เปิดกรุลับ ‘แมนเคฟ’ ของ ‘จิม แรตคลิฟฟ์’: ส่องรถหรูคลาสสิก อนาคตแมนฯ ยูไนเต็ด และมุมมองเรื่องผู้อพยพ
BK8 – เปิดรังลับใต้ดิน ‘เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์’: ชายผู้หลงใหลความเร็ว ผู้กอบกู้แมนฯ ยูไนเต็ด และฝีปากที่ไร้ความเกรงกลัว – แทงบอล
จิม แรตคลิฟฟ์ คือนิยามของคำว่า “ลูกผู้ชายตัวจริง” เขาหลงใหลในมอเตอร์ไซค์ความเร็วสูง ซูเปอร์คาร์ กีฬาระดับโลก และเบียร์สดสักไพนต์ ยิ่งไปกว่านั้น เขาคือชายวัย 73 ปี ผู้ก่อตั้ง INEOS (อินอีออส) และเศรษฐีอันดับ 9 ของอังกฤษ ที่ไม่เคยกลัวที่จะพูดความในใจ โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงานและนโยบายผู้อพยพ
การที่เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน 4 สโมสรฟุตบอล (รวมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรักวัยเด็ก), สนับสนุนทีมแข่งรถ F1 ของ Mercedes และทีมจักรยาน INEOS Grenadiers แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันหมด และล่าสุด เราจะพาไปเจาะลึกถึง “ฐานทัพลับ” หรือ Man Cave ใต้ดินของเขาในลอนดอน ที่เก็บซ่อนสมบัติล้ำค่าระดับโลกเอาไว้
ขุมทรัพย์ไฮออคเทนในรังลับใต้ดิน แรตคลิฟฟ์ได้เนรมิตลานจอดรถใต้ดินใกล้กับถนนที่แพงที่สุดในลอนดอน ให้กลายเป็นถ้ำส่วนตัวที่ตกแต่งสไตล์ยุค 1960 คล้ายกับฐานทัพลับในซีรีส์ Thunderbirds
ที่นี่เต็มไปด้วยรถยนต์คลาสสิกหายากที่เขาเก็บสะสมมากว่า 3 ทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็น Ferrari, Bentley, Jaguar, AC Cars รวมถึง Mercedes-Benz 300 SL และ Land Rover คันแรกที่ผลิตขึ้น บางคันหายากจนประเมินมูลค่าไม่ได้
ไฮไลต์สำคัญคือ Ferrari F310 รถฟอร์มูล่าวันสีแดงสดที่ ‘มิชาเอล ชูมัคเกอร์’ ใช้คว้าแชมป์ 3 สนามแรกให้กับเฟอร์รารี่ในปี 1996 ซึ่งจอดหมุนอวดโฉมอยู่บนแท่น นอกจากนี้ยังมีรถสปอร์ตอีกคัน (ที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เพื่อความปลอดภัย) ที่ต้องใส่ที่ครอบหูเวลาขับเพราะเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มประดุจงานศิลปะชิ้นเอกของโลกยานยนต์
ความหลงใหลของเขาไม่ได้มีแค่ความเร็ว แต่ยังรวมถึงความอึดถึกทน เขาเคยขับ Bentley 12 สูบ ปี 1928 ข้ามทะเลทรายโกบีในมองโกเลียเป็นระยะทางกว่า 3,000 ไมล์เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปีมาแล้ว
อนาคตของ ‘ปีศาจแดง’ ในมือ ‘คาร์ริค’ นอกจากเรื่องรถแล้ว สิ่งที่แฟนบอลอยากรู้ที่สุดคือทิศทางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยความวุ่นวาย ทีมกำลังจะจบอันดับที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก และคว้าตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
แรตคลิฟฟ์ ยกเครดิตการฟื้นคืนชีพนี้ให้กับ ไมเคิล คาร์ริค อดีตนักเตะที่เขาแต่งตั้งให้มาคุมทีมขัดตาทัพเมื่อเดือนมกราคม เมื่อถูกถามว่าคาร์ริคจะได้คุมทีมถาวรหรือไม่ แรตคลิฟฟ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงไม่เห็นศักยภาพของเขาก่อนคริสต์มาส แต่ไมเคิลดึงสิ่งที่ดีที่สุดของทีมออกมาได้จริงๆ”
จุดยืนทางการเมืองและกระแสดราม่า แรตคลิฟฟ์ไม่ใช่แค่นักธุรกิจกีฬา แต่เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจ บริษัทของเขาเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานระดับโลก แม้ในยามวิกฤต INEOS ก็ยังทำกำไรจากการจัดส่งก๊าซธรรมชาติ
แต่ความเป็นคนพูดตรงทำให้เขาเจอดราม่าหนัก โดยเฉพาะคำวิจารณ์ที่ว่าอังกฤษกำลังถูก “ยึดครอง” (Colonised) โดยผู้อพยพ ซึ่ง เคียร์ สตาร์เมอร์ (ผู้นำพรรคแรงงาน) ตอกกลับว่าเป็นการเหยียดหยาม
แรตคลิฟฟ์ยอมรับว่า “ผมก็เป็นพวกปากสว่างแหละ” แต่เขาชี้แจงว่า “ไม่ได้เจตนาให้เกิดความแตกแยก แค่กังวลว่าเศรษฐกิจอังกฤษกำลังแบกรับภาระสวัสดิการที่ไม่ไหวต่างหาก เราต้องการคนที่เข้ามาทำงานและสร้างประโยชน์ ไม่ใช่คนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยและไม่ถูกคัดกรองอย่างดี” นอกจากนี้ เขายังต่อต้านนโยบาย ‘Net Zero’ ของยุโรป โดยมองว่าการเก็บภาษีคาร์บอนรังแต่จะทำลายอุตสาหกรรมในประเทศ และทำให้ต้องนำเข้าสินค้าจากอีกซีกโลกซึ่งสร้างมลพิษมากกว่าเดิม
บทสรุปของนักสู้ผู้ไม่เพอร์เฟกต์ ความผิดพลาดและอุปสรรคคือสิ่งที่ชายคนนี้คุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผลงานของทีมกีฬาในเครือที่ลุ่มๆ ดอนๆ หรือคำวิจารณ์ในหน้าสื่อ
“ในการเดินทาง คุณจะต้องตัดสินใจผิดพลาดบ้าง ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ กุญแจสำคัญคือเมื่อคุณพลาด คุณต้องยอมรับและลงมือแก้ไขมัน ไม่ใช่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ เพราะมันง่ายกว่า” แรตคลิฟฟ์กล่าวทิ้งท้าย
ในเดือนหน้า แรตคลิฟฟ์เตรียมฟื้นคืนชีพโครงการ ‘Forgotten 40’ เพื่อมอบเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 20,000 ปอนด์ ให้กับโรงเรียน 20 แห่งในอังกฤษ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน… นี่คืออีกมุมหนึ่งของมหาเศรษฐีผู้เต็มไปด้วยความซับซ้อน ดุดัน แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะมอบบางสิ่งกลับคืนสู่สังคม

