เปิดสัญญาสุดช็อก! สเปอร์ส ทุ่มจ้าง ‘เด แซร์บี้’ แพงสุดอันดับ 2 พรีเมียร์ลีก – แฟนไก่เดือดผุดแคมเปญต้านปม ‘กรีนวู้ด’

BK8 – เดิมพันที่ต้องแลกด้วยศรัทธา: เบื้องหลังดีลประวัติศาสตร์ ‘เด แซร์บี้’ สู่ สเปอร์ส ท่ามกลางพายุการต่อต้าน – แทงบอล
ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของฤดูกาล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังจะตัดสินใจครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าสโมสรไปตลอดกาล ทั้งในแง่ของฟุตบอลและ “ความเชื่อมั่น” ของแฟนบอล
ทัพ “ไก่เดือยทอง” กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงดึงตัว โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนที่ 3 ของฤดูกาล เพื่อกอบกู้วิกฤตหนีตกชั้นที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลังจากการปลดทั้ง โธมัส แฟรงค์ และ อิกอร์ ทูดอร์ ไปก่อนหน้านี้
สัญญาสุดช็อก: แพงสุดอันดับ 2 และ ‘ทางหนีทีไล่’
รายงานจาก Daily Mail Sport เปิดเผยรายละเอียดสัญญาที่น่าตกตะลึง สเปอร์สพร้อมมอบสัญญาระยะยาว 5 ปีให้กับกุนซือชาวอิตาเลียน พร้อมประเคนค่าเหนื่อยระดับมหาศาล ซึ่งจะผลักให้ เด แซร์บี้ กลายเป็นผู้จัดการทีมที่รับค่าจ้างสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก เป็นรองเพียง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น
ที่น่าสนใจคือ ในสัญญาฉบับนี้มี “เงื่อนไขฉีกสัญญา” (Release Clause) ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า เด แซร์บี้ สามารถย้ายออกจากทีมได้ทันทีในกรณีที่สเปอร์สพลาดท่ากระเด็นตกชั้นสู่ลีกรอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้บอร์ดบริหารจะรับปากให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ แต่ตัวกุนซือเองก็ขอเตรียม “ทางออกฉุกเฉิน” เอาไว้เช่นกัน
ความกังขาในแท็คติก: “เขาไม่ใช่มือที่ปลอดภัย”
ทิม เชอร์วู้ด อดีตกุนซือสเปอร์ส ได้ออกมาแสดงความกังวลถึงดีลนี้ผ่านทาง Sky Sports โดยมองว่า เด แซร์บี้ อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีเวลาเหลือเพียง 7 นัด
“สำหรับใครก็ตามที่เข้ามาคุมทีมตอนนี้ คุณต้องตั้งคำถามตัวโตๆ เลยล่ะ เพราะคุณเหลือเกมให้เล่นแค่ 7 นัด” เชอร์วู้ดกล่าว “ผมชอบเขานะ ผมชอบบุคลิกของเขา… ในระยะยาวผมคงเลือกเขามากกว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ด้วยซ้ำ เพราะเขาเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่แฟนสเปอร์สอยากเห็น เขาเปิดเกมรุกเต็มตัว แต่ไม่ใช่สำหรับตอนนี้ สไตล์นั้นไม่จำเป็นในเวลานี้ สิ่งที่ทีมต้องการคือคนที่พึ่งพาได้และเน้นความรัดกุม ซึ่งเขาห่างไกลจากคำว่ารัดกุมมาก”
วิกฤตศรัทธา: แคมเปญ #NoToDeZerbi
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่สุดของสเปอร์สไม่ได้อยู่บนผืนหญ้า แต่อยู่บนอัฒจันทร์ การแต่งตั้ง เด แซร์บี้ ได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงจนนำไปสู่แคมเปญ “No To De Zerbi” จากกลุ่มแฟนคลับหลายกลุ่ม อันเนื่องมาจากจุดยืนของเขาในอดีตที่เคยปกป้อง เมสัน กรีนวู้ด สมัยที่ร่วมงานกันที่ โอลิมปิก มาร์กเซย
กลุ่มแฟนคลับหญิงอย่าง Women of the Lane ได้ออกแถลงการณ์ที่ทรงพลังว่า: “สโมสรแสดงออกถึงคุณค่าของตัวเองผ่านการตัดสินใจ การแต่งตั้งใครสักคนคือเรื่องสำคัญ ผู้จัดการทีมคือคนกำหนดมาตรฐานว่าสิ่งใดเป็นที่ยอมรับ และผู้คนควรได้รับการปฏิบัติอย่างไร… การแต่งตั้งคนที่มีประวัติดังกล่าว ถือเป็นการนำความเสี่ยงด้านวัฒนธรรมองค์กรเข้ามาโดยไม่จำเป็น”
ทางด้านกลุ่ม Proud Lilywhites เสริมว่า: “เมื่อคนในตำแหน่งผู้นำออกมาปกป้องผู้เล่นอย่างกรีนวู้ดในที่สาธารณะ ด้วยการใช้คำพูดที่ลดทอนความร้ายแรงของสิ่งที่เกิดขึ้น มันส่งสัญญาณที่เลวร้ายมาก… เราไม่ได้เรียกร้องความสมบูรณ์แบบ แต่เราเรียกร้องความโปร่งใส และความเป็นผู้นำที่สะท้อนถึงคุณค่าที่สโมสรแห่งนี้กล่าวอ้างว่ายึดถือ”
อดีตที่ตามหลอกหลอน
ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2025 เด แซร์บี้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงกรีนวู้ดว่า “เขาเป็นคนดี เขาชดใช้ความผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมามากพอแล้ว ชดใช้อย่างหนักเลยล่ะ… เรายื่นมือเข้าไปช่วยและมอบความรักให้เขา ผมเศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเขา เพราะผมรู้จักเขาในฐานะบุคคลที่แตกต่างไปจากภาพที่ถูกสร้างขึ้นในอังกฤษอย่างสิ้นเชิง”
คำพูดเหล่านั้นอาจแสดงถึงความผูกพันระหว่างโค้ชและนักเตะ แต่สำหรับแฟนบอลสเปอร์สจำนวนมาก มันคือการเหยียบย่ำความรู้สึกและลดทอนบาดแผลของผู้รอดชีวิตจากความรุนแรง
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังยืนอยู่บนทางแยกที่อันตรายที่สุด การดึง “เด แซร์บี้” เข้ามา อาจเป็นเดิมพันที่ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้ แต่คำถามที่บอร์ดบริหารต้องตอบให้ได้คือ… หากพวกเขารอดพ้นจากนรกแห่งการตกชั้น แต่ต้องสูญเสีย “วิญญาณและศรัทธา” ของสโมสรไป มันจะเป็นชัยชนะที่คุ้มค่าจริงหรือ?


