จอร์จ เบสต์ แมนยู: ตำนานผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ปีศาจแดง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
BK8 – จอร์จ เบสต์ คือหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เขาไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงเพราะจำนวนประตูหรือถ้วยรางวัล แต่ยังโดดเด่นด้วยการเลี้ยงบอล ความเร็ว การทรงตัว และบุคลิกที่ทำให้เขากลายเป็นไอคอนของวงการฟุตบอลในยุค 1960 – แทงบอล
เส้นทางของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเริ่มต้นในปี 1963 หลังจากแมวมอง บ็อบ บิชอป ค้นพบพรสวรรค์ของเด็กหนุ่มจากเบลฟาสต์ ก่อนที่เซอร์ แมตต์ บัสบีจะให้โอกาสเขาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในฟุตบอลยุโรป เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องเดินทางไปเยือนเบนฟิกาในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยยุโรปปี 1966
สนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ เต็มไปด้วยแฟนบอลกว่า 75,000 คน และบรรยากาศก่อนเกมกดดันอย่างมาก แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่สามารถทำให้ดาวรุ่งวัย 19 ปีหวาดกลัวได้

ค่ำคืนที่เบนฟิกาต้องจดจำ
เซอร์ แมตต์ บัสบีวางแผนให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นอย่างรัดกุมในช่วง 20 นาทีแรก เพื่อทำให้บรรยากาศในสนามเงียบลงก่อน แต่แผนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความคิดของเบสต์มากนัก
เพียง 20 นาทีแรก ยูไนเต็ดขึ้นนำ 3-0 โดยเบสต์ทำไปสองประตู และมีส่วนสำคัญกับอีกหนึ่งประตูด้วย ความโดดเด่นของเขาทำให้แนวรับเบนฟิกาแทบไม่สามารถหยุดการเคลื่อนที่ของดาวรุ่งรายนี้ได้
โดยเฉพาะประตูที่สองถือเป็นหนึ่งในผลงานระดับมาสเตอร์พีซ เขารับบอลต่อจากการโหม่งของเดวิด เฮิร์ด ก่อนเลี้ยงผ่านกองหลังถึงสามคนและส่งบอลเข้าสู่ตาข่ายอย่างยอดเยี่ยม
หลังจบเกม บัสบีถึงกับพูดติดตลกว่าเบสต์คงไม่ได้ยินคำสั่งก่อนการแข่งขัน เพราะสิ่งที่เขาทำในสนามแตกต่างจากแผนที่วางเอาไว้อย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ แพดดี แครแรนด์ยังยกย่องผลงานของเพื่อนร่วมทีมรายนี้อย่างมาก ขณะที่สื่อโปรตุเกสมอบฉายาให้เขาว่า “เดอะ ฟิฟธ์ บีเทิล” หรือสมาชิกคนที่ห้าของวงเดอะบีเทิลส์
ตัวเลขที่อธิบายความยิ่งใหญ่ไม่ได้ทั้งหมด
ตลอดช่วงเวลาที่เล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดระหว่างปี 1963 ถึง 1974 เบสต์ทำไป 179 ประตูจาก 470 นัด ตัวเลขดังกล่าวทำให้เขาอยู่ในกลุ่มดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร
ถึงกระนั้น สถิติเหล่านี้ไม่สามารถสะท้อนคุณภาพของเขาได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่ทำให้เบสต์แตกต่างคือวิธีการเล่น เขามีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การควบคุมบอลยอดเยี่ยม และสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความกล้าที่จะดวลตัวต่อตัวกับกองหลัง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีความกดดันสูง ความสามารถในการหลอกคู่แข่งด้วยการขยับไหล่หรือเปลี่ยนความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีทำให้เขาเป็นนักเตะที่คาดเดาได้ยาก
สำหรับแฟนบอลที่ต้องการติดตามเรื่องราวของสโมสร สามารถอ่านบทความอื่นเกี่ยวกับ ประวัติและตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่มเติมได้
แชมป์ยุโรปและช่วงเวลาที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์
หากเกมกับเบนฟิกาในปี 1966 คือจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงในระดับนานาชาติ รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยยุโรปปี 1968 คือเกมที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานอย่างสมบูรณ์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพบเบนฟิกาอีกครั้งที่สนามเวมบลีย์ และเกมต้องเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากทั้งสองทีมเสมอกันใน 90 นาที
จากนั้น เบสต์ก็สร้างความแตกต่าง เขารับบอลจากการเล่นต่อของไบรอัน คิดด์ ก่อนหลบมาริโอ โคโลนาและผ่านโฮเซ เอ็นริเก จากนั้นจึงส่งบอลเข้าสู่ประตูอย่างเยือกเย็น
ประตูดังกล่าวช่วยให้ยูไนเต็ดกลับมามีพลังอีกครั้ง และท้ายที่สุดพวกเขาเอาชนะเบนฟิกา 4-1 คว้าแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกของสโมสร
แฮร์รี เกรก ผู้รักษาประตูและเพื่อนร่วมทีมชาวไอร์แลนด์เหนือมองว่าเบสต์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จครั้งนั้น ส่วนอเล็กซ์ สเต็ปนีย์ก็ประทับใจในสภาพร่างกายของเขา เพราะดาวเตะรายนี้ยังคงวิ่งเต็มที่ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

พรสวรรค์ที่ได้รับการยอมรับจากคนทั้งวงการ
ความสามารถของเบสต์ได้รับการยอมรับตั้งแต่ช่วงแรกของอาชีพ เซอร์ แมตต์ บัสบีเชื่อว่าเขาเป็นนักเตะที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ใหญ่ได้ ขณะที่เปเล่ก็เคยยกย่องเขาในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก
ในปี 1968 ผลงานของเบสต์ได้รับรางวัลตอบแทนอย่างเป็นทางการ เมื่อเขาคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งยุโรป ซึ่งเป็นเกียรติยศระดับสูงสุดรายการหนึ่งในยุคนั้น
ขณะเดียวกัน อิทธิพลของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนาม เขากลายเป็นแฟชั่นไอคอน บุคคลที่มีชื่อเสียง และหนึ่งในนักฟุตบอลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสังคมอังกฤษ
ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้เบสต์มีสถานะไม่ต่างจากคนดังระดับประเทศ ผู้คนจำนวนมากต้องการแต่งตัว เลียนแบบทรงผม และใช้ชีวิตตามแบบฉบับของเขา
เส้นทางกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกับสโมสร แต่เส้นทางในทีมชาติกลับไม่ได้สมบูรณ์แบบ เขาถูกเรียกติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือตั้งแต่อายุยังน้อย และท้ายที่สุดลงเล่นไป 37 นัด
น่าเสียดายที่ช่วงเวลาของเขากับทีมชาติไม่เอื้อให้ไอร์แลนด์เหนือก้าวเข้าสู่ฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
อย่างไรก็ตาม เบสต์ยังสร้างผลงานยอดเยี่ยมหลายครั้ง โดยเฉพาะเกมพบอังกฤษและสกอตแลนด์ ความสามารถเฉพาะตัวของเขาทำให้แฟนบอลไอร์แลนด์เหนือได้เห็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ แม้ทีมชาติจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่
ชีวิตนอกสนามที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
เบสต์เป็นนักฟุตบอลที่มีทุกอย่าง ทั้งพรสวรรค์ เงินทอง ชื่อเสียง และรูปลักษณ์ที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของผู้คนจำนวนมาก
ในเวลาเดียวกัน ชีวิตที่เต็มไปด้วยแสงไฟก็กลายเป็นปัญหา เขามีชื่อเสียงเรื่องการดื่มและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่ออาชีพนักฟุตบอลของเขา
หลังจากออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเดินทางไปเล่นให้หลายสโมสร ทั้งในอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ และออสเตรเลีย แต่ไม่สามารถกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงพีคได้อีก
ยิ่งเวลาผ่านไป ปัญหานอกสนามก็ยิ่งส่งผลต่อสุขภาพและเส้นทางชีวิตของเขา แม้เจ้าตัวจะยังคงมีช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมอยู่เป็นระยะ
เบสต์เสียชีวิตในปี 2005 ด้วยวัย 59 ปี หลังจากมีปัญหาสุขภาพรุนแรงหลายอย่างตลอดช่วงท้ายชีวิต
มรดกที่ยังอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
หากวัดจากอายุการเล่น เบสต์อาจเสียเปรียบตำนานหลายคน เพราะเขาลงสนามให้สโมสรครั้งสุดท้ายเมื่ออายุเพียง 26 ปี
ในทางกลับกัน อิทธิพลของเขากลับยืนยาวกว่านั้นหลายสิบปี แฟนบอลยังคงพูดถึงการเลี้ยงบอล ความสง่างาม และความกล้าหาญในการดวลกับคู่แข่งของเขา
เขายังเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นหนึ่งในสามประสานระดับตำนานร่วมกับบ็อบบี ชาร์ลตันและเดนิส ลอว์
ดังนั้น หากพูดถึงนักเตะที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของสโมสรในยุคหนึ่ง ชื่อของเบสต์ย่อมต้องถูกกล่าวถึงเสมอ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลอังกฤษในยุคคลาสสิก สามารถศึกษาข้อมูลจาก เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บทสรุป
ท้ายที่สุด จอร์จ เบสต์ แมนยู ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของนักฟุตบอลที่ยิงประตู 179 ลูกจาก 470 นัด แต่เขาคือสัญลักษณ์ของยุคทองช่วงหนึ่งของสโมสร
บนสนาม เขาคือศิลปินที่ใช้ทักษะ ความเร็ว และจินตนาการสร้างความแตกต่าง ส่วนชีวิตนอกสนามกลับเต็มไปด้วยทั้งชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ และความผิดพลาด
ด้วยเหตุนี้ มรดกของเบสต์จึงไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงอิทธิพลที่เขามีต่อวัฒนธรรมฟุตบอลและความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลก
หากเขาสามารถรักษาเส้นทางอาชีพให้ยาวนานกว่านี้ คำถามว่าเขาจะขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งในรายชื่อนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหรือไม่ คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก
จอร์จ เบสต์ แมนยู จึงยังคงเป็นหนึ่งในตำนานที่โดดเด่นที่สุดของสโมสร และเป็นนักฟุตบอลที่พิสูจน์ว่าพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวสามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์ฟุตบอลได้อย่างไร
