โมฮาเหม็ด ซาลาห์: ดีลพลิกประวัติศาสตร์แอนฟิลด์ ที่ใช้ ‘ดาต้า’ เปลี่ยนโลกฟุตบอลไปตลอดกาล
BK8 – มากกว่าแค่ผลประตู: เบื้องหลังดีล ‘ซาลาห์’ ที่ใช้ Data ลบอคติ และพลิกโฉมโลกฟุตบอล – แทงบอล
เวลาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในสีเสื้อลิเวอร์พูลกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย… นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่แอนฟิลด์ในซัมเมอร์ปี 2017 ดาวยิงชาวอียิปต์ฝากผลงานอันน่าทึ่งด้วยตัวเลข 257 ประตู จาก 441 นัด ซึ่งเป็นสถิติที่เป็นรองเพียงแค่สองตำนานในประวัติศาสตร์สโมสรเท่านั้น
แม้ช่วงเวลาของเขาจะมีเรื่องราวทั้งรอยยิ้มและรอยร้าว แต่ตำนานของชายคนนี้ได้ถูกสลักไว้บนหินผาเรียบร้อยแล้ว ทว่า มรดกที่ซาลาห์ทิ้งไว้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ถ้วยรางวัลหรือสถิติการทำประตู แต่มันคือ “แรงกระเพื่อม” ที่เปลี่ยนวิธีคิดของสโมสรฟุตบอลทั่วโลก ในการประเมินค่านักเตะผ่านสายตาของ ‘ดาต้า’ (Data)
ปีกที่(เคย)ล้มเหลว สู่เพชรเม็ดงามในเงามืด หากย้อนกลับไปในตอนนั้น ซาลาห์ ถูกตีตราว่าเป็น “ปีกที่ล้มเหลวจากเชลซี” เขาได้ลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 6 นัด ก่อนจะระหกระเหินไปอิตาลี แล้วทำไมลิเวอร์พูลถึงกล้าทุ่มเงิน 37 ล้านปอนด์ ดึงตัวเขากลับมา โดยที่ไม่มีสโมสรยักษ์ใหญ่ทีมอื่นมาต่อคิวแย่งชิงเลย?
เบื้องหลังเรื่องนี้คือศิลปะแห่งการโน้มน้าวใจ มีเรื่องเล่าว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบและอยากได้ ยูเลียน บรันด์ท (จากเลเวอร์คูเซ่น) มากกว่า แต่คณะกรรมการสรรหานักเตะของลิเวอร์พูล นำโดย ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ และ เอียน เกรแฮม (ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย) ได้ใช้ข้อมูลสถิติเชิงลึกเข้ามายืนยันกับกุนซือชาวเยอรมันว่า ซาลาห์ คือตัวเลือกที่ “เหนือชั้นกว่าใคร” ในตลาดเวลานั้น
“หากมองในมุมของข้อมูลที่ซับซ้อน เขาสอบผ่านทุกข้อ” เอียน เกรแฮม เคยเผยเบื้องหลังไว้ “ข้อมูลชี้ชัดว่าเขาคือกองหน้าตัวริมเส้นที่ดีที่สุดในยุโรปในรุ่นอายุไม่เกิน 24 ปี โมแบกรับบาดแผลจากการล้มเหลวในพรีเมียร์ลีกมาด้วย แต่การวิเคราะห์ข้อมูลของเรา ช่วยให้เราเข้าใจได้ว่า เราสามารถมองข้ามอดีตตรงนั้นไปได้เลย”
จุดเริ่มต้นจากเบสบอล สู่ศาสตร์ลูกหนังที่แอนฟิลด์ ความกล้าหาญในการใช้ดาต้า ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน กลุ่มทุน Fenway Sports Group (FSG) นำโดย จอห์น ดับเบิลยู. เฮนรี่ ได้ฝังรากฐานปรัชญานี้มาตั้งแต่เข้าเทคโอเวอร์สโมสรในปี 2010 ซึ่งเป็นโมเดลความสำเร็จเดียวกับที่เขาเคยใช้พาทีมเบสบอล บอสตัน เรดซ็อกซ์ คว้าแชมป์เวิลด์ซีรีส์ในรอบ 86 ปี
ลุค บอร์น อดีตหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของโรม่า ที่เคยเห็นสถิติของซาลาห์สมัยเล่นให้ฟิออเรนติน่า ยืนยันว่า ข้อมูลของซาลาห์นั้นโดดเด่นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะความสามารถในการพาลูกฟุตบอลทะลวงเข้าสู่แดนอันตรายของคู่แข่ง ทั้งการสร้างโอกาสให้ตัวเองและเพื่อนร่วมทีม
ก้าวข้ามอคติของมนุษย์ด้วยตัวเลข ความยากที่สุดในการบริหารทีมฟุตบอล ไม่ใช่การหาคนเก่ง แต่คือการ “ก้าวข้ามอคติของมนุษย์”
บอร์น อธิบายเรื่องนี้ได้อย่างลึกซึ้งว่า “การใช้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องยากมาก เพราะคุณต้องยอมฝืนสัญชาตญาณของตัวเอง ข้อมูลมักจะตรงกับสายตาคนเราประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ประโยชน์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นใน 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ… ซึ่งก็คือตอนที่สถิติขัดแย้งกับสิ่งที่คุณมองเห็นด้วยตาเปล่า”
การที่ลิเวอร์พูลกล้ามองข้ามความล้มเหลวที่เชลซี และเชื่อมั่นในตัวเลขที่ซาลาห์ทำไว้ที่อิตาลี คือจุดที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริง และความสำเร็จนี้ยังส่งผลให้กระบวนการสรรหานักเตะอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ หรือ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กลายเป็นต้นแบบที่ทำให้สโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกต้องหันมาสร้างทีมงาน Data Analytics ของตัวเองตามรอยลิเวอร์พูลกันเป็นทิวแถว
ท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการค้นหาซาลาห์อาจฟังดูเป็นเรื่องของตรรกะและตัวเลข… แต่ผลลัพธ์ที่เขาสร้างขึ้นบนผืนหญ้า รอยยิ้ม และความสุขที่เขามอบให้กับแฟนบอล ถือเป็นเวทมนตร์แห่งฟุตบอลที่ไม่มีสถิติใดสามารถประเมินค่าได้อย่างแท้จริง

