สั่งลา ‘คาเซมิโร่’: เบื้องหลัง 4 ปีแห่งหยาดเหงื่อ รอยร้าว และหัวใจนักสู้ของยอดกองกลางปีศาจแดง
BK8 – ‘คาแร็กเตอร์ ออร่า และความมุ่งมั่น’: เบื้องหลัง 4 ปีแห่งตำนาน ‘คาเซมิโร่’ ในสีเสื้อปีศาจแดง – แทงบอล
เมื่อ คาเซมิโร่ เดินออกจากสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขารู้ดีว่านี่คือฉากสุดท้ายของการเดินทาง 4 ปีในฐานะนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การอำลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์และคราบน้ำตาในช่วงท้ายเกมที่เอาชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 3-2 ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเป็นการลงเล่นนัดสุดท้ายของเขา เพื่อให้เขาได้กล่าวคำอำลาแฟนบอลในบ้านเกิด แทนที่จะต้องเดินทางไกลไปเยือนไบรท์ตันในเกมนัดปิดฤดูกาลที่ไม่มีความหมายใดๆ ต่ออันดับในลีกอีกต่อไป
แพงเกินไป หรือ คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์? การย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ ในวัย 30 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยระดับ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทำให้หลายคนตั้งคำถามตั้งแต่แรกเริ่ม… 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาช่วยทีมคว้าแชมป์บอลถ้วย 2 รายการ และพาทีมไปลุยแชมเปี้ยนส์ลีกได้ 2 ครั้ง แต่ก็ต้องแลกมากับผลงานในลีกที่ย่ำแย่ (จบอันดับ 8 และ 15) พร้อมกับเสียงวิจารณ์ในบางเกมที่ฟอร์มหลุดจนน่าใจหาย
แต่สำหรับคนที่เคยร่วมงานกับเขา พวกเขากลับมองว่าคุณไม่สามารถตีราคา “คุณสมบัติที่ดีที่สุด” ของชายคนนี้ได้
“คาแร็กเตอร์ ออร่า การวางตัว และความมุ่งมั่น” แหล่งข่าววงในกล่าวกับ The Athletic “คาแร็กเตอร์แบบนี้แหละคือตัวตนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาคือคนที่มีความมุ่งมั่น ให้ความร่วมมือ มีแพสชั่น และรักสโมสร เขาคือสัญลักษณ์ของสิ่งเหล่านั้น โดยเฉพาะในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด”
มากกว่านักทำลายล้าง คือนักสร้างสรรค์และผู้นำ เดิมที แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการ แฟรงกี้ เดอ ยอง แต่เมื่อพลาดหวัง พวกเขาจึงหันมาหาคาเซมิโร่ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “นักเตะสายทำลายล้าง” แต่ทันทีที่ลงซ้อม ทุกคนก็ประหลาดใจกับวิสัยทัศน์และการจ่ายบอลของเขา โดยเฉพาะการประสานงานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จนกลายเป็นทีเด็ดของทีม
ความทุ่มเทนอกสนามของเขาก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน ในขณะที่นักเตะทั่วไปอาจละเลยการดูคลิปวิเคราะห์ฟอร์มตัวเองหลังเกม คาเซมิโร่กลับดาวน์โหลดคลิปขนาด 30GB เพื่อศึกษารายละเอียดทุกจุด และจะคอยตั้งคำถามกับสตาฟฟ์โค้ชเสมอ
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำที่ใส่ใจเพื่อนร่วมทีม ในนัดชิง เอฟเอ คัพ 2024 (ที่เขาไม่ได้ลงสนามเพราะเจ็บแฮมสตริง) เขาเป็นคนดันหลัง ไทเรลล์ มาลาเซีย ที่เจ็บยาวทั้งฤดูกาล ให้ขึ้นไปร่วมฉลองแชมป์ และยังมอบเหรียญแชมป์ของตัวเองให้กับดาวรุ่งชาวดัตช์อีกด้วย
รอยร้าวในห้องแต่งตัว และจุดเปลี่ยนกับ อโมริม อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในยุคของ เอริก เทน ฮาก คาเซมิโร่เคยตั้งคำถามถึงความทะเยอทะยานของสโมสร (เช่น การไม่ยอมล่าตัว แฮร์รี่ เคน) และยังไม่เห็นด้วยกับแท็กติกของเทน ฮาก ที่เปิดพื้นที่แดนกลางกว้างเกินไป จนทำให้จุดอ่อนเรื่องความคล่องตัวของเขาถูกโจมตี
เมื่อ รูเบน อโมริม เข้ามาคุมทีมในเดือนพฤศจิกายน 2024 สถานการณ์ของเขาดูเหมือนจะจบลง เขาหลุดไปเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง แต่แทนที่จะโวยวาย เขากลับก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก และสวมบทบาทลูกพี่ใหญ่คอยสอนรุ่นน้องอย่าง โทบี้ คอลลเยอร์
“เขามาถึงสนามซ้อมคนแรกเสมอ และกลับเป็นคนสุดท้าย” คอลลเยอร์ เล่า “เขาแช่น้ำแข็ง เข้ายิม และเตรียมพร้อมเสมอ คุณเห็นได้เลยว่าเขาพยายามทำตามที่ผู้จัดการทีมต้องการ” ความพยายามของเขายังรวมถึงการเรียนภาษาอังกฤษอย่างหนัก จนสามารถให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษได้ก่อนอำลาทีม ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับสตาฟฟ์สโมสรอย่างมาก
บทสรุปของตำนาน คาดว่า อินเตอร์ ไมอามี่ จะเป็นสถานีต่อไปของเขา การอำลาครั้งนี้เป็นการจากกันด้วยดี และเป็นไปตามครรลองของสัญญาที่ไม่น่าจะได้รับการต่ออายุด้วยค่าเหนื่อยที่สูงลิ่ว
หากจะตั้งคำถามว่า คาเซมิโร่จะสร้างอิมแพกต์ได้มหาศาลแค่ไหนหากเขาย้ายมาพรีเมียร์ลีกตั้งแต่อายุยังน้อย… บางทีคำตอบอาจอยู่ในช่วงเวลาที่เขากระโดดเข้าไปดีใจกับแฟนบอลในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปี 2022 ซึ่งเขาเคยบอกกับคนใกล้ชิดว่า “ถ้ารู้ว่าฟุตบอลอังกฤษมันสุดยอดขนาดนี้ ผมน่าจะมาเล่นที่พรีเมียร์ลีกให้เร็วกว่านี้”
แม้เราจะไม่ได้เห็นคาเซมิโร่ในเวอร์ชั่นที่หนุ่มและสมบูรณ์แบบที่สุด แต่เวอร์ชั่นตลอด 4 ปีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่า น่าจดจำ และยากที่จะหาใครมาแทนที่ได้อย่างแน่นอน


