สยบทั้งลีกด้วยเวทมนตร์! ถอดรหัสความอัจฉริยะ ‘รายาน แชร์กี้’ ศิลปินลูกหนังที่เติมสีสันให้ แมนฯ ซิตี้
BK8 – แด่ศิลปินลูกหนัง: รวมโมเมนต์แห่งเวทมนตร์ของ ‘รายาน แชร์กี้’ เดอะแบกความบันเทิงแห่งพรีเมียร์ลีก – แทงบอล
“ถ้าคุณไม่ได้เล่นฟุตบอลด้วยความสนุก คุณก็ไม่สามารถโชว์สิ่งที่คุณต้องการออกมาได้”
นี่คือปรัชญาที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของ รายาน แชร์กี้ สำหรับเขา ฟุตบอลคือ “ศิลปะ” มันคือความสุขที่ได้มอบความบันเทิงให้ผู้คน เพื่อให้แฟนบอลได้ลืมความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันตลอด 90 นาทีบนอัฒจันทร์
นับตั้งแต่ย้ายจาก โอลิมปิก ลียง มาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 22 ปีได้กลายเป็นสายลมแห่งความสดชื่น ในยุคที่พรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยแท็คติกที่รัดกุมจนแทบหายใจไม่ออก แชร์กี้เลือกที่จะตอกส้นแทนการทุ่มไกล เลือกที่จะไขว้บอลแทนการเปิดแบบธรรมดา
ด้วยผลงาน 9 ประตูในทุกรายการ และเป็นผู้เล่นคนแรกนับตั้งแต่ ดิมิทรี ปาเยต ที่ทำทะลุ 10 แอสซิสต์ในฤดูกาลเปิดตัวพรีเมียร์ลีก (จากการลงเล่นเพียง 1,384 นาที) ตัวเลขเหล่านี้ยอดเยี่ยม แต่มันไม่อาจอธิบาย “เวทมนตร์” ที่เขาร่ายมนต์บนผืนหญ้าได้หมด และนี่คือส่วนหนึ่งของความอัจฉริยะที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
อาร์ตตัวพ่อ: ลูกไขว้ (Rabona) ที่แม้แต่เมสซี่ยังไม่เคยทำ
ในเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ แชร์กี้แสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้เล่นที่ใช้เท้าได้ทั้งสองข้างดีที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาหลอกล่อกองหลังจนเสียศูนย์ ก่อนจะโชว์สเต็ปเปิดบอลด้วยการเตะไขว้ (Rabona) อย่างงดงามไปให้ ฟิล โฟเด้น
ความเหนือชั้นนี้ทำเอาเพื่อนร่วมทีมอย่างโฟเด้นถึงกับเป่าปากด้วยความทึ่ง แต่สำหรับโค้ชจอมเจ้าระเบียบอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับรู้สึกปวดหัวกับความไม่จำเป็นนี้ โดยเขากล่าวติดตลกแกมบ่นว่า “ผมยังไม่เคยเห็น ลิโอเนล เมสซี่ เปิดบอลแบบที่เขาทำเลยนะ”
ลูกตอกส้น: ลายเซ็นประจำตัว
แชร์กี้เปลี่ยนลูกตอกส้นที่ดูเป็นทริคยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา
-
ดวล ดอร์ทมุนด์ (แชมเปี้ยนส์ลีก): ท่ามกลางวงล้อมของนักเตะดอร์ทมุนด์ 3 คน แชร์กี้ที่หันหลังให้เพื่อนร่วมทีม เลือกตอกส้นลอดช่องแคบๆ ทำเอาคู่แข่งถึงกับเหลียวหลังมองหาบอลแทบไม่ทัน
-
ดวล คริสตัล พาเลซ: เขาเกือบทำลายสถิติใช้ลูกตอกส้นมากที่สุดในหนึ่งแมตช์ ความมั่นใจของเขาทะลุปรอทเมื่อเขาปล่อยให้บอลไหลผ่านข้างเท้าด้านนอกเบาๆ เพื่อแอสซิสต์ให้เพื่อนอย่างเลือดเย็น
ความขบถที่สร้างรอยยิ้ม
แชร์กี้ไม่เคยสนใจว่าสถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน:
-
นัดชิง คาราบาว คัพ (พบ อาร์เซน่อล): ในขณะที่ทีมนำ 2-0 แชร์กี้พักอกรับบอลริมเส้น แล้วจัดการ “เดาะบอล” โชว์กลางสนามเวมบลีย์ ทำเอา เบน ไวท์ หัวเสียจนเข้ามาอัดเขาจนร่วง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเขาไม่เคารพคู่แข่ง แต่สำหรับแฟนบอล… นี่คือความบันเทิงชั้นยอด
-
ป่วนในกรอบเขตโทษ (พบ ลิเวอร์พูล): แทนที่จะเคลียร์บอลทิ้งในเขตโทษตัวเอง เขากลับเลี้ยงบอลวนไปมา หลอก โดมินิค โซบอสซ์ไล จนหัวหมุน ก่อนจะจ่ายลอดช่องออกไปอย่างหน้าตาเฉย พร้อมวิ่งไปฉลองเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนบอลราวกับยิงประตูได้
จิตใจที่งดงาม และแอสซิสต์แห่งฤดูกาล
นอกเหนือจากลีลากวนประสาท เขายังมีมุมที่น่าประทับใจ ในเกมเอฟเอ คัพ ที่ถล่ม เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 9-0 เมื่อนักเตะดาวรุ่งวัย 19 ปีของคู่แข่งยิงประตูตีไข่แตกได้สุดสวย แชร์กี้คือคนที่เดินเข้าไปขอจับมือเพื่อแสดงความยินดีกับเจ้าหนูรายนั้นด้วยความจริงใจ
และไฮไลต์ที่ทรงคุณค่าที่สุดคือ “แอสซิสต์แห่งฤดูกาล” ในเกมเยือน เชลซี ท่ามกลางผู้เล่น 15 คนที่อออยู่หน้ากรอบเขตโทษ แชร์กี้ใช้หางตามองเห็นช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที เขาจิ้มบอลด้วยเท้าซ้าย หลอกนักเตะเชลซี 3 คนที่หลงทางคิดว่าเขาจะจ่ายออกข้าง บอลพุ่งแหวกช่องแคบๆ ไปถึง มาร์ค เกฮี อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือวิสัยทัศน์ที่คนธรรมดามองไม่เห็น
รายาน แชร์กี้ คือบทพิสูจน์ว่า แม้ฟุตบอลจะถูกคำนวณด้วยสถิติและแท็คติกมากเพียงใด แต่ “จินตนาการและความสนุก” จะยังคงเป็นแก่นแท้ที่ทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่สวยงามที่สุดในโลกเสมอ
