“พวกคุณอวยเมนู” อโมริม คิดผิด? คาร์ริกงัดคู่มือใช้งาน “เมนู” ร่างทอง – เร่งฟอร์มลุ้นคืนทัพสิงโตยุคทูเคิ่ล
BK8 – “พวกคุณรักไมนูเกินไป” วาทะอามอริมที่ย้อนเข้าตัว! เมื่อ “คาร์ริก” พิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงขาดไม่ได้ – แทงบอล
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม หลังเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับ เวสต์แฮม 1-1 รูเบน อามอริม (กุนซือในขณะนั้น) ได้ทิ้งวาทะเด็ดใส่สื่อมวลชนที่ตั้งคำถามว่าทำไม ค็อบบี้ ไมนู ถึงถูกดองอยู่ข้างสนาม
“พวกคุณถามผมเรื่องเดิมตลอด… ผมเข้าใจนะ พวกคุณรักค็อบบี้ (You love Kobbie) เขาเป็นตัวจริงทีมชาติอังกฤษ แต่ไม่ได้แปลว่าผมต้องส่งเขาลงถ้าผมรู้สึกว่าไม่ควร”
คำพูดนั้นฟังดูเหมือน อามอริม พยายามจะบอกว่าสื่อและแฟนบอลมี “อคติ” เข้าข้างเด็กปั้นสโมสร แต่ความจริงที่ปรากฏในวันนี้ ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริก พิสูจน์แล้วว่า อามอริม “พลาด” มหันต์
การเกิดใหม่ภายใต้เงาของ “คาร์ริก”
นับตั้งแต่ อามอริม โดนปลด และ คาร์ริก เข้ามารับไม้ต่อ (ต่อจาก ดาร์เรน เฟลตเชอร์) ไมนู ได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 4 นัดติดต่อกัน และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแอสซิสต์ในเกมชนะ สเปอร์ส 2-0 ที่เขาจ่ายบอลไซด์ก้อยให้ ไบรอัน เอ็มเบวโม่ ยิงประตูแรก
คาร์ริก ซึ่งเป็นอดีตมิดฟิลด์เชิงสูง เข้าใจธรรมชาติของไมนูดีที่สุด เขาเปรียบเทียบไมนูกับตัวเองเมื่อ 20 ปีก่อน
“การจ่ายบอลที่ดี ไม่ใช่แค่การเตะบอลไปให้เพื่อน… แต่มันคือการจัดระเบียบร่างกาย เข้าใจบริบทของเกม และจ่ายเพื่อให้เพื่อนเล่นต่อได้ทันที ไมนูมีสิ่งนั้น”
สถิติที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
หากดูแค่ตัวเลข 7 ประตู 5 แอสซิสต์ จาก 90 นัด อาจดูธรรมดา แต่สิ่งที่ไมนูมอบให้คือ “Flow” หรือการไหลลื่นของเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่หายไปในยุคอามอริม ความไม่ไว้วางใจในผลผลิตอะคาเดมี่ของอามอริม สร้างความไม่พอใจให้ทีมสตาฟฟ์มาตลอด และตอนนี้ ไมนู กำลังตบหน้าอดีตเจ้านายด้วยฟอร์มในสนาม
เดิมพันทีมชาติกับ “ทูเคิ่ล”
เป้าหมายต่อไปของ ไมนู ไม่ใช่แค่สโมสร แต่คือ ทีมชาติอังกฤษ หลังจากหลุดโผทีมชาติชุดล่าสุด ไมนู เหลือเวลาอีกเพียง 5 นัด (เริ่มจากเกมเยือน เวสต์แฮม คืนนี้) เพื่อพิสูจน์ให้ โธมัส ทูเคิ่ล เห็นว่าเขาดีพอสำหรับเกมอุ่นเครื่องเดือนมีนาคม กับ อุรุกวัย และ ญี่ปุ่น
คู่แข่งของเขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะ อดัม วอร์ตัน, อเล็กซ์ สกอตต์ และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน (ซึ่งล้วนเป็นเป้าหมายเสริมทัพของแมนยูในซัมเมอร์หน้า) ต่างก็ทำผลงานได้ดี ไมนู เกือบตัดสินใจย้ายไป นาโปลี แบบยืมตัวเพื่อหาโอกาสลงสนาม แต่ตอนนี้ ฟ้าเปิดที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้ว
คาร์ริก ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ: “เขาเพิ่งผ่านช่วงพีคสุดขีด (ยูโร 2024) และตกลงมาเพราะไม่ได้เล่น… ตอนนี้เขาต้องอดทน และค่อยๆ กลับมาเป็นตัวเอง”
คืนนี้ที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า “ความรัก” ที่แฟนบอลมีให้ไมนู ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล แต่มันคือการมองเห็น “ของจริง” ที่อดีตโค้ชบางคนมองข้ามไป.

