ช็อกวงการ! ‘เนมานย่า วิดิช’ เผยโดนอดีตประธานลูกหนังเซิร์บสั่งตามล่า-ขู่ฆ่าทิ้งคูน้ำ หลังวิจารณ์สมาคมฯ
BK8 – ‘ความจริงที่ต้องแลกด้วยชีวิต’: วิดิช เปิดใจโดนอดีตบิ๊กบอลเซอร์เบียขู่ฆ่าทิ้งคูน้ำ เหตุวิจารณ์ระบบลูกหนังล้มเหลว – แทงบอล
เมื่อ เนมานย่า วิดิช ตัดสินใจเขียนจดหมายเปิดผนึกวิจารณ์การบริหารงานของสมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย (FSS) หลังทีมชาติล้มเหลวในการผ่านเข้ารอบศึกยูโร 2020 เขารู้ดีว่าคำพูดของเขาในฐานะอดีตกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนักเตะที่โด่งดังที่สุดของประเทศ ย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ การแสดงความคิดเห็นด้วยความหวังดีครั้งนั้น จะนำไปสู่การถูกคุกคามเอาชีวิตจากผู้มีอำนาจสูงสุดในวงการลูกหนังบ้านเกิดของเขาเอง
ข้อความลับและการขู่ฆ่า
เรื่องราวสุดระทึกนี้ถูกเปิดเผยเมื่อวิดิชได้รับการติดต่อจาก OCCRP (Organised Crime and Corruption Reporting Project) และ KRIK องค์กรนักข่าวสืบสวนสอบสวน ซึ่งได้เจาะรหัสข้อความจากแอปพลิเคชัน Sky ECC (แอปฯ ที่อาชญากรนิยมใช้และถูกตำรวจยุโรปทลายไปในปี 2021)
ข้อความดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า สลาวิซ่า โคเคซ่า อดีตประธานสมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย (FSS) ในขณะนั้น ได้ส่งข้อความสั่งการให้มีการติดตาม คุกคาม และทำร้ายร่างกายวิดิช โดยมีข้อความข่มขู่ที่ชัดเจนว่า หากวิดิชไม่เลิกยุ่งกับสมาคมฯ เขาอาจจะ “จบลงในคูน้ำ” หรือ “ถูกส่งไปสุสาน”
“ตอนแรกที่ผมได้ยิน ปฏิกิริยาแรกของผมคือการใช้มุกตลกร้ายแบบที่ผมติดมาจากการใช้ชีวิต 9 ปีในแมนเชสเตอร์ ผมบอกไปว่า ‘แหม ถ้าผมเขียนหนังสือเมื่อไหร่มันคงน่าสนใจน่าดูเลยนะ'” วิดิช กล่าว
“แต่หลังจากที่ผมได้อ่านข้อความเหล่านั้น ท่าทีของผมก็เปลี่ยนไป ผมเห็นเลยว่าคำขู่พวกนี้มันจริงจังแค่ไหน ผมตกใจมากที่รู้ว่ามีการสั่งติดเครื่องติดตามที่รถของผม และมีคนเลวๆ กำลังวางแผนทำร้ายผม”
แพสชันที่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง
แม้วิดิชจะยอมรับว่าเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวจนหัวหด แต่ผลกระทบทางจิตใจกลับตกไปอยู่กับครอบครัวของเขา สิ่งที่ทำให้อดีตปราการหลังปีศาจแดงผิดหวังที่สุดคือการที่ “ตำรวจ” ไม่เคยแจ้งเตือนหรือให้ความคุ้มครองเขาเลยแม้แต่น้อย
“ไม่มีใครจากตำรวจหรือหน่วยงานรัฐมาบอกผมเลยว่า ‘ไม่ต้องห่วงนะ ทุกอย่างจะโอเค’ นั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยสำหรับสังคมเซอร์เบีย เรื่องของผมมันไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอลแล้ว แต่มันกลายเป็นเรื่องการเมืองไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย”
ต้นเหตุของความโกรธแค้นจากอดีตประธาน FSS มาจากการที่วิดิชออกมาให้สัมภาษณ์ในปี 2020 ชี้เป้าว่าระบบฟุตบอลของเซอร์เบียนั้น “พังทลาย” และต้องการคนที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามาบริหารจัดการ ไม่ใช่เอาแต่โทษนักเตะหรือโค้ชเวลาที่ทีมล้มเหลว
“ผมพูดออกไปเพราะผมมีแพสชันกับฟุตบอลเซอร์เบีย ผมรักมันและคิดว่ามันควรได้รับการพัฒนา ผมไม่มีเบื้องหลังทางการเมืองใดๆ มันคือความคิดเห็นของผม และผมมีสิทธิ์ที่จะพูด” วิดิช ย้ำจุดยืน
อนาคตที่ยังมืดมนของลูกหนังเซิร์บ
เมื่อถูกถามถึงความตั้งใจที่จะลงสมัครเป็นประธานสมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย (วิดิชเคยถอนตัวจากการลงเลือกตั้งเมื่อปี 2023) เจ้าตัวยืนยันว่า เขาไม่ได้อยากเป็นประธานเพียงเพื่อจะได้มีตำแหน่ง แต่เขาพร้อมจะเข้ามาช่วยก็ต่อเมื่อรัฐบาลและผู้มีอำนาจต้องการล้างบางระบบที่เน่าเฟะนี้จริงๆ
“ฟุตบอลเซอร์เบียตามหลังกีฬาชนิดอื่นในประเทศอย่างบาสเกตบอลหรือเทนนิสอยู่มาก เราผลิตดาวรุ่งฝีเท้าดีได้เยอะ แต่พวกเขาถูกขายออกไปตั้งแต่อายุ 18-19 ปี เพียงเพราะสโมสรต้องการเงิน พวกเขาไปอยู่ทีมใหญ่ทั้งที่ยังไม่พร้อม เราไม่มีการวางแผนระยะยาว 10-15 ปีเลย”
“เพื่อนบ้านของเราอย่าง โครเอเชีย, บอสเนียฯ หรือ มาซิโดเนียเหนือ ที่มีประชากรน้อยกว่าเรา ต่างก็ผ่านเข้าไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ได้ เราตามหลังพวกเขาอยู่มาก แต่คนที่นี่กลับไม่รู้ตัวเลย” วิดิช ทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย
ล่าสุด อัยการสูงสุดด้านอาชญากรรมและการทุจริตของเซอร์เบีย ได้ออกมายืนยันแล้วว่ากำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีการข่มขู่วิดิชอย่างเป็นทางการ โดยได้เรียกตัวอดีตกัปตันทีมชาติเซอร์เบียเข้าให้ปากคำ และกำลังประสานงานขอข้อมูลเชิงลึกจากกระทรวงมหาดไทยต่อไป


