ย้อนวัยเด็ก ‘เออร์ลิง ฮาแลนด์’ จากเด็กตัวจิ๋วขี้แย สู่ดาวยิงระดับโลกที่เกลียดความพ่ายแพ้
BK8 – ‘หยาดน้ำตาและความกระหายที่ไม่เคยสิ้นสุด’: ถอดรหัสวัยเด็ก ‘เออร์ลิง ฮาแลนด์’ ผ่านสายตาเพื่อนร่วมทีม – แทงบอล
เมื่อคุณมองไปที่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันนี้ ภาพที่ปรากฏคือศูนย์หน้ารูปร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่น ผู้เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและสัญชาตญาณนักล่าทะลวงตาข่าย แต่หากย้อนกลับไปในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า บรีเนอ (Bryne) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์… ฮาแลนด์ ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบทางร่างกาย ทว่าสิ่งที่เขามีเหนือกว่าใคร คือ “หัวใจที่ปฏิเสธความพ่ายแพ้”
ไมเคิล วิเกรสตาด อดีตผู้รักษาประตูอคาเดมี่ของสโมสร Bryne FK และเพื่อนร่วมทีมสมัยเด็กของฮาแลนด์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มและท่าดีใจอันดุดันของดาวยิงหมายเลขหนึ่งทีมชาตินอร์เวย์
เด็กชายตัวจิ๋ว ในเสื้อ ‘โรบินโญ่’
ในเมืองที่มีประชากรเพียง 12,000 คน ฟุตบอลคือศูนย์รวมจิตใจของเด็กๆ ทุกคนเล่นให้กับทีมเดียวคือ Bryne FK วิเกรสตาดเล่าว่า ในช่วงแรก ฮาแลนด์ไม่ใช่ “เด็กระเบิด” ที่เก่งที่สุดในรุ่น ตำแหน่งนั้นตกเป็นของ ทอร์ด ยอห์นเซ่น ซัลเต้ เด็กหนุ่มที่มีความเร็วทะลุขีดจำกัดจนทุกคนยอมรับ
ฮาแลนด์ในวัยเด็กเป็นเพียงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่มักจะสวมเสื้อ ลีดส์ ยูไนเต็ด หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ปักชื่อ โรบินโญ่ ไว้ด้านหลัง) มาเตะบอลพลาสติกแบบแบ่งข้างเล่นกันเองตั้งแต่เช้าจรดเย็น
“มันยากที่จะเชื่อเมื่อคุณเห็นยักษ์ใหญ่ที่เขาเป็นอยู่ในทุกวันนี้ แต่ตอนนั้นเขาตัวเล็กนิดเดียว ทว่าสิ่งที่กระแทกใจผมอย่างจังคือ เขาต้องการลงเล่นตลอดเวลา ไม่มีคำว่าพัก เขาถูกขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันที่จะเก่งขึ้นเสมอ” วิเกรสตาด รำลึกความหลัง
น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ และไฟที่ลุกโชน
จุดที่ทำให้ฮาแลนด์แตกต่างจากเด็กวัยเดียวกัน ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็น “อารมณ์ที่รุนแรงต่อเกมฟุตบอล”
เขาเป็นเด็กที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา และมีแพสชั่นที่ล้นทะลัก วิเกรสตาดเล่าว่า มันเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ได้เห็นเด็กคนหนึ่งกระวนกระวายและเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้
“เขามักจะไม่พอใจกับรูปเกมที่ออกมาไม่ดี และผมเคยเห็นเขาร้องไห้มาแล้วหลายครั้งเวลาที่ทีมตกเป็นรอง คอเขาจะตกเมื่อทำพลาด แต่สิ่งที่ต่างจากคนอื่นคือ เขาไม่เคยสูญเสียความมั่นใจ… ตรงกันข้าม ความโกรธนั้นกลับเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะยิงประตูให้ได้ในจังหวะต่อไป ความมุ่งมั่นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเขา”
ความกระหายที่จะเก่งกว่าคุณพ่อ (อัลฟ์ อิงเก้ ฮาแลนด์ อดีตนักเตะพรีเมียร์ลีก) คือแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ฮาแลนด์ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนธรรมดา และเขาไม่ต้องการมีชีวิตที่ธรรมดา
จุดเปลี่ยนที่ โมลด์ และคำประกาศท้าทายโชคชะตา
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อฮาแลนด์ย้ายไปร่วมทีม โมลด์ (Molde) ภายใต้การดูแลของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้ซึ่งบอกให้เขาไปสร้างกล้ามเนื้อหากอยากจะก้าวขึ้นสู่ระดับท็อป
ฮาแลนด์จากเมืองบรีเนอไปในฐานะเด็กชาย และกลับมาในฐานะ “ชายฉกรรจ์” ภายในเวลาเพียง 6 เดือน เขาสูงขึ้น 10 เซนติเมตร และน้ำหนักกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 10 กิโลกรัม เพื่อนๆ แทบจำเขาไม่ได้ แต่ทุกคนรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์ของความพยายามอย่างบ้าคลั่ง
ความมั่นใจในเส้นทางนี้ พุ่งทะยานถึงขีดสุดจนเกิดเป็นวีรกรรมที่เพื่อนๆ ไม่มีวันลืม วันหนึ่งในห้องเรียน ฮาแลนด์ลุกขึ้นยืนและบอกกับคุณครูว่า:
“ผมขอลาออก ผมจะไม่เรียนแล้ว” คุณครูตกใจและถามกลับ: “เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ แล้วเธอจะไปทำอะไร?” ฮาแลนด์ตอบกลับด้วยแววตาที่แน่วแน่: “ผมกำลังจะไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ” แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป… เขาเชื่อมั่นในโชคชะตาของตัวเองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
ทุกวันนี้ แม้เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกฟุตบอล เป็นเครื่องจักรสังหารที่กองหลังทั่วโลกขยาด แต่สำหรับเพื่อนเก่าอย่างวิเกรสตาด… ทุกครั้งที่เห็นฮาแลนด์แสดงอาการหงุดหงิดเวลาพลาดโอกาสทำประตู เขาก็ยังคงมองเห็น “เงาของเด็กชายตัวน้อยผู้เกลียดความพ่ายแพ้” ซ่อนอยู่ในร่างกายของยักษ์ใหญ่คนนั้นเสมอ


