ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล: อิซัค คืนถิ่นสุดกดดัน ปัญหาใหญ่ที่อิราโอล่า ต้องแก้

ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล กับการกลับมาของ อิซัค ที่เต็มไปด้วยความกดดัน
การกลับมายังเซนต์ เจมส์ พาร์กของ อิซัค ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายอยู่แล้ว หลังจากกองหน้าชาวสวีเดนย้ายจากนิวคาสเซิ่ลมาร่วมทีมลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวสถิติอังกฤษ 125 ล้านปอนด์เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน และเหตุการณ์ในช่วงย้ายทีมทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับแฟนบอลเจ้าถิ่นย่ำแย่ลงอย่างมาก
ชื่อของอิซัคถูกโห่ตั้งแต่มีการประกาศรายชื่อนักเตะ และทุกครั้งที่เขาสัมผัสบอล เสียงจากอัฒจันทร์ก็ตามมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกมดำเนินไป ความกดดันยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะกองหน้ารายนี้มีโอกาสทำประตูหลายครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้
อิซัคมีโอกาสยิง 4 ครั้ง และมีค่าความน่าจะเป็นในการทำประตูรวม 1.3 แต่พลาดโอกาสทองถึงสองครั้ง สถิติโดยรวมไม่ได้แย่ เขาจ่ายบอลสำเร็จ 10 จาก 13 ครั้ง และชนะการดวล 5 จาก 9 ครั้ง แต่ในจังหวะที่ทีมต้องการความเฉียบขาด เขายังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดที่คาดหวังจากกองหน้าค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร
อย่างไรก็ตาม อิราโอล่ายังคงมองในแง่บวก โดยเชื่อว่าการที่อิซัคพยายามต่อสู้ตลอด 90 นาทีถือเป็นสัญญาณที่ดี หลังจากฤดูกาลแรกกับลิเวอร์พูลเต็มไปด้วยปัญหา ทั้งเรื่องสภาพร่างกาย อาการบาดเจ็บ และความฟิต จนยิงได้เพียง 4 ประตูจาก 22 นัดในฤดูกาลก่อน
อิราโอล่าต้องหาทางคืนความมั่นใจให้อิซัค
สถานการณ์ของอิซัคมีความสำคัญต่อแผนการทำทีมของอิราโอล่าอย่างมาก เพราะ ลิเวอร์พูล กำลังเข้าสู่ยุคใหม่หลังการหายไปของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ขณะที่ อูโก้ เอกิติเก้ ยังต้องพักยาวจนกว่าจะพ้นช่วงคริสต์มาส
นั่นหมายความว่าภาระการทำประตูส่วนใหญ่จะตกอยู่กับอิซัค แม้ทีมกำลังพยายามเสริมผู้เล่นริมเส้นอีกสองรายก่อนตลาดซื้อขายปิด หากสามารถคว้าตัวผู้เล่นระดับแนวหน้าเข้ามาได้จริง ลิเวอร์พูลก็ยังจำเป็นต้องรักษา โคดี้ กัคโป เอาไว้ เพราะกองหน้าชาวดัตช์สามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นและตรงกลาง
กัคโปแสดงให้เห็นความสำคัญของตัวเองตั้งแต่เกมนี้ เมื่อเขายิงประตูตีเสมอด้วยการยิงระยะไกลอย่างเฉียบขาด ความสามารถในการเล่นหลายตำแหน่งทำให้เขาเป็นตัวเลือกสำคัญในการหมุนเวียนกับอิซัคตลอดฤดูกาล
แนวรุกยังต้องปรับ หลังเกมรุกไม่สอดคล้องกับตัวเลข
ตัวเลขหลังจบเกมอาจทำให้มองว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่า เพราะพวกเขามีโอกาสยิงถึง 27 ครั้ง ตรงกรอบ 7 ครั้ง และสร้างค่าความน่าจะเป็นในการทำประตู 2.7 ขณะที่นิวคาสเซิ่ลมีโอกาสยิง 13 ครั้งและค่าความน่าจะเป็น 1.4
แต่ภาพจากสนามกลับแตกต่างออกไป ลิเวอร์พูล ตามหลังถึง 92 นาทีจากเวลาการแข่งขัน 100 นาที และไม่สามารถควบคุมจังหวะเกมได้อย่างที่ตัวเลขสถิติบอก
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ก็ยังไม่สามารถมีอิทธิพลกับเกมได้มากนัก ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก ขณะที่ ริโอ งูโมฮา ต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากทางริมเส้น อย่างไรก็ตาม วิคเตอร์ มูนญอซ ซึ่งลงสนามเป็นตัวสำรอง สามารถสร้างความแตกต่างได้ทันที และเป็นคนเรียกจุดโทษช่วงท้ายเกม
ลูอิส คูมาส ก็เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่สร้างความประทับใจจากการเล่นอย่างตรงไปตรงมาและกล้าเสี่ยง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มทางเลือกให้อิราโอล่าในช่วงที่ทีมกำลังต้องการพลังจากผู้เล่นอายุน้อย

แดนกลางคือปัญหาใหญ่ที่ ลิเวอร์พูล ต้องรีบแก้
หนึ่งในปัญหาที่ชัดเจนที่สุดจากเกมนี้คือโครงสร้างแดนกลาง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนจากเกมรุกเป็นเกมรับ ลิเวอร์พูล เสียบอลในพื้นที่อันตรายและถูกนิวคาสเซิ่ลโจมตีสวนกลับอย่างรวดเร็ว
ประตูแรกเกิดขึ้นหลัง ไรอัน กราเฟนแบร์ค เลือกจ่ายบอลแทนที่จะยิง และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา แอนโธนี่ กอร์ดอน ก็ใช้ความเร็วเอาชนะ มิลอส เคอร์เคซ ก่อนยิงผ่าน อลิสซอน เข้าไป
ประตูที่สองยิ่งสะท้อนปัญหาด้านการป้องกันพื้นที่ เพราะ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ โดมินิก โซบอสไล ไม่สามารถหยุด โยอาน วิสซ่า ก่อนที่บอลจะไปถึง โจ วิลล็อค ซึ่งลงโทษแนวรับของลิเวอร์พูลได้สำเร็จ
นับตั้งแต่ต้นฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูลเสียประตูจากการสวนกลับเร็วในทุกรายการไปแล้ว 9 ลูก มากกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในเกมนี้ แต่เป็นสิ่งที่อิราโอล่าต้องหาวิธีแก้โดยเร็ว
ฟูลแบ็กยังเป็นอีกจุดที่น่ากังวล
นอกจากแดนกลางแล้ว ตำแหน่งฟูลแบ็กก็ยังสร้างความกังวลให้กับ ลิเวอร์พูล เคอร์เคซ และ เยเรมี ฟริมปง ต่างเจอปัญหาในการรับมือกับเกมริมเส้นของนิวคาสเซิ่ล และมีความผิดพลาดในการครองบอลหลายครั้ง
การจากไปของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ทำให้เคอร์เคซต้องรับผิดชอบมากขึ้น โดยมี คอสตาส ซิมิกาส เป็นตัวเลือกสำรองเพียงรายเดียว ขณะที่ฝั่งขวายังต้องพึ่งฟริมปงจนกว่า คอเนอร์ แบรดลีย์ จะกลับมาฟิตสมบูรณ์
การกลับมาของ โจ โกเมซ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แนวรับ และ โรนัลด์ อเราโฆ่ ก็สามารถถูกใช้งานในตำแหน่งดังกล่าวได้เช่นกัน แต่ภาพรวมยังไม่ใช่โครงสร้างที่ลงตัวสำหรับทีมที่ต้องการลุ้นความสำเร็จตลอดฤดูกาล
อิราโอล่าต้องแก้ปัญหามากกว่าแค่เรื่อง อิซัค
แม้ อิซัค จะเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเกม ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล แต่สิ่งที่อิราโอล่าต้องกังวลจริง ๆ กลับเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของทีม
ลิเวอร์พูลยังมีปัญหาในการป้องกันเกมสวนกลับ แดนกลางเปิดพื้นที่มากเกินไป ฟูลแบ็กมีจังหวะผิดพลาด และเกมรุกยังไม่สามารถเชื่อมโยงผู้เล่นตัวหลักอย่างอิซัคกับเวียร์ตซ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ข่าวดีคือทีมยังมีเวลาให้แก้ไข และตลาดซื้อขายยังเปิดจนถึงวันที่ 1 กันยายน การเสริมผู้เล่นริมเส้นอีกสองรายอาจช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แนวรุก แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคืออิราโอล่าต้องทำให้โครงสร้างของทีมมีความสมดุลมากขึ้น
ลิเวอร์พูล รอดตัว แต่ยังมีงานให้อิราโอล่าทำอีกมาก
ประตูจุดโทษของโซบอสไลในนาทีที่ 99 ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับออกจากเซนต์ เจมส์ พาร์กพร้อมหนึ่งคะแนน และรักษาสถิติไม่แพ้นิวคาสเซิ่ลในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่ 20 ติดต่อกัน
แต่ผลเสมอ 2-2 ไม่ควรบดบังปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดเกม เพราะ ลิเวอร์พูล ต้องตามหลังเกือบตลอดการแข่งขัน และถูกเล่นงานจากการสวนกลับอย่างง่ายดายหลายครั้ง
สำหรับอิซัค นี่อาจเป็นเพียงเกมแรกที่ยากลำบากจากบรรยากาศอันเป็นปฏิปักษ์ และยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าเขาจะกลับมาระเบิดฟอร์มได้หรือไม่ แต่สำหรับอิราโอล่า นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าการสร้าง ลิเวอร์พูล ชุดใหม่จะต้องแก้ปัญหามากกว่าหนึ่งตำแหน่ง
ฤดูกาลเพิ่งเริ่มต้น และสิ่งที่เกิดขึ้นที่เซนต์ เจมส์ พาร์กอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทีมของอิราโอล่า หากพวกเขาสามารถแก้ปัญหาเกมสวนกลับ ปรับสมดุลแดนกลาง และทำให้อิซัคกลับมาเป็นกองหน้าที่เฉียบคมได้ ลิเวอร์พูล ก็ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกมาก
ติดตามบทวิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวฟุตบอลล่าสุด และอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล ได้ที่หน้ารวมบทความของเรา
สำหรับข้อมูลการแข่งขันและข่าวสารจากสโมสร สามารถติดตามได้จาก เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูล และ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
