เจาะเบื้องหลัง ‘แอสตัน วิลล่า’ ราชาจอมขายแห่งพรีเมียร์ลีก เสียแข้งหลักแต่ทำไมยิ่งแกร่ง?
BK8 – ‘ยอมถอยเพื่อก้าวกระโดด’: วิถีแห่ง ‘แอสตัน วิลล่า’ ราชาจอมขายที่ใช้ความเจ็บปวดสร้างความยิ่งใหญ่ – แทงบอล
แฟนบอลแอสตัน วิลล่า คงรู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อยกับระบบของฟุตบอลยุคปัจจุบัน ที่ดูเหมือนจะถูกตีกรอบไว้ให้สโมสรยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมผูกขาดความสำเร็จ แต่ทัพ “สิงห์ผงาด” ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ภายใต้การนำทัพของ อูไน เอเมรี่ พวกเขาค้นพบเส้นทางสู่จุดสูงสุด แม้จะต้องแลกมาด้วยการ “ขายนักเตะ” ก็ตาม
ตลอด 3 ฤดูกาลเต็มที่เอเมรี่กุมบังเหียน วิลล่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม พวกเขาคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 ครั้ง และผงาดคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกมาครอง แต่เบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้น คือการบริหารจัดการตัวเลขที่ต้องเฉียบขาดและเยือกเย็น
การจากลาที่สโมสรหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตลาดซัมเมอร์นี้ยังเหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือน แต่วิลล่าก็ต้องจำใจปล่อยสองคีย์แมนคนสำคัญออกจากทีมไปแล้ว:
-
ยูริ ตีเลอมันส์: ย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังถูกฉีกสัญญาด้วยมูลค่า 35 ล้านปอนด์ (วิลล่าได้กำไรเน้นๆ เพราะได้ตัวมาฟรีเมื่อ 3 ปีก่อน)
-
มอร์แกน โรเจอร์ส: ย้ายไป เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 117 ล้านปอนด์ สร้างสถิติใหม่สำหรับนักเตะชาวสหราชอาณาจักร
นอกจากนี้ เอซรี่ คอนซ่า ปราการหลังตัวเก่ง ก็กำลังตกเป็นเป้าหมายของ อาร์เซน่อล ทว่าสิ่งที่น่าทึ่งคือ หากนับสถิติทีมที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกตลอด 3 ซีซั่นของเอเมรี่ (ตอนนี้วูล์ฟแฮมป์ตันตกชั้นไปแล้ว) แอสตัน วิลล่า คือทีมที่มียอดใช้จ่ายสุทธิ (Net Spend) ต่ำที่สุดในพรีเมียร์ลีก! แต่กลับเก็บแต้มได้มากเป็นอันดับ 4 เป็นรองแค่ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล เท่านั้น
‘อะคาเดมี’ เกราะป้องกันทางบัญชีชั้นยอด
กฎการเงิน (PSR) คือหอกข้างแคร่ของทุกสโมสร แต่สำหรับวิลล่า พวกเขาใช้ “ระบบเยาวชน” เป็นโล่กำบังชั้นดี การขายนักเตะที่ปั้นมากับมือ จะถูกนับเป็น “กำไรบริสุทธิ์” ทางบัญชีเต็ม 100%
จุดเริ่มต้นครั้งใหญ่คือการขาย แจ็ค กรีลิช 100 ล้านปอนด์ให้ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2021 และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อะคาเดมีของพวกเขาสร้างรายได้จากการขายนักเตะไปแล้วกว่า 200 ล้านปอนด์! ไม่ว่าจะเป็น จาค็อบ แรมซี่ย์, แอรอน แรมซี่ย์, คาเมรอน อาร์เชอร์ หรือ เจเดน ฟิโลจีน ที่ทำเงินให้สโมสรอย่างมหาศาล
ล่าสุด วิลล่ายังปรับกลยุทธ์ใหม่ แทนที่จะปล่อยดาวรุ่งไปแบบยืมตัว พวกเขาเลือกที่จะ “ขายขาด” พร้อมใส่เงื่อนไขซื้อกลับ (Buy-back clause) หรือส่วนแบ่งการขายครั้งหน้า เพื่อรักษาสิทธิ์ในการควบคุมและป้อนรายได้เข้าสโมสรอย่างต่อเนื่อง
ก้าวเดินบนเส้นด้ายของ UEFA
เหตุผลหลักที่วิลล่าต้องยอมปล่อย โรเจอร์ส ก็เพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงควบคุมทางการเงินของยูฟ่า (UEFA Settlement Agreement) สโมสรจะถูกประเมินบัญชีล่วงหน้า 3 ปี (2024-25 ถึง 2026-27) ซึ่งวิลล่าจำเป็นต้องสร้างผลกำไรให้ได้ในปี 2026-27 เพื่อไม่ให้ยอดขาดทุนสะสมเกินเพดาน 60 ล้านยูโร (ราว 51.2 ล้านปอนด์) ไม่เช่นนั้น พวกเขาอาจถูกสั่งแบนจากฟุตบอลยุโรปทันที 1 ฤดูกาล
การทำธุรกิจร่วมกับสโมสรอื่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น วิลล่ามีความสัมพันธ์อันดีกับ เชลซี ทำให้เราได้เห็นการซื้อขายข้ามขั้วที่วิน-วินทั้งสองฝ่าย อย่างการดึง อเลฮานโดร การ์นาโช่ มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวพ่วงบังคับซื้อขาด หรือดีลสลับขั้วของ เอียน มาตเซ่น และ โอมารี เคลลี่แมน ในอดีต รวมถึงการทะยอยปล่อยแข้งส่วนเกินอย่าง ลูก้าส์ ดีญ, ดอนเยลล์ มาเลน และ ลูอิส ด็อบบิน เพื่อระดมทุน
จริงอยู่ที่ซัมเมอร์นี้เราอาจได้เห็นการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ที่สุดของ อูไน เอเมรี่… แต่การ “ขายนักเตะ” ไม่ใช่เรื่องใหม่ของที่นี่ ในอดีตพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นมาตลอดว่า สามารถหาตัวแทนที่ดีกว่า และยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นได้เสมอ บททดสอบที่แท้จริงในฤดูกาลนี้ จึงอยู่ที่ว่าทัพสิงห์ผงาด จะสามารถเปลี่ยนความสูญเสีย ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหรือไม่



