เจาะลึกเส้นทางลูกหนัง อองตวน เซเมนโย: จากเด็กไร้สังกัดสู่ดาวยิง 65 ล้านปอนด์ของแมนฯ ซิตี้ และเวทีฟุตบอลโลก
BK8 – จากความล้มเหลวสู่จุดสูงสุด: เรื่องราวของ “อองตวน เซเมนโย” – แทงบอล
เส้นทางสู่จุดสูงสุดของ อองตวน เซเมนโย (Antoine Semenyo) ถือเป็นเส้นทางที่ซับซ้อนและไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากอดีตที่ต้องเผชิญกับความล้มเหลวในการทดสอบฝีเท้า และการตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปลงเล่นฟุตบอลนอกลีก จนถึงจุดที่เคยคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลไปเลย ปัจจุบันในวัย 26 ปี เรื่องราวทั้งหมดได้นำพาเขามาสู่เวทีระดับโลก นั่นคือการลงสนามพบกับทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก
จุดเริ่มต้นและการถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า
เซเมนโยเกิดที่ลอนดอนในครอบครัวชาวกานา โดยมีพ่อชื่อแลร์รี่และแม่ชื่อเดลา
-
พ่อของเขาซึ่งเคยเล่นฟุตบอลลีกสูงสุดของกานาร่วมกับ โทนี่ เยโบอาห์ เป็นผู้ส่งเสริมให้เขาใช้เท้าทั้งสองข้างเตะสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือกระป๋องมาตั้งแต่เด็ก
-
เขาได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ให้ไปทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสร ทั้งอาร์เซนอล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และมิลล์วอลล์ ก่อนจะไปทดสอบฝีเท้าเป็นเวลา 8 สัปดาห์กับคริสตัล พาเลซในวัย 15 ปี
-
โชคร้ายที่ไม่มีเส้นทางใดเลยที่ประสบความสำเร็จ
-
เมื่ออายุ 16 ปี เขารู้สึกหมดกำลังใจ สิ้นหวัง และพร้อมที่จะเลิกเล่นฟุตบอลอย่างถาวร
จุดเปลี่ยนสำคัญและชายที่ชื่อ “เดวิด ฮ็อคคาเดย์”
โชคชะตาของเขาเปลี่ยนไปเมื่อเขาเดินทางไปทดสอบฝีเท้าที่ Bisham Abbey ที่นั่น เขาได้พบกับ เดวิด ฮ็อคคาเดย์ อดีตผู้จัดการทีม Forest Green Rovers ซึ่งบังเอิญเข้าไปช่วยงานทดสอบฝีเท้าในวันนั้นพอดี
ฮ็อคคาเดย์มองเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้ดูหลงทางและไร้ซึ่งความเชื่อมั่น แต่กลับมีพรสวรรค์ในการจัดการกับลูกฟุตบอลด้วยเท้าทั้งสองข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องคิด ฮ็อคคาเดย์ได้ติดตามไปหาพ่อแม่ของเซเมนโยในสัปดาห์ต่อมาเพื่อขอโอกาสในการช่วยเหลือและขัดเกลาเด็กคนนี้
ฮ็อคคาเดย์พาเซเมนโยมาร่วมทีม South Gloucestershire and Stroud (SGS) College ทุกๆ เช้าวันเสาร์ตอนตี 5 ฮ็อคคาเดย์จะขับรถไปรับเซเมนโยจากสวินดอนเพื่อพาไปแข่งขันเสมอ ที่สำคัญที่สุดคือการปลูกฝังคำสองคำที่จะกลายมาเป็นคติประจำใจของเซเมนโย นั่นคือคำว่า “ความกระหายและความเชื่อมั่น” (Hunger and belief)
การไต่เต้าในเวทีลูกหนังอาชีพ
-
ในเดือนมกราคมปี 2018 เซเมนโยในวัย 18 ปี ได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับบริสตอล ซิตี้
-
เขาถูกปล่อยยืมตัวไปหาประสบการณ์กับสโมสรนอกลีกอย่าง Bath City ซึ่งที่นี่เขาถูกขยับให้ไปเล่นในตำแหน่งด้านกว้างของสนามและได้เรียนรู้การเล่นปะทะกับผู้ใหญ่
-
ตามมาด้วยการยืมตัวไปเล่นในลีกทูกับ Newport County โดยเขาสามารถทำได้ 3 ประตูจากการลงสนาม 21 นัดในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2018-19
-
หลังจากนั้น เขายังถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นในลีกวันกับซันเดอร์แลนด์ และต้องเผชิญกับการเริ่มต้นที่ไม่ราบรื่นนักกับบริสตอล ซิตี้
-
จุดเปลี่ยนในระดับอาชีพมาถึงเมื่อ ไนเจล เพียร์สัน เข้ามาคุมทีมและให้โอกาสนักเตะดาวรุ่ง โดยเซเมนโยมี นาห์คิ เวลส์ อดีตกองหน้าแบรดฟอร์ด ซิตี้ คอยเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษา
-
ฟอร์มของเขาพุ่งกระฉูดในฤดูกาล 2021-22 ด้วยผลงาน 8 ประตู 12 แอสซิสต์ ตามด้วย 8 ประตู 2 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2022-23
ก้าวสู่พรีเมียร์ลีกและทีมระดับท็อป
เดือนมกราคม 2023 เซเมนโยย้ายไปร่วมทีมบอร์นมัธด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ และสัญญาระยะเวลา 4 ปีครึ่ง เขาฉายแววโดดเด่นในระบบฟุตบอลที่เน้นการเพรสซิ่งสูงของกุนซือ อันโดนี่ อิราโอล่า โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมถึง 32 ประตูและ 13 แอสซิสต์จากการลงเล่น 110 นัดรวมทุกรายการให้กับทีมดังจากแดนใต้
ด้วยฟอร์มการยิง 10 ประตูในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2025-26 ผลงานของเขาไปเข้าตา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมระดับตำนาน นั่นนำไปสู่การย้ายทีมครั้งมโหฬารมูลค่า 65 ล้านปอนด์ สู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคม
ก่อนเดินทางไปลุยศึกฟุตบอลโลกกับกานา เซเมนโยทำผลงานให้ทัพเรือใบสีฟ้าไป 11 ประตู และ 3 แอสซิสต์ นอกจากนี้เขายังปิดท้ายฤดูกาลในประเทศได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการสวมบทฮีโร่ ยิงประตูชัยดับเชลซีในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพที่เวมบลีย์
เซเมนโยไม่เคยลืมผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เมื่อเขาย้ายไปบอร์นมัธ เขาได้ส่งแชมเปญหนึ่งขวดไปให้เดวิด ฮ็อคคาเดย์ โดยบนฉลากเขียนข้อความว่า “ความกระหายและความเชื่อมั่น” ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคำสอนอันทรงคุณค่าในวัยเด็ก ที่ผลักดันให้ชายหนุ่มผู้ถ่อมตัวและมุ่งมั่นคนนี้ ก้าวขึ้นมายืนหยัดในเวทีฟุตบอลโลกได้อย่างสง่างาม
