซ์กลับควบคุมบอลไม่อยู่จนบอลไหลออกไปเป็นลูกทุ่ม สีหน้าของเขาบอกได้ทันทีว่ารู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

เวียตซ์กลายเป็นหัวข้อที่แฟนลิเวอร์พูลพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังออกสตาร์ตฤดูกาลแบบเงียบ ๆ และแม้ อิราโอลา จะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “เขาช่วยเราได้ในหลายด้าน” แต่เกมนี้ก็แทบไม่ได้ช่วยลดข้อสงสัยลง

ทั้งการเอาชนะการดวล การตัดสินใจในจังหวะมีบอล และการเชื่อมเกมรุก หลายอย่างยังไม่ออกมาอย่างที่ลิเวอร์พูลคาดหวังจากนักเตะค่าตัว 116 ล้านปอนด์

จังหวะที่ เวียตซ์ จับบอลพลาดยังไม่ใช่เรื่องเดียว เพราะในช่วงกลางครึ่งแรก เจ้าตัวยังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลังถูกสกัดโดยเพื่อนร่วมทีมอย่าง มิลอส เคอร์เคซ

เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูลที่ทำหน้าที่วิเคราะห์เกมให้ สกาย สปอร์ตส์ ถึงกับบอกว่าเขาแปลกใจที่เห็นเวียตซ์กลับมาลงเล่นในครึ่งหลัง

ตำแหน่งสัมผัสบอลของฟลอเรียน เวียตซ์ ในเกมบอร์นมัธ 0-1 ลิเวอร์พูล
ตำแหน่งการสัมผัสบอลของ ฟลอเรียน เวียตซ์ ในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกชนะบอร์นมัธ

หลังพักครึ่ง เวียตซ์ไม่ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะมีจังหวะเข้าไปสร้างความวุ่นวายบริเวณเสาแรกเมื่อพยายามเข้าชาร์จลูกเปิดของกัคโป ก่อนบอลที่หลุดออกมาจะตกไปเข้าทางอิซัคและกลายเป็นประตูชัย

สิ่งนี้ทำให้อิราโอลามีเรื่องให้ต้องคิดอีกหลายอย่างในช่วงพักเบรกว่าเขาจะหาวิธีดึงศักยภาพสูงสุดของเวียตซ์ออกมาอย่างไร หรือควรมีทางเลือกอื่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ที่อาจตอบโจทย์มากกว่า

เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล และการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ มาเกต์ น่าสนใจคือวิธีการเล่นกับบอล เพราะเมื่อบอลอยู่กับเขา ลิเวอร์พูลไม่ได้มีเพียงตัวเลือกในการส่งคืนหรือจ่ายสั้นไปด้านข้างเท่านั้น

เขาสามารถมองหาช่องทางส่งบอลไปยังแดนกลาง หรือเปลี่ยนทิศทางเกมด้วยการจ่ายบอลที่เดินทางไกลขึ้น เมื่อเพื่อนร่วมทีมขยับออกไปหาพื้นที่ว่าง

ความสามารถลักษณะนี้สำคัญกับฟุตบอลของอิราโอลา เพราะแนวรับไม่ได้มีหน้าที่เพียงหยุดคู่แข่ง แต่ต้องช่วยพาทีมขยับขึ้นไปครองพื้นที่ด้านบนของสนามด้วย

ดังนั้นผลงานของ เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้จึงไม่ได้มีแค่การสกัดหรือชนะการดวล แต่รวมถึงการช่วยให้ทีมเริ่มต้นเกมรุกจากด้านหลังได้เร็วขึ้นด้วย

เจเรมี มาเกต์ ในเกมบอร์นมัธพบลิเวอร์พูล
เจเรมี มาเกต์ มีบทบาทสำคัญในแนวรับของลิเวอร์พูลตลอดเกม

อิราโอลาพูดถึงเกมนี้อย่างไร?

กุนซือชาวสเปนยอมรับว่าลิเวอร์พูลเล่นได้ไม่ดีพอในช่วงต้นเกม แต่พอใจกับการที่ทีมค่อย ๆ ยกระดับผลงานขึ้นมา

“ผมรู้ว่ามันเป็นสถานที่ที่ยากมากในการมาเยือน และยากมากที่จะคว้าสามแต้ม” อิราโอลากล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์

“เรามองเห็นได้จากเกมว่า ในช่วง 20 นาทีแรก เราไม่ได้อยู่ในระดับที่เกมต้องการ”

“ครึ่งหลังเราเล่นได้ดีขึ้น แต่ช่วงเริ่มเกมนั้น บอร์นมัธทำให้เราเจอกับความยากลำบาก แม้จะไม่ได้ทำให้เราแปลกใจ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเรากำลังจะมาเจอกับอะไร แต่มันเป็นเรื่องยากสำหรับเรา”

“หลังจากนั้นเมื่อบอร์นมัธเริ่มเหนื่อย ในครึ่งหลังเราควบคุมเกมได้ดีขึ้นมาก เรามีโอกาสปิดเกมด้วยซ้ำ แต่ทำประตูที่สองไม่ได้”

“แต่ช่วงแรกของเกม เราไม่สามารถชนะการดวล ไม่ได้บอลสอง และเมื่อพวกเขาเล่นด้วยความเข้มข้นแบบนี้ คุณต้องอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาให้ได้”

เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล จะมีบทบาทมากขึ้นหรือไม่?

จากเกมนี้ คำถามจึงไม่ได้มีเพียงว่า อิซัคจะยิงประตูต่อเนื่องได้หรือไม่ หรือเวียตซ์จะคืนฟอร์มเมื่อไร แต่ยังรวมถึงบทบาทของ มาเกต์ ในแนวรับด้วย

ลิเวอร์พูลต้องการกองหลังที่สามารถรับมือกับกองหน้าของคู่แข่งได้โดยไม่ต้องถอยต่ำเกินไป และยังต้องช่วยทีมเริ่มต้นเกมรุกจากด้านหลังได้ด้วย

มาเกต์แสดงให้เห็นคุณสมบัติทั้งสองด้านในเกมกับบอร์นมัธ และนั่นคือเหตุผลที่ชื่อของ เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล ถูกพูดถึงมากขึ้นหลังเกมนี้

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงช่วงต้นฤดูกาล แต่หากเขาสามารถรักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไปได้ การแย่งตำแหน่งในแนวรับของลิเวอร์พูลก็อาจน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ

จากนี้ลิเวอร์พูลจะเจอกับใคร?

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม: ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, พรีเมียร์ลีก, เวลา 16.30 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ หรือ 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

อเล็กซานเดอร์ อิซัค ฉลองประตูกับลิเวอร์พูล
อเล็กซานเดอร์ อิซัค กับประตูชัยที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกคว้าสามแต้ม

สำหรับแฟนลิเวอร์พูล ช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้จึงมีทั้งเรื่องให้มองในแง่บวกและสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป เพราะแนวรับกำลังมีนักเตะอย่าง มาเกต์ ที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ ขณะที่เกมรุกยังต้องหาวิธีดึงศักยภาพของ เวียตซ์ ออกมาให้มากกว่านี้

ส่วน อิซัค ก็ได้ทำในสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการจากกองหน้าตัวความหวัง นั่นคือการอยู่ถูกที่ในช่วงเวลาสำคัญและเปลี่ยนโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งให้กลายเป็นสามแต้ม

นี่อาจไม่ใช่เกมที่สวยที่สุดของลิเวอร์พูล แต่เป็นชัยชนะที่ช่วยให้ทีมเดินหน้าต่อ และชื่อของ เจเรมี มาเกต์ ลิเวอร์พูล ก็อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่แฟนบอลต้องจับตาไปอีกนานในฤดูกาลนี้

อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฟลอเรียน เวียตซ์ ได้ที่ บทวิเคราะห์ฟลอเรียน เวียตซ์กับลิเวอร์พูล

ติดตามผลบอลสด ข่าวสาร และโปรแกรมฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ livescore8888.live

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด