เก้าอี้ร้อน! เจาะลึกวิกฤต ‘เชลซี’ ภายใต้ ‘โรซีเนียร์’ หรือนี่คือจุดจบก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่?
BK8 – วิกฤตศรัทธาที่เดอะบริดจ์: ‘เลียม โรซีเนียร์’ กับแรงกดดันมหาศาล หรือบอร์ดเชลซีจะยอมเสี่ยงซ้ำรอยเดิม? – แทงบอล
ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง, นักเตะซีเนียร์เริ่มตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของสโมสร, และโอกาสที่ เชลซี จะพลาดตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปทุกถ้วยในฤดูกาลหน้าเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ… ไม่แปลกใจเลยที่ เลียม โรซีเนียร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน จะเริ่มแสดงอาการเครียดให้เห็นอย่างชัดเจน
โรซีเนียร์เข้ามากุมบังเหียนทัพ “สิงห์บลูส์” ได้เพียง 3 เดือน แต่หากโมเมนตัมด้านลบยังคงดำเนินต่อไป ข่าวลือเรื่องอนาคตของเขาย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แหล่งข่าววงใน (ที่ไม่ขอเอ่ยนาม) จะระบุว่า เชลซี ยังคงตั้งใจที่จะรั้งตัวเขาไว้ แม้ทีมจะพลาดโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความหวังในการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และการลุ้นทำอันดับในลีก สิ่งที่เกิดขึ้นบนผืนหญ้ากลับเต็มไปด้วยรอยร้าว และนี่คือการวิเคราะห์ถึง “ความน่ากังวล” และ “เหตุผลที่ยังต้องให้โอกาส” สำหรับกุนซือรายนี้
สัญญาณอันตราย: ทำไมเก้าอี้ของ ‘โรซีเนียร์’ ถึงเริ่มร้อน?
1. ฟอร์มดิ่งเหวสวนทางกับเวลาที่ได้คุมทีม การเข้ามารับงานกลางฤดูกาลเป็นเรื่องยากเสมอ แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ หลังจากผ่านช่วงโปรแกรมเตะถี่ (11 นัดใน 35 วัน) และเริ่มมีเวลาพักเพื่อซ้อมแท็คติกแบบเต็มสัปดาห์ ผลงานของเชลซีกลับถอยหลังลงคลอง 3 นัดหลังสุดในลีก (เจอเบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้) พวกเขาเก็บได้เพียง “1 คะแนน” แถมยังทำสถิติแพ้รวด 3 นัดในลีกโดยยิงประตูไม่ได้เลย เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี
2. เกมรับที่เปราะบางดั่งกระดาษ เชลซีเก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลยนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ในยุคของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า พวกเขาเสีย 21 ประตูจาก 19 นัด แต่ในยุคของโรซีเนียร์ เพียงแค่ 11 นัด พวกเขาเสียไปเกือบจะเท่ากันแล้ว! เกมรับของทีมมักจะเสียสมาธิง่ายๆ แพ้ลูกเซตพีซ โดนสวนกลับ และเมื่อเสียประตูแรก ก็มักจะเสียประตูที่สองตามมาติดๆ
3. แฟนบอลเริ่มหมดความอดทน จากเสียงตะโกนเรียกชื่อ “เลียม, เลียม” ด้วยความชื่นชมในช่วงแรก ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงด่าทอบริเวณซุ้มม้านั่งสำรอง และการลุกเดินออกจากสนามก่อนหมดเวลาของแฟนบอล ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความสิ้นหวังที่ชัดเจนที่สุด
4. ‘กับดักเทนฮาก’ (The Ten Hag Trap) หากเชลซีดันทุรังเก็บโค้ชที่หมดความน่าเชื่อถือเอาไว้ เพียงเพราะได้แชมป์บอลถ้วย (เหมือนที่แมนยูเคยทำกับ เอริค เทน ฮาก) มันอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อฤดูกาลหน้า โดยเฉพาะหากปล่อยให้เขาเป็นคนเลือกซื้อนักเตะในช่วงซัมเมอร์ แล้วสุดท้ายก็ต้องปลดเขาออกกลางคัน
เหตุผลที่ต้องให้โอกาส: ปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากเขาเพียงคนเดียว
1. จุดเริ่มต้นของวิกฤตมาจาก ‘มาเรสก้า’ ต้องไม่ลืมว่า เชลซี เริ่มฟอร์มตกตั้งแต่ยุคของกุนซือคนก่อนแล้ว ใน 7 นัดสุดท้ายของมาเรสก้าในลีก เชลซีชนะได้แค่นัดเดียว ร่วงจากอันดับ 3 มาอยู่อันดับ 5 ปัญหาเรื่องการจัดการเกมรับที่หละหลวม และสมาธิที่หลุดลอย เป็นสิ่งที่หมักหมมมานาน โรซีเนียร์ไม่ได้เป็นคนสร้างมันขึ้นมา เพียงแต่เขายังแก้มันไม่ตกเท่านั้น
2. คุณภาพขุมกำลัง และตลาดซัมเมอร์ที่ล้มเหลว เชลซีมีขุมกำลังที่เก่งกาจในระดับ ฟุตบอลคอนเฟอเรนซ์ลีก (เมื่อฤดูกาลก่อน) แต่เมื่อต้องยกระดับมาเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขากลับเสริมทัพได้ไม่ดีพอ นักเตะใหม่หลายคนไม่สามารถยกระดับทีมได้ (เช่น การเสีย นิโคลัส แจ็คสัน แล้วได้ เลียม ดีแลป ที่คุณภาพตกลงไป) ทีมกลายเป็นทีมที่ “เด็กลง” ไม่ใช่ “เก่งขึ้น” ซึ่งพรีเมียร์ลีกไม่มีพื้นที่ให้เด็กมาลองผิดลองถูกมากนัก
3. อาการบาดเจ็บ และความเหนื่อยล้าจาก Club World Cup นักเตะเชลซีต้องลงเล่นกว่า 100 นัดในรอบ 18 เดือน โดยแทบไม่ได้พักเบรก ปรีซีซั่นของพวกเขามีเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ นี่ยังไม่รวมถึงการขาดหายไปของ ลีวาย โคลวิลล์ กองหลังตัวเก่งที่เจ็บยาวทั้งฤดูกาล และ โคล พาลเมอร์ ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์
4. การเปลี่ยนโค้ชบ่อยคือวงจรอุบาทว์ โรซีเนียร์ คือโค้ชถาวรคนที่ 4 ในรอบ 4 ปีของกลุ่มทุน BlueCo การปลดเขาออกหลังจากทำงานได้ไม่กี่เดือน จะยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความล้มเหลวและไร้ทิศทางของบอร์ดบริหาร ซึ่งจะทำให้โค้ชฝีมือดีคนอื่นๆ ขยาดและไม่อยากมารับเผือกร้อนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
ท้ายที่สุด อนาคตของ โรซีเนียร์ ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย 6 นัดสุดท้ายในลีก และเกมเอฟเอ คัพ จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า เขาคือคนที่ใช่ หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งทางผ่านในยุคสมัยอันวุ่นวายของสิงห์บลูส์
