ซูบิเมนดี้ เบอร์สองโลก! เด ลา ฟวนเต้ ยกแข้งอาร์เซน่อล เป็นรองแค่ ‘โรดรี้’ หลังสเปนผงาดแชมป์โลก 2026
BK8 – ‘แสงสว่างและเงาที่พึ่งพาได้’: เด ลา ฟวนเต้ ซูฮก ‘ซูบิเมนดี้’ เบอร์สองโลกรองจาก ‘โรดรี้’ – แทงบอล
ความสำเร็จของทัพ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เกิดจากปาฏิหาริย์ แต่เกิดจากการประกอบร่างของจิ๊กซอว์ระดับคุณภาพที่ลงตัวในทุกๆ ตำแหน่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสปอตไลต์ทุกดวงต่างสาดส่องไปที่ โรดรี้ กัปตันทีมผู้สวมหัวใจสิงห์ พาทีมโค่นอาร์เจนตินาในนัดชิงชนะเลิศ พร้อมผงาดคว้ารางวัล “ลูกบอลทองคำ” (Golden Ball) แซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ ได้อย่างสง่างาม แต่ในมุมมองของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ผู้จัดการทีมชาติสเปน เขารู้ดีว่าเบื้องหลังแสงสว่างจ้าของโรดรี้ ทีมยังมีเงาที่แข็งแกร่งและพึ่งพาได้อย่าง มาร์ติน ซูบิเมนดี้ คอยซัพพอร์ตอยู่เสมอ
สองกองกลางที่ดีที่สุดในโลก
ในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซูบิเมนดี้ มิดฟิลด์จากสโมสรอาร์เซน่อล ได้รับโอกาสลงสนามเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น นั่นคือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของโรดรี้ในช่วงครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษในนัดชิงชนะเลิศ
แต่แม้จะมีเวลาบนผืนหญ้าเพียงน้อยนิด ทว่าในสายตาของผู้เป็นโค้ช ความสำคัญของเขาไม่เคยลดน้อยลงเลย เด ลา ฟวนเต้ ได้ให้สัมภาษณ์กับ TVE เพื่อปกป้องและยกย่องกองกลางของเขาทั้งสองคนอย่างลึกซึ้ง
“ด้วยความเคารพนะ และผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินใคร แต่ผมเคยพูดไปแล้วว่า การสงสัยในตัวโรดรี้ มันคือการดูถูกสติปัญญาทางฟุตบอลอย่างชัดเจน” เด ลา ฟวนเต้ กล่าว
“เขาคือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในตำแหน่งของเขา และเราก็อุ่นใจเสมอเมื่อรู้ว่าเรามี มาร์ติน ซูบิเมนดี้ คอยสแตนด์บายอยู่ด้านหลังเขา ซึ่งเขาคือผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่อีกคน และแน่นอนว่าเขาคือ เบอร์สองของโลก อย่างไม่ต้องสงสัย โรดรี้แม้จะฟิตแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ เขาก็ยังเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ อีกมากมาย”
ความเยือกเย็น ท่ามกลางความวุ่นวาย
นอกจากเรื่องของฟอร์มการเล่นแล้ว เกมนัดชิงชนะเลิศยังมีประเด็นเดือดหลังเสียงนกหวีดหมดเวลา เมื่อเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่จุดชนวนโดยนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชของอาร์เจนตินา
แม้ในวินาทีนั้น เด ลา ฟวนเต้ จะยังไม่ทันตั้งตัว แต่เขาได้ออกมาย้ำจุดยืนอย่างชัดเจน พร้อมเอ่ยปากชมวุฒิภาวะของลูกทีมตนเอง
“ตอนที่เกิดเรื่อง ผมแทบไม่รู้ตัวเลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก… แต่มันเป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจทนดูได้ รับไม่ได้ และไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น เราต้องเผชิญกับความก้าวร้าวรูปแบบนั้น แต่สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำและชื่นชมคือ ‘พฤติกรรมของลูกทีมเรา’ พวกเขารักษาความเยือกเย็น และแสดงทัศนคติของการเป็นนักกีฬาที่ดีและนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอ”
เกียรติยศสูงสุด กับอนาคตในฟุตบอลโลก 2030
เมื่อถูกถามถึงอนาคตและการก้าวเดินต่อไปสู่ฟุตบอลโลก 2030 ซึ่งสเปนจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับ โปรตุเกส และ โมร็อกโก กุนซือสมองเพชรยอมรับว่าเขายังคงตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุข และยังต้องการเวลาประมวลผลความยิ่งใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ผมตระหนักถึงสิ่งที่ตัวเองทำสำเร็จแล้วหรือยังน่ะเหรอ? ไม่เลย ผมมั่นใจว่ายังหรอก ผมยังต้องการเวลาอีก 2-3 วันเพื่อประมวลผลความรู้สึกทั้งหมดที่เราเพิ่งผ่านมา อารมณ์ความรู้สึกที่มันตื่นเต้นจนอธิบายไม่ถูก”
“มีนักข่าวเคยถามผมว่า ‘หลุยส์ คุณอยากคุมทีมในฟุตบอลโลกที่สเปนไหม?’ …มันคือเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โค้ชคนหนึ่งจะได้รับ การได้เป็นผู้จัดการทีมชาติของตัวเอง ได้นำทัพทีมชาติสเปน แล้วผมจะไม่ชอบมันได้อย่างไรล่ะ? แต่ตอนนี้ผมขอโฟกัสแบบมองข้ามช็อตสั้นๆ ไปที่เกมเดือนกันยายนและตุลาคมก่อน ฟุตบอลโลกครั้งหน้ามันยังดูห่างไกลเหลือเกิน”
ท่ามกลางค่ำคืนที่สเปนเถลิงศตวรรษแห่งความยิ่งใหญ่ เด ลา ฟวนเต้ ได้สอนให้เรารู้ว่า ถ้วยรางวัลอาจถูกชูขึ้นโดยผู้เล่นเพียงคนเดียว แต่รากฐานที่ค้ำจุนมันไว้ คือความเสียสละของทุกคนในทีม… แม้แต่คนที่เป็นเพียงตัวสำรอง ก็สามารถเป็น “ผู้เล่นระดับโลก” ในสายตาของคนที่มองเห็นคุณค่าที่แท้จริง

