มูรินโญ่ กลับเรอัล มาดริด พร้อมบทเรียนใหม่และความสัมพันธ์กับวินิซิอุส
BK8 – มูรินโญ่ กลับเรอัล มาดริด พร้อมบทเรียนใหม่และความสัมพันธ์กับ วินิซิอุส และวิธีคิดใหม่พา ราชันชุดขาวบินสูง – แทงบอล

มูรินโญ่ กลับมารับงานคุมเรอัล มาดริดอีกครั้ง หลังจากการผจญภัยครั้งแรกของเขาที่สโมสรจบลงอย่างขมขื่นเมื่อ 13 ปีก่อน และกุนซือชาวโปรตุเกสยืนยันว่าเขากลับมาในฐานะคนที่นิ่งขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้มากกว่าเดิม แต่ยังคงมีตัวตนแบบเดิมที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกคุ้นเคย
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งกลับมาคุมทีม มูรินโญ่เปิดใจกับรายการ El Chiringuito ของสเปนว่า ประสบการณ์ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงเขาไปไม่น้อย
“ผมกลับมาเป็นผู้จัดการทีมที่กลมกล่อมขึ้น ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น และใช้อารมณ์น้อยลง” เขากล่าว ก่อนจะเสริมด้วยรอยยิ้มว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเขากลายเป็นคนที่น่าเบื่อ เพราะตัวตนและแนวทางการทำงานแบบเดิมยังคงอยู่
“ผมยังมีดีเอ็นเอแบบเดิม” คือใจความสำคัญที่สะท้อนตัวตนของกุนซือวัย 63 ปีได้เป็นอย่างดี
การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรอัล มาดริดต้องการการเปลี่ยนแปลง หลังจากจบฤดูกาลโดยไม่มีแชมป์เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน และผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือถึงสามคน
กลับมาเพื่อสร้างทีมให้เป็นหนึ่งเดียว
ภารกิจแรกของกุนซือชาวโปรตุเกสจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องแท็กติกหรือผลงานในสนาม แต่คือการทำให้ห้องแต่งตัวกลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
มูรินโญ่ยอมรับว่าทีมจำเป็นต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวมากกว่าที่ผ่านมา พร้อมส่งสัญญาณถึงตัวตนอีกด้านของเขาว่า หากสถานการณ์จำเป็น เขาก็พร้อมกลับมาเป็นผู้นำที่เข้มงวดและก้าวร้าวเหมือนในอดีต
นี่เป็นด้านของเขาที่เคยสร้างความขัดแย้งกับนักเตะระดับซีเนียร์ในช่วงปลายสมัยแรกที่ทำงานในกรุงมาดริด แต่เจ้าตัวเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ทำให้เขาเรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นมากขึ้น
“ผมเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง” คือหนึ่งในประโยคสำคัญที่สะท้อนว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่การย้อนเวลากลับไปเหมือนเดิมทุกอย่าง
เขายังมองว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันมีความขยันและพร้อมทำงาน ซึ่งช่วยให้เขาสามารถใช้ความเป็นผู้นำในแบบที่เหมาะสมได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความขัดแย้งขึ้นมาเอง
ชื่นชมผลงานของเอ็มบัปเป้และเบลลิงแฮม
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการทำงานร่วมกับบรรดาซูเปอร์สตาร์ของทีม โดยเฉพาะ จู๊ด เบลลิงแฮม และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้
มูรินโญ่ชื่นชมผลงานของทั้งสองคนในฟุตบอลโลก โดยมองว่าเบลลิงแฮมมีทัวร์นาเมนต์ที่ยอดเยี่ยม ขณะที่เอ็มบัปเป้สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยผลงานการยิงถึง 10 ประตู ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการแข่งขัน
“เอ็มบัปเป้น่าทึ่งมาก มันทำให้ผมยิ้มได้เพียงแค่ดูเขาซ้อม เขาเก่งในระดับที่เหลือเชื่อ” มูรินโญ่กล่าว
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าทีมไม่ควรถูกสร้างขึ้นโดยยึดนักเตะเพียงคนเดียวเป็นศูนย์กลาง เพราะเป้าหมายของสโมสรระดับเรอัล มาดริดคือการทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับความสำเร็จ
เขายังกล่าวถึงตัวเลขของทั้งเอ็มบัปเป้และเบลลิงแฮมในฟุตบอลโลกว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่ในมุมมองของเขา ผลงานของกองหน้าชาวฝรั่งเศสนั้นโดดเด่นจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์
ความสัมพันธ์กับวินิซิอุสเปลี่ยนไปแล้ว
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่างมูรินโญ่กับ วินิซิอุส จูเนียร์ หลังจากทั้งคู่เคยอยู่คนละฝั่งของเหตุการณ์ความขัดแย้งเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
ในเวลานั้น มูรินโญ่ยังทำหน้าที่คุมเบนฟิกา และออกมาปกป้อง จานลูกา เปรสเตียนนี นักเตะของเขา หลังจากผู้เล่นเรอัล มาดริดกล่าวหาว่าเปรสเตียนนีมีพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติต่อวินิซิอุสระหว่างเกมแชมเปียนส์ลีก
เปรสเตียนนีปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ต่อมายูฟ่าสั่งแบนเขา 3 นัด และคาดโทษเพิ่มอีก 3 นัด จากพฤติกรรมที่องค์กรลูกหนังยุโรประบุว่าเป็นคำพูดเชิงเหยียดรสนิยมทางเพศ
มูรินโญ่อธิบายว่า การออกมาปกป้องนักเตะของตัวเองในเวลานั้นเป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่าต้องทำ เพราะเปรสเตียนนียืนยันกับเขาว่าไม่ได้กระทำผิด
แต่สถานการณ์ในวันนี้แตกต่างออกไป เพราะเขาได้กลายมาเป็นกุนซือของวินิซิอุสโดยตรง
“ตอนนี้วินิซิอุสรู้แล้วว่าผมอยู่ฝั่งไหน และเขารู้ว่าสามารถมองตาผมและพึ่งพาผมได้” มูรินโญ่กล่าว
ความสัมพันธ์ดังกล่าวดูเหมือนจะก้าวไปอีกขั้น เมื่อวินิซิอุสตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรภายใต้ช่วงเวลาที่มูรินโญ่กลับมาคุมทีม
โรดรี้เลือกบาร์เซโลนา และทำให้มูรินโญ่ลังเล

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ โรดรี้ กองกลางทีมชาติสเปน ซึ่งเพิ่งย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้กลับไปบาร์เซโลนา ทั้งที่เรอัล มาดริดเองก็เคยพยายามคว้าตัวเขา
มูรินโญ่เปิดเผยว่าเขาเคยพูดคุยกับโรดรี้หลายครั้ง และสโมสรได้ยื่นข้อเสนอที่ดีให้กับนักเตะรายนี้
อย่างไรก็ตาม โรดรี้มีความลังเล และความลังเลของเขาก็ทำให้มูรินโญ่เริ่มเกิดความไม่แน่ใจเช่นกัน
“เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมและปฏิบัติตัวกับเราอย่างถูกต้องมาตลอด แต่ขนาดของเรอัล มาดริดคือคุณไม่สามารถมีนักเตะที่ต้องคิดสองครั้งว่าจะมาที่นี่หรือไม่” กุนซือชาวโปรตุเกสกล่าว
ท้ายที่สุด โรดรี้ตัดสินใจกลับสเปน แต่เลือกบาร์เซโลนาแทนที่จะเป็นเรอัล มาดริด
และแน่นอนว่า มูรินโญ่ยังไม่ใช่มูรินโญ่หากไม่มีประโยคทิ้งท้ายแบบกวน ๆ
“ผมขอให้เขาโชคดี… แต่ก็ไม่ต้องมากเกินไปหรอก” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
บทใหม่ของ มูรินโญ่ กุนซือที่ผ่านอะไรมาแล้วมากมาย
การกลับมาของมูรินโญ่จึงน่าสนใจมากกว่าการกลับมาของอดีตผู้จัดการทีมคนหนึ่ง เพราะครั้งนี้เขากลับมาในวัย 63 ปี พร้อมประสบการณ์ที่มากกว่าเดิมอย่างมหาศาล
เขาเคยผ่านทั้งช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กับสโมสรพังทลายลงต่อหน้าสาธารณะมาแล้ว
ความท้าทายของเขาคือการนำประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้โดยไม่ปล่อยให้อดีตกลับมาควบคุมตัวเองอีกครั้ง
เรอัล มาดริดต้องการทั้งความสำเร็จและความสงบภายในทีม ขณะที่นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์หลายคนต้องการผู้จัดการทีมที่สามารถจัดการทั้งเรื่องฟุตบอลและแรงกดดันรอบตัวพวกเขาได้
มูรินโญ่เชื่อว่าตัวเขาในเวอร์ชันปัจจุบันพร้อมสำหรับภารกิจนั้นแล้ว
และเกมแรกของการกลับมาคุมทีมในลาลีกาจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ เมื่อเรอัล มาดริดออกไปเยือนเอสปันญอล ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกว่ากุนซือคนเดิมที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน สามารถสร้างเรื่องราวบทใหม่ให้กับตัวเองได้หรือไม่
เขาอาจควบคุมอารมณ์ได้มากกว่าเดิม อาจนิ่งขึ้น และอาจเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนไปเลยคือ มูรินโญ่ยังคงเป็นมูรินโญ่คนเดิม
