บทสรุปที่น่าเศร้าของ ราฮีม สเตอร์ลิง: วิกฤตฟอร์มตกกับเฟเยนูร์ด และอนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
BK8 – ความเศร้าของ ราฮีม สเตอร์ลิง: เมื่อกาลเวลาและความฟิตพรากความเร็วไปจากปีกจรวด – แทงบอล
การเดินทางไปเยือนเมืองร็อตเตอร์ดัมเพื่อชมฝีเท้าของ ราฮีม สเตอร์ลิง ในช่วงเวลานี้ อาจเป็นภาพที่น่าใจหายสำหรับแฟนฟุตบอล อดีตปีกทีมชาติอังกฤษที่เคยผ่านศึกฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 3 สมัย และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพการค้าแข้งกับสโมสร เฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม
“มันจบแล้ว” – เสียงสะท้อนจากเนเธอร์แลนด์
-
แจน เอเวอร์ส (Jan Everse) อดีตนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าสถานการณ์ของสเตอร์ลิงนั้น “จบลงแล้ว”
-
เขาระบุว่าสเตอร์ลิงสูญเสียความเร็ว ไม่สามารถเลี้ยงผ่านกองหลังได้ และขาดความมั่นใจอย่างหนักเมื่ออยู่ในสนาม
-
แฟนบอลในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยบางคนถึงกับเรียกเขาว่า “ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเรา”
-
วิลเลม ฟาน ฮาเนเกม (Willem van Hanegem) ตำนานของเฟเยนูร์ด กล่าวผ่านสื่อว่าหากเขาเป็นตัวแทนของสโมสร เขาจะขอเงินคืนและบอกให้สเตอร์ลิงกลับบ้านไป
ปัญหาความฟิตและผลกระทบจากการถูกแช่แข็ง
-
ก่อนที่จะย้ายมายังเฟเยนูร์ด สเตอร์ลิงต้องเผชิญกับช่วงเวลา 7 เดือนที่ไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลเลย หลังจากสโมสรเชลซีตัดสินใจตัดเขาออกจากทีม
-
ระหว่างการถูกยืมตัวไปที่อาร์เซน่อล เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกเพียง 7 นัดเท่านั้น
-
เบน โรเซนแบลตต์ (Ben Rosenblatt) เทรนเนอร์ส่วนตัวของเขาเปิดเผยว่า สเตอร์ลิงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเรียกความฟิตกลับคืนมา โดยต้องไปฝึกซ้อมในสภาพแวดล้อมที่จำลองมาจากสนามทดสอบรถถังของกองทัพบกอังกฤษ
-
แม้ตัวนักเตะจะทุ่มเท แต่การต้องกลับมาลงเล่นภายใต้ความกดดันและความคาดหวังระดับสูงในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้สภาพร่างกายของเขาตามจังหวะเกมไม่ทัน
บทบาทที่ลดลงภายใต้การคุมทีมของ ฟาน เพอร์ซี่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (Robin van Persie) เฮดโค้ชของเฟเยนูร์ด พยายามปกป้องสเตอร์ลิงในช่วงแรก โดยแย้งว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะตัดสินเขาจนกว่าจะผ่านไป 6-8 สัปดาห์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงจุดนั้น สเตอร์ลิงกลับหลุดจากทีม
-
ในเกมเหย้านัดสุดท้ายของฤดูกาลที่เสมอกับ อาแซด อัลค์มาร์ (AZ) 1-1 ซึ่งเฟเยนูร์ดการันตีอันดับสองและโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก สเตอร์ลิงมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นนัดที่ 3 จาก 4 เกมหลังสุด
-
ฟาน เพอร์ซี่ เลือกใช้งาน จอร์แดน บอส (Jordan Bos) ซึ่งปกติเล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย ให้ขยับขึ้นมาเล่นเป็นปีกซ้ายแทนที่สเตอร์ลิง
-
ยิ่งไปกว่านั้น ในบางเกม โทเบียส ฟาน เดน เอลสเฮาท์ (Tobias van den Elshout) ดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ปกติเล่นเป็นกองกลางตัวกลาง กลับได้รับโอกาสลงสนามในตำแหน่งปีกซ้ายก่อนสเตอร์ลิงเสียอีก ซึ่งเอเวอร์สมองว่านี่คือจุดจบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับสเตอร์ลิง
อนาคตที่ต้องทบทวน ฟาน เพอร์ซี่ ยืนยันว่าสเตอร์ลิงยังคงมีความเป็นผู้ชนะและทำงานหนักมาตั้งแต่วันแรก โดยสโมสรและนักเตะเตรียมจะพูดคุยหารือกันถึงอนาคตหลังจากเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลกับ ซโวลเล่ (Zwolle) เพื่อตัดสินใจว่าเขาจะอยู่ต่อ หรือจะก้าวไปสู่ความท้าทายใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS), ลีกในตะวันออกกลาง หรือทีมในพรีเมียร์ลีกที่พร้อมจะเสี่ยง
แม้ผลงานในสนามจะไม่เป็นไปตามที่ทุกคนคาดหวัง แต่ทัศนคติของสเตอร์ลิงยังคงได้รับการชื่นชมจากทุกคนในสโมสรว่าไร้ที่ติ และในตอนจบของเกมนัดสุดท้ายในรังเหย้า แฟนบอลเฟเยนูร์ดก็ได้ร่วมกันร้องเพลงเรียกชื่อของเขา ซึ่งถือเป็นการให้ความเคารพแก่ชายผู้เคยฝากผลงานอันยอดเยี่ยมไว้ในวงการฟุตบอล ก่อนที่กาลเวลาจะไล่ตามเขาทัน


