‘ภารกิจเสร็จสิ้น!’ ดิว็อค โอริกี้ ประกาศแขวนสตั๊ดวัย 31 ปี ปิดตำนานวีรบุรุษแห่งปาฏิหาริย์ของลิเวอร์พูล
BK8 – ‘ภารกิจเสร็จสิ้น’: ดิว็อค โอริกี้ อำลาผืนหญ้า ปิดตำนานวีรบุรุษผู้สร้างปาฏิหาริย์ – แทงบอล
ในโลกของฟุตบอล มีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่จะถูกจดจำในฐานะ “ผู้สร้างความทรงจำ” มากกว่าสถิติที่สวยหรู และวันนี้ หนึ่งในนักเตะผู้เป็นที่รักที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ ลิเวอร์พูล อย่าง ดิว็อค โอริกี้ ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดอำลาวงการลูกหนังในวัย 31 ปี
“เป้าหมายในเกมลูกหนังของผมในฐานะผู้เล่นได้รับการเติมเต็มแล้ว” โอริกี้ ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดีย “ผมได้ใช้ชีวิตตามความฝันในวัยเด็ก ได้ลงเล่นบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และคว้าถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
จุดเริ่มต้น และรอยยิ้มที่เติบโตในแอนฟิลด์
โอริกี้ เติบโตมาจากอคาเดมี่ของสโมสรเกงค์ ก่อนจะตกลงย้ายจาก ลีลล์ มาร่วมทัพ “หงส์แดง” ในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 และถูกปล่อยยืมตัวกลับไปเล่นในฝรั่งเศสอีกหนึ่งฤดูกาล
เขาเริ่มต้นชีวิตในถิ่นแอนฟิลด์ภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก่อนจะเริ่มฉายแววในยุคของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ดาวยิงชาวเบลเยียมทำไป 10 ประตูในฤดูกาลประเดิมสนาม (2015-16) ซึ่งต้องจบลงก่อนกำหนดจากอาการบาดเจ็บ และกลับมาซัดเพิ่มอีก 11 ประตูในฤดูกาลถัดมา ช่วยพาทีมกลับไปลุยเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ แม้ในช่วงปี 2017-18 เขาจะถูกปล่อยให้ โวล์ฟสบวร์ก ยืมตัวไปใช้งาน แต่นั่นคือการพักเพื่อกลับมาเขียนตำนานบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
ชายผู้เกิดมาเพื่อสร้าง ‘ปาฏิหาริย์’
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเข้าไปนั่งในหัวใจแฟนบอลตลอดกาล เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2018 เมื่อเขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง และโหม่งประตูชัยในนาทีที่ 96 ดับฝัน เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมืองได้อย่างสุดดราม่า
ทว่า ปาฏิหาริย์ที่แท้จริงคือค่ำคืนในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง โอริกี้สวมบทฮีโร่เหมา 2 ประตู (รวมถึงประตูชัยจากลูกเตะมุมอันลือลั่น) ช่วยให้ลิเวอร์พูลพลิกนรกเอาชนะ บาร์เซโลน่า 4-0 ก่อนที่เขาจะเป็นคนยิงประตูย้ำชัยชนะเหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่กรุงมาดริด ส่งทีมรักเถลิงบัลลังก์เจ้ายุโรปได้อย่างยิ่งใหญ่
เกียรติยศ และบทสรุปของเส้นทาง
โอริกี้ฝากสถิติลงสนามในสีเสื้อลิเวอร์พูลไว้ที่ 175 นัด พร้อมผลงาน 41 ประตู เขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยทีมกวาดทุกแชมป์รายการใหญ่ ทั้ง พรีเมียร์ลีก, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพ ก่อนจะอำลาทีมไปแบบไม่มีค่าตัวในปี 2022
เขาเดินทางไปหาความท้าทายใหม่กับ เอซี มิลาน และมีโอกาสกลับมาเล่นในอังกฤษด้วยสัญญายืมตัวกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในฤดูกาล 2023-24 นอกจากนี้ ในระดับทีมชาติ เขายังได้รับใช้ทีมชาติเบลเยียมชุดใหญ่ไปทั้งสิ้น 32 นัด และทำได้ 3 ประตู
ข้อความอำลาจากหัวใจ
ในตอนท้ายของข้อความอำลา ดิว็อค โอริกี้ ได้ทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่ลึกซึ้งและกินใจถึงทุกคนที่มีส่วนร่วมในเส้นทางของเขา:
“ถึงแฟนๆ ทั่วโลกที่ช่วยให้ผมเปล่งประกาย: ทุกช่วงเวลาแห่งความทรงจำ ทุกประตูที่ทำได้ ทุกประวัติศาสตร์ที่เราสร้างร่วมกัน จะเป็นของเราตลอดไป”
“ถึงทุกสโมสร โค้ชทุกคน และเพื่อนร่วมทีมที่ยืนเคียงข้างผม ขอขอบคุณจากใจ พวกคุณได้หล่อหลอมผมในแบบที่ลึกซึ้งเกินกว่าแค่เรื่องบนผืนหญ้า”
“การได้รับใช้เบลเยียม ประเทศของผม ในขณะที่ยังคงรำลึกถึงเคนยา ซึ่งเป็นรากเหง้าของผม ถือเป็นความสุขอย่างแท้จริง”
“และถึงครอบครัวรวมถึงคนใกล้ชิด… หากไม่มีพวกคุณ ผมคงไม่ได้เป็นผมในวันนี้ ผมซาบซึ้งใจตลอดไป”
“ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้ผมพร้อมก้าวสู่เสียงเพรียกขานในบทบาทต่อไป”
