เดิมพันครั้งใหญ่! ‘คาร์ริค’ พา แมนยู ซิวตั๋ว ชปล. แต่ฟอร์ม 2 แข้งดังยังน่าเป็นห่วง

BK8 – บทพิสูจน์ ‘คาร์ริค’ พาผีซิวตั๋ว ชปล. พร้อมเจาะลึกจุดแข็งและรอยรั่วที่รอการแก้ไข-แทงบอล

เป้าหมายสำคัญของ ไมเคิล คาร์ริค นับตั้งแต่เข้ามารับเผือกร้อนต่อจาก รูเบน อโมริม เมื่อเดือนมกราคม คือการพาทีมคว้าโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเขาก็สามารถพุ่งชนเป้าหมายนั้นได้อย่างสง่างาม ด้วยการเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล

แน่นอนว่าอาจมีคำถามถึงรูปเกมที่ยูไนเต็ดปล่อยให้คู่แข่งไล่ตีเสมอหลังจากนำห่างถึงสองประตู ซึ่งคาร์ริคคงเป็นคนแรกที่ออกมายอมรับว่า ขุมกำลังชุดที่เขารับช่วงต่อมานี้ยังคงต้องได้รับการปรับปรุง แต่สถิติการคว้าชัยชนะ 10 จาก 14 นัด คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า เขาและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชสามารถพลิกโฉมยูไนเต็ดให้กลับมาเป็นทีมที่แข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว

ชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขารับประกันโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก ในทางคณิตศาสตร์ แต่ยังช่วยทิ้งห่างคู่แข่งในศึกชิงอันดับ 3 อีกด้วย นี่คืออุปสรรคชิ้นใหญ่ด่านสุดท้ายที่คาร์ริคก้าวข้ามมาได้สำเร็จ และคงไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้มากไปกว่านี้แล้วเพื่อพิสูจน์ให้บอร์ดบริหารเห็นว่า เขาคือ “คนที่ใช่” สำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมถาวร หากสโมสรเลือกที่จะมองหาตัวเลือกอื่นหลังจบฤดูกาล มันก็จะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเลย

การกลับมาเจิดจรัสของ ‘ค็อบบี้ เมนู’ ในบรรดาความสำเร็จทั้งหมดของคาร์ริคในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา การชุบชีวิตเส้นทางค้าแข้งของ ค็อบบี้ เมนู คือหนึ่งในผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด

อย่าลืมว่ามิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้เคยหลุดฟอร์มไปไกลแค่ไหนในยุคของอโมริม การต่อสัญญาระยะยาวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือรางวัลตอบแทนการดูแลเอาใจใส่นักเตะของคาร์ริค เมนูฉลองสัญญาใหม่ด้วยการซัดประตูชัยต่อหน้าอัฒจันทร์ฝั่งสเตรทฟอร์ด เอนด์ ซึ่งเป็นการฉายภาพซ้ำหนึ่งในโมเมนต์ที่ดีที่สุดของเขาในสีเสื้อยูไนเต็ด (การยิงประตูสุดสวยใส่ลิเวอร์พูลในเกมเสมอ 2-2 เมื่อเดือนเมษายน 2024)

หลังจบเกม เมนูได้กล่าวยกย่องคาร์ริคที่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับสโมสรว่า “เขามีส่วนสำคัญอย่างมาก ความมั่นใจที่เขามอบให้กับนักเตะทุกคน ทำให้คุณอยากจะเดินตามเขา ต่อสู้เพื่อเขา และยอมตายถวายหัวเพื่อเขาบนผืนหญ้า”

วิกฤตความมั่นใจของ ‘อาหมัด ดิยัลโล่’ อาหมัด ดิยัลโล่ เคยสร้างชื่อจากการยิงประตูชัยดับลิเวอร์พูล 4-3 ในศึกเอฟเอคัพ แต่ปัจจุบันดาวเตะชาวไอวอรี่โคสต์กลับดูเหลือเพียงเงาของตัวเอง

หลังจากถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งของเกมที่พบกับเบรนท์ฟอร์ดเมื่อวันจันทร์ อาหมัดถูกส่งลงสนามแทนที่ เบนจามิน เซสโก้ ที่มีอาการบาดเจ็บในช่วงพักครึ่งของเกมนี้ ทว่าผลงานชิ้นแรกๆ ของเขาคือการเสียบอลจนนำไปสู่จังหวะสวนกลับที่ โดมินิก ซอบอสซไล ยิงประตูให้ลิเวอร์พูล และเกือบทำให้เกมพลิกผัน

อาหมัด ไม่เหมือนเดิมอีกเลยนับตั้งแต่กลับมาจากศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ในเกมแรกของคาร์ริคเมื่อเดือนมกราคม เขาเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่ทำผลงานได้ดีในยุคของอโมริม แต่กลับดูถดถอยลงภายใต้การคุมทีมของคาร์ริค อย่างไรก็ตาม บอสใหญ่ของยูไนเต็ดก็ยังคงปกป้องลูกทีมหลังความผิดพลาด โดยกล่าวว่า “อาหมัดทำผลงานให้เราอย่างมหาศาล และทุ่มเทให้กลุ่มและทีมมาตลอดจนพาเรามาอยู่ในจุดนี้ได้”

ความผิดพลาดของ ‘ลัมเมนส์’ และบททดสอบการเซ็ตบอล เซนเน่ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูชาวเบลเยียม แทบจะไม่เคยทำผิดพลาดเลยนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมยูไนเต็ด เขาเคยสร้างความประทับใจด้วยความนิ่งในเกมเยือนแอนฟิลด์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดในเกมนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยของเขาอย่างยิ่ง แต่มันก็เน้นย้ำให้เห็นถึงอันตรายของการพยายามต่อบอลสั้นจากแดนหลัง (Play out from the back) หลังจากที่เขาจ่ายบอลพลาดไปให้ คาเซมิโร่ จนกลายเป็นของขวัญให้ลิเวอร์พูลได้ประตูที่สอง

แม้ลัมเมนส์จะมีจุดเด่นในการใช้เท้าได้ดีทั้งสองข้าง แต่คำถามที่กว้างกว่านั้นคือ ยูไนเต็ดมีผู้เล่นที่พร้อมและสบายใจกับระบบการเล่นแบบนี้ในสถานการณ์กดดันหรือไม่? เอริค เทน ฮาก เคยต้องจ่ายบทเรียนราคาแพงมาแล้วในช่วงแรกที่เขาคุมทีม และตอนนี้ถึงคราวที่ คาร์ริค ต้องตัดสินใจว่า แท็กติกนี้มันคุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด