ลิเวอร์พูล 2026-27: 5 คำถามชี้ชะตา อิราโอล่า กับภารกิจทวงบัลลังก์แชมป์

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อปีที่แล้ว คงแทบไม่มีใครจินตนาการออกเลยว่ากุนซือที่จะยืนคุมทัพอยู่ข้างสนามแอนฟิลด์ก่อนเปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล 2026-27 จะเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ อาร์เน่อ สล็อต
ทว่าหลังจากพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่ซีซั่นแรกในปี 2024-25 ภารกิจป้องกันแชมป์ของ “หงส์แดง” กลับพังทลายไม่เป็นท่า พวกเขาจบเพียงอันดับ 5 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ตามหลังแชมป์อย่าง อาร์เซน่อล ถึง 25 คะแนน และทำแต้มหล่นหายจากมาตรฐานเดิมถึง 24 คะแนน ฟอร์มการเล่นที่ดร็อปลงอย่างน่าใจหาย บวกกับสไตล์ฟุตบอลที่แฟนบอลมองว่าขาดความเร้าใจ ทำให้สโมสรตัดสินใจแยกทางกับ สล็อต และแต่งตั้งกุนซือฝีมือจัดจ้านอย่าง อันโดนี่ อิราโอล่า เข้ามารับไม้ต่อ
นายใหญ่ชาวบาสก์สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซกับ บอร์นมัธ ด้วยการทำลายสถิติเก็บแต้มสูงสุดบนลีกสูงสุดของสโมสรตลอดทั้ง 3 ฤดูกาลที่คุมทีม แถมยังเกือบจะแย่งตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก จากลิเวอร์พูลไปได้เมื่อปีก่อน แต่เมื่อย้ายมาสู่หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับการสูญเสียแกนหลักอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ อิบราฮิมา โกนาเต้ นี่คือ 5 คำถามสำคัญก่อนเปิดฉากฤดูกาลใหม่
1. สไตล์การเล่นของ อิราโอล่า จะเวิร์กกับทีมระดับท็อปของ ลิเวอร์พูล 2026-27 หรือไม่?
ปรัชญาฟุตบอลอันดุดันคือเหตุผลหลักที่บอร์ดบริหารดึงตัว อิราโอล่า มาร่วมทีม เขาชื่นชอบการสั่งให้ลูกทีมเพรสซิ่งสูง เล่นเกมเร็ว และโจมตีแบบไดเรกต์พุ่งตรงไปข้างหน้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้ เคยกล่าวไว้ว่านี่คือทิศทางของฟุตบอลยุคใหม่
อิราโอล่าชอบให้ทีมสวนกลับอย่างรวดเร็ว สถิติระบุว่า บอร์นมัธ ในยุคของเขามีจังหวะยิงประตูจากการสวนกลับเร็ว (Fast Breaks) ถึง 128 ครั้งใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเป็นรองแค่ทีมเดียวเท่านั้นในลีก นั่นก็คือ ลิเวอร์พูล (155 ครั้ง) นอกจากนี้ บอร์นมัธ ยังเป็นทีมที่เปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกได้เร็วที่สุด ด้วยความเร็วเฉลี่ย 1.95 เมตรต่อวินาที

2. เวียร์ตซ์ และ อิซัค จะคืนฟอร์มคุ้มค่าตัวสถิติสโมสรได้ไหม?
ในตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่แล้ว ลิเวอร์พูลทุ่มเงินรวมกันมหาศาลกว่า 225 ล้านปอนด์ (อาจแตะ 245 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไข) เพื่อคว้าตัว ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค เข้ามาร่วมทีม
อย่างไรก็ตาม เวียร์ตซ์ ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่นาน ขณะที่ อิซัค เจอปัญหาเรื่องความฟิตแถมยังโชคร้ายขาหักในเกมพบ สเปอร์ส เมื่อเดือนธันวาคม ทำให้เวียร์ตซ์จบฤดูกาลด้วยผลงาน 7 ประตู 8 แอสซิสต์ ส่วน อิซัค ยิงได้เพียง 4 ประตู จาก 22 นัด ซึ่งห่างไกลจากฟอร์มเดิมในฤดูกาล 2024-25 ที่ทั้งคู่ระเบิดฟอร์มทำผลงานร่วมกันถึง 63 ประตูบวกแอสซิสต์


เมื่อไม่มีเครื่องจักรผลิตสกอร์อย่าง ซาลาห์ หน้าที่ในการสร้างสรรค์เกมและการจบสกอร์ต้องตกมาอยู่ที่ เวียร์ตซ์ และ อิซัค อย่างเต็มตัว หากทั้งสองคนสามารถเคมีเข้ากันได้เหมือนคู่หูในตำนานอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ในอดีต เส้นทางการลุ้นแชมป์ของทีมก็จะกลับมาสดใสอีกครั้ง
3. ปัญหาลูกตั้งเตะจะยังคงตามหลอกหลอนทีมหรือไม่?
จุดอ่อนสำคัญของลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ “การป้องกันลูกเซ็ตพีซ” พวกเขาเสียประตูจากลูกเตะมุมไปถึง 11 ลูก และเมื่อนับรวมลูกฟรีคิกและลูกทุ่ม ลิเวอร์พูลเสียประตูจากลูกตั้งเตะแบบไม่รวมจุดโทษไปถึง 20 ประตู ซึ่งสูงที่สุดในลีกร่วมกับ คริสตัล พาเลซ และ บอร์นมัธ ของ อิราโอล่า

อิราโอล่า มอบหมายให้ ทอมมี่ เอลฟิค เข้ามาดูแลเกมรับลูกตั้งเตะโดยเฉพาะ แม้ว่าเกมรับจะยังมีเครื่องหมายคำถาม แต่สิ่งหนึ่งที่ อิราโอล่า มักจะทำได้ดีคือการสร้างทีมให้ “แพ้ยาก” โดยพาบอร์นมัธทำสถิติไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานถึง 18 นัดเมื่อซีซั่นก่อน

4. อิราโอล่า จะรับมือกับเกมยุโรปและโปรแกรมสุดแน่นไหวไหม?
คำถามตัวโตๆ สำหรับกุนซือชาวสเปนคือเรื่องของ “การบริหารทีม” ตลอดอาชีพการคุมทีมทั้งที่ ราโย บาเยกาโน่ และ บอร์นมัธ ทีมของเขาไม่เคยลงเล่นเกิน 45 นัดในหนึ่งฤดูกาลเลย แต่สำหรับ ลิเวอร์พูล พวกเขาการันตีการลงเล่นอย่างน้อย 48 นัดในฤดูกาลนี้ และอาจพุ่งสูงถึง 60+ นัดหากเข้าชิงถ้วยต่างๆ

สมัยอยู่บอร์นมัธ ทีมของเขาเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บรุมเร้าอย่างหนักจากสไตล์การวิ่งเพรสซิ่งสูง การต้องกรำศึกหนักใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส 8 นัดช่วงกลางสัปดาห์ จะเป็นบททดสอบการหมุนเวียนนักเตะที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตของเขาอย่างแน่นอน

5. ขุมกำลังเชิงลึก (Squad Depth) เพียงพอที่จะลุ้น 4 แชมป์หรือไม่?
การเป็นทีมลุ้นแชมป์หมายความว่าสโมสรต้องพร้อมสำหรับ 60 กว่าเกมต่อฤดูกาล แม้ว่าจะได้ โรนัลด์ อเราโฮ่ มาช่วยเสริมแนวรับในสัญญายืมตัว แต่แดนกลางและแดนหน้ายังคงดูบางตา

หาก เคอร์ติส โจนส์ ย้ายไป อินเตอร์ มิลาน ดาวรุ่งอย่าง เทรย์ เอ็นโยนี่ อาจต้องแบกรับภาระมากขึ้น ขณะที่ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า หลังการบาดเจ็บยาวของ อูโก้ เอกิติเก้ ทำให้เหลือเพียง อเล็กซานเดอร์ อิซัค เป็นหน้าเป้าอาชีพเพียงคนเดียว การพึ่งพาผู้เล่นเพียงคนเดียวในระบบที่ต้องใช้พลังงานสูง จึงถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งของทีม
ติดตามทุกบทวิเคราะห์ เจาะลึกตลาดซื้อขาย และความพร้อมล่าสุดก่อนเปิดฤดูกาล ได้ที่หน้า รวมบทความและข่าวสารลิเวอร์พูล เพื่อร่วมลุ้นว่าทัพหงส์แดงในยุค ลิเวอร์พูล 2026-27 จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่!
