‘ชาก้า’ เปิดใจชีวิตสุดรันทด พ่อติดคุกเพื่ออนาคต พร้อมเชียร์ ‘อาร์เซน่อล’ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

BK8 – เลือดนักสู้ที่สืบทอดจากพ่อ: ‘กรานิต ชาก้า’ กับบทเรียนชีวิตที่หล่อหลอมให้เป็นผู้นำ – แทงบอล

ในห้องแต่งตัวที่ สนต์ เจมส์ พาร์ค บรรยากาศกำลังคุกรุ่น แซนเดอร์แลนด์ ตกเป็นรอง นิวคาสเซิ่ล 0-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งแดนอีสาน กรานิต ชาก้า ไม่ยอมปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ เขาลุกขึ้นเป็นผู้นำในการระเบิดอารมณ์และกระตุ้นลูกทีมด้วยถ้อยคำที่ดุดัน

“สิ่งที่เราพูดกันในห้องแต่งตัวมันรุนแรงกว่าในอุโมงค์อีก” ชาก้าเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงพักครึ่ง “มันไม่ดีพอ ไม่ใช่แค่เพราะรูปเกม แต่เพราะประวัติศาสตร์ของเกมดาร์บี้นี้… ถ้าคุณชอบความพ่ายแพ้ คุณก็เลือกอาชีพผิดแล้ว” และผลลัพธ์คือ ซันเดอร์แลนด์ พลิกกลับมาเอาชนะได้อย่างปาฏิหาริย์ในครึ่งหลัง

ความดุดันและแพสชั่นที่ไม่เคยลดละของชาก้า ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มันถูกหล่อหลอมมาจากเบื้องหลังชีวิตครอบครัวที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการเสียสละ

บาดแผลจากคุกโคโซโว และการเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ คุณพ่อของเขา “รากิป” เคยถูกจำคุกนานถึง 3 ปีในโคโซโว โทษฐานเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในกรุงเบลเกรด ในคุกนั้นเต็มไปด้วยการทุบตีและความโหดร้าย “พ่อไม่ค่อยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังบ่อยนัก… บางครั้งก็ไม่ได้คุยกับครอบครัวเป็นเดือนๆ ตอนนี้พ่ออายุ 64 แล้ว แกเริ่มเล่าให้ฟังบ้าง แต่พอเล่าไปสักพักแกก็ต้องหยุด… ใจหนึ่งผมก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อีกใจก็รู้สึกสงสารที่ทุกอย่างมันออกมาเป็นแบบนี้”

หลังจากได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พ่อและแม่ (เอลมาเซ่) ตัดสินใจหนีมายังสวิตเซอร์แลนด์ด้วยรถบัสพร้อมกระเป๋าใบเดียวและความหวัง ที่นั่น แม่ของเขาต้องทำงานในโรงงานผลิตซอสที่ร้อนระอุถึง 50 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ตี 4 ถึงบ่าย 3 ก่อนจะไปรับจ้างทำความสะอาดต่อในตอนเย็น ขณะที่พ่อก็รับจ้างเป็นคนสวน “เราติดดินและพยายามไปให้ถึงจุดสูงสุดเสมอ เพราะเรารู้เบื้องหลังของเราดี เรารู้ว่าพวกเขาต้องดิ้นรนแค่ไหน” ชาก้าเล่าด้วยความภูมิใจ

สัญชาตญาณนักสู้ สู่วิถี ‘แมวดำ’ หลังจากประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ไร้พ่ายกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ชาก้าสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการย้ายมาร่วมทีม ซันเดอร์แลนด์ ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา “พอผมได้คุยกับเจ้าของและผู้อำนวยการกีฬา ผมรู้สึกถึงบางอย่างข้างใน… มันเหมือนคุณได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ที่ที่คุณต้องทำงานหนัก 8-10 ชั่วโมงเพื่อแลกกับอะไรสักอย่างที่พิเศษ” เขาอธิบายถึงแพสชั่นแบบในหนังเรื่อง Rocky ที่ทำให้เขาตัดสินใจมาร่วมทัพแมวดำ

เขาชื่นชม เรจิส เลอ บริส กุนซือซันเดอร์แลนด์ว่าเปรียบเสมือน “อาร์แซน เวนเกอร์ คนที่สอง” ด้วยความเยือกเย็นและลงลึกในรายละเอียด ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับความฝันในการเป็นโค้ชของเขาในอนาคต

ความผูกพันกับ อาร์เซน่อล และ อาร์เตต้า แน่นอนว่าเรื่องราวของเขาจะสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่พูดถึง มิเกล อาร์เตต้า ชายผู้ดึงเขากลับมาจากห้วงเวลาที่มืดมิดที่สุด หลังเหตุการณ์ปะทะอารมณ์กับแฟนบอลอาร์เซน่อลยุค อูไน เอเมรี่

“มิเกล เป็นคนพิเศษมากสำหรับผม ถ้าไม่มีเขา ผมคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้” ชาก้ากล่าวชื่นชมกุนซือชาวสเปน “เขาเตรียมทีมได้ดีมากจนคุณหลับตาเล่นก็ยังรู้ว่าคู่แข่งหรือเพื่อนร่วมทีมอยู่ตรงไหน… และผมก็เชียร์อาร์เซน่อลให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน พวกเขาคู่ควรกับมัน”

บทเรียนความถ่อมตัวสู่รุ่นลูก ปัจจุบันในวัย 33 ปี ชาก้าคือคุณพ่อลูกสาม เขานึกถึงเรื่องราวของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ต้องมีของกินเต็มตู้เย็นเสมอเพราะวัยเด็กเคยอดอยาก “ผมก็เหมือนกัน ตู้เย็นตอนเด็กๆ ไม่ได้มีของกินเต็มตลอด ตอนนี้ผมพยายามให้ลูกๆ มีกินอิ่มหนำสำราญ แต่ผมก็จะสอนพวกเขาแบบเดียวกับที่พ่อแม่สอนผม… พวกเขาต้องรู้จักดิ้นรน ทำงานเล็กๆ น้อยๆ อย่างล้างจาน เพื่อให้ได้อะไรมา ไม่ใช่มองว่าทุกอย่างคือของขวัญจากพระเจ้า”

นี่คือ กรานิต ชาก้า ชายผู้ซึ่งตระหนักดีว่า ไม่ว่าฟุตบอลจะนำพาเขาไปไกลแค่ไหน แต่รากฐานแห่งความถ่อมตัวและการสู้ชีวิต คือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่แท้จริงทั้งในและนอกสนาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด