ยูฟ่าเตือนสโมสรอังกฤษ ใช้เงินซื้อนักเตะแบบจ่ายทีหลัง เสี่ยงสร้างโมเดลการเงินเปราะบาง
อันเดรีย ทราเวอร์โซ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของยูฟ่า กล่าวถึงประเด็นนี้ในบทนำของรายงานเกี่ยวกับวงการฟุตบอลสโมสรยุโรป โดยชี้ว่าช่องว่างระหว่างพรีเมียร์ลีกกับลีกอื่น ๆ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รูปแบบการใช้จ่ายของสโมสรอังกฤษก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นเช่นกัน
ประเด็นสำคัญไม่ได้มีแค่จำนวนเงินที่ถูกใช้ในตลาดซื้อขาย แต่ยังรวมถึงวิธีที่สโมสรเลือกจะจ่ายเงินเหล่านั้นด้วย เพราะค่าตัวจำนวนมากไม่ได้ถูกชำระทันที แต่ถูกกระจายออกไปเป็นเวลาหลายปี

ยูฟ่าเตือนสโมสรอังกฤษ เกี่ยวข้องกับดีลยุโรปมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
ตามรายงาน European Club Talent and Competition Landscape ของยูฟ่า สโมสรจากอังกฤษมีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลซื้อขายนักเตะมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดยุโรปในปีที่ผ่านมา
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าเฉลี่ยที่สโมสรอังกฤษจ่ายต่อนักเตะอยู่ที่ประมาณ 24 ล้านยูโร หรือราว 20.6 ล้านปอนด์
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างอย่างมากจากลีกชั้นนำอื่น ๆ ของยุโรป ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่เพียงประมาณ 4-5 ล้านยูโรต่อนักเตะหนึ่งคน
รายงานของยูฟ่าระบุว่าสิ่งนี้ “ตอกย้ำถึงช่องว่างด้านกำลังซื้อที่กำลังขยายกว้างขึ้น” ระหว่างตลาดอังกฤษกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป
ยูฟ่าเตือนค่าตัวที่พุ่งขึ้นกำลังกดดันบัญชีในอนาคต
ทราเวอร์โซ ระบุว่าองค์ประกอบของขุมกำลังยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในสนาม แต่เมื่อตรวจสอบตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็พบแนวโน้มหลายอย่างที่สร้างความกังวลจากมุมมองทางการเงิน
“การประเมินขุมกำลังยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จด้านกีฬา การทบทวนตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ยังเผยให้เห็นแนวโน้มหลายประการ ซึ่งบางส่วนก่อให้เกิดความกังวลจากมุมมองทางการเงิน”
“มูลค่าการย้ายทีมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดอังกฤษ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อผลประกอบการทางการเงินของสโมสรในอนาคต ผ่านต้นทุนการตัดจำหน่ายที่สูงขึ้น”
“ต้นทุนเหล่านี้ถูกชดเชยบางส่วนด้วยกำไรจากการขายนักเตะจำนวนมาก แต่สิ่งนี้ทำให้เกิดโมเดลที่เปราะบางมากขึ้น เพราะสโมสรต้องพึ่งพาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคานักเตะในตลาดและสภาพคล่องมากขึ้นเรื่อย ๆ”
ประเด็นที่ยูฟ่าเป็นกังวลจึงไม่ใช่เพียงว่าตลาดกำลังแพงขึ้น แต่เป็นเรื่องที่สโมสรต้องสร้างรายได้ในอนาคตเพื่อรองรับการลงทุนที่เกิดขึ้นในอดีต
“ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” กำลังกลายเป็นความเสี่ยง
ทราเวอร์โซ ยังอธิบายถึงอีกหนึ่งแนวโน้มที่กำลังเห็นได้ชัดมากขึ้นในตลาดซื้อขาย นั่นคือการที่สโมสรไม่ได้จ่ายค่าตัวนักเตะทั้งหมดทันทีหลังเซ็นสัญญา
“ความเสี่ยงนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่าการซื้อขายจำนวนมากไม่ได้ถูกชำระเงินในทันที การจ่ายเงินมักถูกเลื่อนออกไปหลายปี ขณะที่ลูกหนี้ค่าตัวนักเตะก็สามารถถูกนำไปแปลงเป็นเงินสดระยะสั้นได้”
“ผลลัพธ์คือระดับหนี้จากการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และการพึ่งพาเงินที่จะไหลเข้ามาในอนาคตมากขึ้น เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการลงทุนในอดีต”
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ สโมสรสามารถคว้าตัวนักเตะมาใช้งานในวันนี้ แต่ยังไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งหมดในวันนี้
ปัญหาคือ ภาระที่ถูกเลื่อนไปจ่ายในอนาคตยังคงเป็นหนี้ที่ต้องชำระ และหากรายได้ในอนาคตไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ความกดดันทางการเงินก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

7 จาก 8 ดีลแพงที่สุดในซัมเมอร์เกี่ยวข้องกับตลาดอังกฤษ
ภาพของความร้อนแรงในตลาดอังกฤษเห็นได้ชัดจากข้อเท็จจริงที่ว่า 7 จาก 8 การย้ายทีมที่มีค่าตัวสูงที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับตลาดอังกฤษ
นั่นสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจทางการเงินของสโมสรจากพรีเมียร์ลีก เมื่อเทียบกับลีกอื่น ๆ ในยุโรป
แต่สำหรับยูฟ่า ความสามารถในการใช้เงินมหาศาลไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะหายไป
ในทางกลับกัน ยิ่งค่าตัวพุ่งสูงเท่าไร ภาระทางบัญชีในช่วงหลายปีต่อจากนั้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ถ้าตลาดค่าตัวตก หรือเครดิตเข้มงวดขึ้น จะเกิดอะไรขึ้น?
ทราเวอร์โซ เตือนว่า หากมูลค่าการย้ายทีมเกิดลดลง หรือเงื่อนไขด้านสินเชื่อเข้มงวดขึ้น สโมสรที่พึ่งพากระแสเงินสดในอนาคตอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น
“การลดลงของมูลค่าการย้ายทีม หรือการที่เงื่อนไขด้านสินเชื่อเข้มงวดขึ้น อาจทำให้แรงกดดันพื้นฐานที่มีต่อความสามารถในการทำกำไรและความยั่งยืนทางการเงินถูกเปิดเผยออกมา”
นั่นหมายความว่า หากตลาดซื้อขายไม่สามารถสร้างเงินก้อนใหม่ในระดับเดิม สโมสรบางแห่งอาจพบว่ารูปแบบทางการเงินที่เคยใช้ได้เริ่มมีปัญหา
โมเดลที่ต้องอาศัยทั้งค่าตัวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การขายนักเตะเพื่อทำกำไร และการเลื่อนจ่ายค่าตัวไปในอนาคต จึงอาจกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากขึ้นเมื่อสถานการณ์ในตลาดเปลี่ยนไป
ยูฟ่าเตือนสโมสรอังกฤษ ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน ตลาดนักเตะยังเปลี่ยนวิธีบริหารทีม
รายงานของยูฟ่ายังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงอีกด้านที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลยุโรปด้วย
สโมสรต่าง ๆ กำลังพยายามกระจายเวลาลงสนามให้กับนักเตะในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ใช้การเปลี่ยนตัวมากขึ้น และนำกลยุทธ์การหมุนเวียนขุมกำลังที่ซับซ้อนกว่าเดิมมาใช้ เพื่อจัดการทั้งเรื่อง ประสิทธิภาพการเล่นและสวัสดิภาพของนักเตะ
หมายความว่าในฟุตบอลยุคใหม่ สโมสรไม่ได้เพียงแค่ต้องมีนักเตะคุณภาพสูง แต่ยังต้องบริหารจำนวนผู้เล่นให้เหมาะสมกับจำนวนการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
การมีขุมกำลังขนาดใหญ่และการหมุนเวียนนักเตะจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารทีมระดับสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ
พรีเมียร์ลีกกำลังทิ้งห่างยุโรปในด้านกำลังซื้อ ยูฟ่าเตือนสโมสรอังกฤษ
ภาพรวมที่ยูฟ่าสะท้อนออกมาคือ พรีเมียร์ลีก ยังคงมีข้อได้เปรียบด้านกำลังซื้ออย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับลีกชั้นนำอื่น ๆ ของยุโรป
แต่ในอีกด้านหนึ่ง สโมสรอังกฤษก็ต้องรับมือกับภาระจากต้นทุนการซื้อนักเตะที่สูงขึ้น และภาระเหล่านั้นไม่ได้จบลงในวันที่เซ็นสัญญา
การกระจายการชำระค่าตัวออกไปหลายปีช่วยให้สโมสรจัดการสภาพคล่องในระยะสั้นได้ แต่ก็ทำให้เกิดหนี้จากการซื้อขายมากขึ้น และเพิ่มความจำเป็นที่จะต้องมีรายได้ในอนาคตเข้ามารองรับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ อันเดรีย ทราเวอร์โซ มองว่ารูปแบบดังกล่าวกำลังสร้าง “โมเดลที่เปราะบาง” มากขึ้น
ในตลาดที่เงินยังคงไหลเข้าสู่พรีเมียร์ลีกอย่างมหาศาล วิธีการใช้จ่ายแบบนี้อาจดูเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับฝ่ายการเงินของฟุตบอลยุโรป คำถามสำคัญคือ สโมสรจะสามารถรักษาสมดุลนั้นได้หรือไม่ หากตลาดไม่เติบโตต่อไปในอัตราเดิม
และนั่นคือหนึ่งในโจทย์สำคัญของ การเงินสโมสรฟุตบอลยุโรป ในยุคที่ค่าตัวนักเตะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ติดตามข่าวฟุตบอลอังกฤษและบทวิเคราะห์ตลาดซื้อขายเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของเรา


