ของดีฟรีเอเยนต์! เจาะลึกเหตุผลทำไม ‘สโตนส์’ ยังเนื้อหอม อาร์เซน่อล-เชลซี พร้อมเปิดศึกแย่งตัว

BK8 – ‘มันสมองและคลาสบอลที่ประเมินค่าไม่ได้’: ทำไม ‘จอห์น สโตนส์’ ถึงยังเป็นที่ต้องการของ อาร์เซน่อล และ เชลซี – แทงบอล

เมื่อนักเตะดีกรีแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นผู้เล่นฟรีเอเยนต์แบบไม่มีค่าตัว… จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สโมสรระดับท็อปของยุโรปจะหูผึ่งและเตรียมพร้อมขยับตัว

จอห์น สโตนส์ ปิดฉากเส้นทาง 10 ปีอันยิ่งใหญ่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกวาดแชมป์รายการเมเจอร์ไปถึง 20 โทรฟี่ ส่วนผสมระหว่างประสบการณ์ ภาวะผู้นำ และทัศนคติของผู้ชนะของเขานั้นหาตัวจับยาก แม้หลายสโมสรอาจจะกังวลเรื่องความฟิตในระยะยาวของปราการหลังวัย 32 ปีรายนี้ แต่สำหรับสโมสรอย่าง อาร์เซน่อล และ เชลซี พวกเขายังคงใส่ชื่อสโตนส์ไว้ในลิสต์เป้าหมายเสริมทัพ

นี่คือการวิเคราะห์เจาะลึกว่า ทำไมกองหลังที่ลงเล่นน้อยมากในช่วงหลัง ถึงยังคงเป็น “ของแรร์” ที่ทีมระดับท็อปต้องการ

เครื่องหมายคำถามเรื่องความฟิต กับบทพิสูจน์ในฟุตบอลโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกังวลเรื่องสภาพร่างกายของสโตนส์คือเรื่องจริง เขาลงเล่นในลีกแทบจะไม่ถึง 1,000 นาทีเลยนับตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2024-25

แต่ในศึกฟุตบอลโลกซัมเมอร์ที่ผ่านมา สโตนส์เพิ่งพิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นกำลังหลักพาทีมชาติอังกฤษทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ เขามอบความนิ่งและเยือกเย็นให้กับแผงหลังของ โธมัส ทูเคิ่ล ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“ผมคิดว่าเขาคือผู้เล่นระดับเวิลด์คลาส เขาคือผู้ชนะที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว” ทูเคิ่ลกล่าว “เขารู้วิธีปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมแห่งชัยชนะ และปรับตัวทางแทคติกในสนามได้ดีเยี่ยม เขายังคงอยู่ในระดับสูงสุดเสมอเมื่อผมเห็นเขาลงเล่น”

ปราการหลัง ‘ตัวคุมจังหวะ’ ที่ดีที่สุดในยุโรป

หากตัดเรื่องอาการบาดเจ็บออกไป ในวงการฟุตบอลยุโรปยุคปัจจุบัน มีเซ็นเตอร์แบ็กเพียงไม่กี่คนที่มีความสามารถในการคุมจังหวะเกม (Tempo-dictating) ได้เนียนตาเท่ากับเขา

สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า การครอบครองบอลคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสโตนส์คือสัญลักษณ์ของสไตล์การเล่นนั้น

  • สถิติสุดโหด: นับตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 ไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กในพรีเมียร์ลีกคนไหน (ที่ลงเล่นมากกว่า 900 นาที) จะมีความแม่นยำในการจ่ายบอลสูงกว่าสโตนส์ที่ทำไว้ถึง 94%

  • เน้นความชัวร์: จากกลุ่มตัวอย่างกองหลัง 232 คน มีเพียง 10 คนเท่านั้นที่มีสัดส่วนการวางบอลยาวน้อยกว่าสโตนส์ (เพียง 6%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหน้าที่หลักของเขาคือการต่อบอลสั้นเพื่อสร้างรากฐานการบุกที่มั่นคงให้กับทีม

ทุกคนคงจำได้ดีถึงฤดูกาลแห่งประวัติศาสตร์ที่ซิตี้คว้าทริปเปิลแชมป์ (2022-23) สโตนส์รับบทบาท “ไฮบริด” ขยับจากเซ็นเตอร์แบ็กหรือแบ็กขวา ขึ้นไปยืนเป็นมิดฟิลด์เพื่อเพิ่มตัวผู้เล่นตรงกลางสนาม ทำให้ซิตี้สามารถเล่นในระบบ 3-2-5 ที่แทบไม่มีใครต้านทานได้ ความฉลาดทางแทคติกนี้คือสิ่งที่กุนซือทุกคนปรารถนา

การอ่านเกมที่เฉียบขาด และจุดเด่นลูกกลางอากาศ

ความสามารถในการจ่ายบอลของเขาโดดเด่นมากเสียจนหลายคนอาจลืมไปว่า “ทักษะการเล่นเกมรับ” ของเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

สไตล์การรับของสโตนส์ไม่ใช่พวกที่ชอบพุ่งเข้าเสียบสกัดอย่างบ้าคลั่ง แต่เขาเน้นการ “อ่านเกมและยืนตำแหน่ง” เขาจะรอจังหวะที่เหมาะสมและใช้ประสบการณ์เพื่อดักบอล ในฟุตบอลโลกนัดเจอกับนอร์เวย์ มีจังหวะที่เขาต้องดวลแบบ 1 ต่อ 1 กับ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ สโตนส์ไม่ถลำตัว แต่ใช้สเต็ปเท้าถอยคุมพื้นที่และอ่านทางบอลก่อนจะตัดบอลเคลียร์อันตรายได้อย่างหมดจด

นอกจากนี้ เขายังมีทีเด็ดในการเล่นลูกกลางอากาศ:

  • นับตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 สโตนส์ทำประตูจากลูกตั้งเตะไปถึง 10 ประตู (มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ในช่วงเวลาเดียวกัน)

  • เขามีสถิติชนะการดวลลูกกลางอากาศถึง 68% ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มท็อป 10% ของกองหลังพรีเมียร์ลีก

การเซ็นสัญญากับ จอห์น สโตนส์ อาจไม่ใช่การซื้อนักเตะที่การันตีการลงสนาม 38 นัดต่อฤดูกาล แต่สโมสรที่ได้เขาไป จะได้หนึ่งในกองหลังที่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุดในรอบทศวรรษ พร้อมประสบการณ์และภาวะผู้นำที่จะช่วยยกระดับทีมได้ในทุกมิติ โดยเฉพาะกับทีมที่เน้นป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด