‘ทฤษฎีความโกลาหล’: เจาะลึกแท็กติกเหยียบคันเร่งมิดไมล์ของ ‘อันโดนี่ อิราโอล่า’ สานต่อสายเลือดแอนฟิลด์
BK8 – ‘ปีหน้า เราจะไปลิเวอร์พูล’: วิเคราะห์เจาะลึก ‘อันโดนี่ อิราโอล่า’ กับทฤษฎีความโกลาหลเพื่อปลุกชีพหงส์แดง – แทงบอล
“El año que viene, el Rayo-Liverpool” (ปีหน้า ราโยจะไปเจอลิเวอร์พูล) นี่คือบทเพลงเชียร์ที่ อันโดนี่ อิราโอล่า มักจะอมยิ้มทุกครั้งที่ได้ยิน แฟนบอล ราโย บาเยกาโน่ เคยร้องเพลงนี้แบบติดตลกเพื่อแสดงความหวังที่จะได้ไปลุยฟุตบอลยุโรป ในวันที่สโมสรเล็กๆ ที่มีงบประมาณน้อยนิดและมีเพียงห้องอาบน้ำเย็นฉ่ำ กำลังมองเห็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เกินตัวภายใต้การคุมทีมของเขา
ไม่มีใครคาดคิดว่าบทเพลงในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงในวันนี้ เมื่ออิราโอล่ากำลังก้าวเท้าเข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ เพื่อรับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ด้วยสัญญาระยะเวลา 2 ปี
จากชายผู้ฝันถึงร้านหนังสือ สู่กุนซือผู้สืบทอดสายเลือดบาสก์
ในอดีต อิราโอล่าไม่ได้ถูกคาดหมายว่าจะเติบโตมาเป็นกุนซือระดับท็อป เขาเป็นแบ็กขวาที่พึ่งพาได้ของ แอธเลติก บิลเบา ผู้รักการเรียนรู้จนเกือบจะจบปริญญาด้านกฎหมายในขณะที่ยังค้าแข้ง และเคยคิดด้วยซ้ำว่าหลังแขวนสตั๊ด เขาแค่อยากกลับไปเปิด “ร้านหนังสือ” เล็กๆ ในบ้านเกิดที่เมืองอูซูร์บิล
แต่สายเลือดฟุตบอลแห่งกิปุซโกอา (Gipuzkoa) จังหวัดเล็กๆ ในสเปนที่เป็นแหล่งผลิตกุนซือสมองเพชรอย่าง ชาบี อลอนโซ่ และ มิเกล อาร์เตต้า (ซึ่งทั้งคู่คือเพื่อนร่วมทีมสมัยเด็กของอิราโอล่า) ก็ดึงเขากลับมาสู่โลกของลูกหนัง การใช้ชีวิต 16 ปีที่บิลเบา สโมสรที่เปรียบเสมือนสถาบันทางวัฒนธรรมของเมือง ทำให้เขาเข้าใจลึกซึ้งถึง “ความกดดัน” และ “ความผูกพัน” ระหว่างสโมสรฟุตบอลกับผู้คน ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่คล้ายคลึงกับ ลิเวอร์พูล อย่างน่าประหลาดใจ
ผลงานชิ้นโบแดงที่บอร์นมัธ และความเชื่อใจจากลูกทีม
งานที่หนักอึ้งรอเขาอยู่ อิราโอล่าต้องเข้ามารับเผือกร้อนต่อจาก อาร์เน่ สล็อต ที่ถูกปลดแม้จะเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลแรก และพาทีมจบอันดับ 5 ในฤดูกาลที่สอง แน่นอนว่าทรัพยากรและความคาดหวังที่แอนฟิลด์จะแตกต่างจากบอร์นมัธอย่างสิ้นเชิง
ทว่าสิ่งที่น่าทึ่งคือผลงานของเขาที่บอร์นมัธ อิราโอล่าทำลายสถิติคะแนนสูงสุดของสโมสรตลอด 3 ฤดูกาลที่คุมทีม และฝากสถิติไร้พ่าย 18 นัดติดต่อกันไว้เป็นมรดกชิ้นสำคัญ ทั้งๆ ที่ทีมต้องสูญเสียแกนหลักในแนวรับถึง 4 คนเมื่อต้นฤดูกาลที่แล้ว (อิลเลีย ซาบาร์นยี่, ดีน ฮุยเซน, มิลอส เคอร์เคซ, เกปา อาร์ริซาบาลาก้า) แถมยังเสียดาวยิงตัวเก่งอย่าง อองตวน เซเมนโย่ ไปกลางคัน แต่ทีมก็ยังเดินหน้าต่อไปได้
เคล็ดลับคือ “ความเชื่อใจ” ที่เขาสร้างให้กับนักเตะ เอลี จูเนียร์ ครูปี กองหน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส เคยกล่าวถึงอิราโอล่าไว้อย่างน่าสนใจว่า:
“ผมได้เรียนรู้เรื่องเกมรับอย่างมาก การยืนตำแหน่งที่ถูกต้องช่วยประหยัดแรงในการวิ่งลงมาเล่นเกมรับ ทำให้ผมมีสมาธิและสมองที่ปลอดโปร่งมากขึ้นเมื่อถึงจังหวะเล่นเกมรุก”
‘ทฤษฎีความโกลาหล’ ที่คุ้นเคยของเหล่า เดอะ ค็อป
อิราโอล่าเป็นคนพูดน้อยและค่อนข้างขี้อาย แต่วิธีการทำทีมของเขากลับเต็มไปด้วยความดุดัน เขาชอบ “ความโกลาหล” มากกว่า “การควบคุมเกม” สถิติจาก Opta ระบุว่า บอร์นมัธ เป็นทีมที่เล่นเกมรุกด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งนี่คือสไตล์การเล่นที่ไปกันได้ดีกับความปรารถนาของแฟนบอลลิเวอร์พูล ที่กำลังโหยหาฟุตบอลอะดรีนาลีนพุ่งปรี๊ดแบบในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์
“เมื่อคุณพยายามเอาชนะทีมที่กำลังลุ้นแชมป์ลีก คุณไม่สามารถควบคุมเกมได้ตลอดเวลาหรอก… คุณต้องแย่งบอลกลับมาให้เร็ว บุกให้เร็ว และพาบอลเข้ากรอบเขตโทษให้เร็วที่สุด จังหวะของพรีเมียร์ลีกมันเร็วมาก ทุกทีมกล้าเล่นและพร้อมจะกดดันคุณเสมอ” อิราโอล่าเคยกล่าวไว้
แท็กติกนี้ไม่ต้องอาศัยการต่อบอลผ่านแดนกลางที่สลับซับซ้อน แต่เน้นการจ่ายบอลให้ศูนย์หน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อตัวรุกที่มีความเร็วและอันตรายในจังหวะสวนกลับอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค รวมไปถึงการใช้ โคดี้ กัคโป ในบทบาทที่คล้ายกับที่เซเมนโย่เคยทำได้ดี
บททดสอบและขวากหนามที่รออยู่
แม้สไตล์จะน่าตื่นตาตื่นใจ แต่การก้าวขึ้นมาคุมทีมระดับบิ๊กซิกซ์ไม่ใช่เรื่องง่าย อิราโอล่าจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายสำคัญหลายประการ:
-
ปัญหาในการเจอกับทีมรับลึก: ในฤดูกาลที่ผ่านมา บอร์นมัธของเขามีปัญหาอย่างหนักในการเจอกับทีมที่เน้นตั้งรับ พวกเขาไม่สามารถเอาชนะทีมน้องใหม่หรือทีมตกชั้นอย่างเวสต์แฮมได้เลยจาก 8 นัดที่พบกัน
-
การบริหารพละกำลังของนักเตะ: ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมลงเตะถึง 57 นัดในฤดูกาลก่อน เมื่อเทียบกับบอร์นมัธที่เล่นเพียง 40 นัด แท็กติก “เหยียบคันเร่งมิดไมล์” (Full-Gas) ของเขาจะทำให้เกิดปัญหาอาการบาดเจ็บสะสมหรือไม่?
-
อาถรรพ์กุนซือทีมระดับกลาง: ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีกุนซือจากทีมระดับกลางถึง 9 คนที่ก้าวขึ้นมาคุมทีมบิ๊กซิกซ์ แต่มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่อยู่รอดได้นาน และไม่มีใครเลยที่คว้าแชมป์ติดมือได้ (ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โธมัส แฟรงค์ ที่เผชิญความยากลำบากกับสเปอร์สเมื่อปีที่แล้ว)
อิราโอล่าเป็นคนที่มีวิถีทางเป็นของตัวเอง ผู้ใกล้ชิดเผยว่าเขามีปรัชญาที่จะทำงานกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งไม่เกิน 3 ปี เพราะเชื่อว่านั่นคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดก่อนที่วัฏจักรจะเริ่มถดถอย
บางที การเดินทางของอันโดนี่ อิราโอล่า ที่แอนฟิลด์อาจไม่ได้ยาวนานนับทศวรรษ แต่มันจะเป็นช่วงเวลาที่รวดเร็ว ทะเยอทะยาน และทำให้ทุกคนแทบจะลืมหายใจ สมกับคำกล่าวของเขาที่ว่า… “ความโกลาหล คือสิ่งที่ผมชอบเห็น”

