วิกฤตราชันชุดขาว! แฉแคมป์ ‘มาดริด’ เดือด ‘บัลเบร์เด้’ เลือดอาบ ปะทะ ‘ชูอาเมนี่’ ก่อน เอล กลาซิโก้
BK8 – หายนะก่อนศึกใหญ่: เปิดเบื้องหลังค่าย ‘ราชันชุดขาว’ แตก บัลเบร์เด้ ปะทะ ชูอาเมนี่ จนเลือดอาบ – แทงบอล
สำหรับสโมสรที่คุ้นเคยกับดราม่าอย่าง เรอัล มาดริด สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นระดับของ “ระเบิดเวลา” ที่สะท้อนให้เห็นว่า บรรยากาศภายในทีมกำลังพังทลายและเป็นพิษอย่างรุนแรง
สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยข่าว อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ทะเลาะกับ อัลวาโร่ คาร์เรรัส ตามมาด้วยการแฉว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เคยด่าทอสตาฟฟ์โค้ชเมื่อเดือนเมษายน… แต่ความวุ่นวายทั้งหมดนั้น เทียบไม่ได้เลยกับข่าวช็อกเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี เมื่อเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างสองกองกลางอย่าง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ จนถึงขั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บและหมดสติ
ลำดับเหตุการณ์เลือดเดือด ความบาดหมางเริ่มต้นในวันพุธ เมื่อ ชูอาเมนี่ ไม่พอใจที่ถูก บัลเบร์เด้ เข้าสกัดอย่างรุนแรงในการซ้อม จนเกิดการโต้เถียงลุกลามไปถึงห้องแต่งตัว แม้เพื่อนร่วมทีมจะพยายามห้ามปรามและสโมสรยืนยันว่าเคลียร์กันแล้ว แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ในวันพฤหัสบดี แหล่งข่าวระบุว่า บัลเบร์เด้ เดินเข้ามาจับมือกับทุกคนยกเว้นชูอาเมนี่ และในการซ้อม เขายังคงพุ่งเข้าสกัดเพื่อนร่วมทีมชาวฝรั่งเศสอย่างหนักหน่วงแต่ชูอาเมนี่เลือกที่จะไม่ตอบโต้
ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อกลับเข้าห้องแต่งตัว ชูอาเมนี่เรียกบัลเบร์เด้มาคุย แต่กลับถูกด่าทอกลับ ชูอาเมนี่จึงสวนกลับด้วยการชกเข้าที่แข้งวัย 27 ปี ทั้งคู่เริ่มต่อสู้กันจนบัลเบร์เด้หัวฟาดโต๊ะ หมดสติ และมีเลือดออก ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในห้อง (รวมถึงตัวชูอาเมนี่เอง) บัลเบร์เด้ฟื้นขึ้นมาและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลพร้อมแพทย์ประจำสโมสร ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้
ปฏิกิริยาของสโมสรและการปฏิเสธ โฆเซ่ อังเคล ซานเชซ ผู้อำนวยการทั่วไปของมาดริด โกรธจัดกับเหตุการณ์นี้และประกาศเปิดการสอบสวนทางวินัย แหล่งข่าวภายในระบุว่าบัลเบร์เด้คือผู้ยั่วยุและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับความเป็นกัปตันทีม
อย่างไรก็ตาม บัลเบร์เด้ ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ชกใครและไม่ได้ถูกชก เขาอ้างว่ามันคือ “ความไม่ลงรอยกัน” ที่ทำให้เขาลื่นล้มหัวฟาดโต๊ะโดยอุบัติเหตุ พร้อมขอโทษที่ปล่อยให้อารมณ์โกรธและหงุดหงิดกับผลงานช่วงท้ายฤดูกาลเข้าครอบงำ
มาดริดยืนยันว่า บัลเบร์เด้ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและต้องพัก 10-14 วัน ซึ่งหมายความว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงเล่นเกมชี้ชะตา “เอล กลาซิโก้” กับ บาร์เซโลน่า ในวันอาทิตย์นี้แน่นอน
ปัญหาที่หมักหมม และอำนาจที่หายไป เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่าการทะเลาะวิวาท มันคือความว่างเปล่าของการเป็นผู้นำ นับตั้งแต่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2024 บรรยากาศภายในทีมค่อยๆ ย่ำแย่ลง ทั้งในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ และ ชาบี อลอนโซ่ ที่พยายามนำระเบียบวินัยเข้ามาแต่กลับถูกกบฏโดยนักเตะรุ่นใหญ่ (เช่น กรณีของ วินิซิอุส จูเนียร์)
เมื่อ อัลวาโร่ อาร์เบลัว เข้ามาคุมทีมขัดตาทัพในเดือนมกราคม ปัญหากลับทวีความรุนแรงขึ้น นักเตะหลายคนไม่พอใจการปฏิบัติของเขา ผนวกกับการเสียผู้นำห้องแต่งตัวอย่าง โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช ทำให้ทีมไร้ศูนย์รวมจิตใจ
ดราม่าไม่หยุดแค่นี้ ยังมีเรื่องที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ บินไปพักผ่อนที่อิตาลีกับแฟนสาว ทั้งที่ควรจะเร่งฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลอย่างมาก
สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความวุ่นวายทั้งหมดนี้ ทำให้มีข่าวลือหนาหูว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร กำลังพิจารณาถึงการดึง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเฮี้ยบ กลับมาคุมทัพเพื่อจัดระเบียบห้องแต่งตัวที่ควบคุมไม่ได้อีกครั้ง
หากพวกเขาไม่สามารถบุกไปเอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้ในวันอาทิตย์นี้ พวกเขาจะต้องทนดูคู่ปรับตลอดกาลคว้าแชมป์ ลา ลีกา และตอกย้ำว่านี่คือการจบฤดูกาลมือเปล่าปีที่สองติดต่อกัน… ฤดูร้อนนี้ ตลาดซื้อขายนักเตะของเรอัล มาดริด อาจจะต้องมีการ “ล้างไพ่” ครั้งประวัติศาสตร์เพื่อกอบกู้ความยิ่งใหญ่กลับคืนมา


