ลิเวอร์พูล ยุคอิราโอล่า: พ่ายโมนาโก แต่ได้เห็นแสงสว่างจากคู่หู อิซัค-เวีร์ตซ์
ลิเวอร์พูล ยุคอิราโอล่า
BK8 – การเริ่มต้นของ ลิเวอร์พูล ยุคอิราโอล่า: พ่ายโมนาโก แต่ส่องประกายในแนวรุก – แทงบอล
การประเดิมสนามนัดแรกที่แอนฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ยุคอิราโอล่า จบลงด้วยความพ่ายแพ้. โดย พวกเขาเปิดบ้านปราชัยต่อทีมดังจากฝรั่งเศสอย่างโมนาโกไปด้วยสกอร์ 3-2. แม้ว่า อันโดนี่ อิราโอล่า จะจัดทัพชุดใหญ่ลงสนามอย่างเต็มกำลัง. และ สามารถทำประตูล่วงหน้าไปก่อนถึงสองลูกในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก. ซึ่ง ได้ประตูจาก อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์. แต่ทว่า จุดอ่อนในแนวรับก็ยังคงตามหลอกหลอนพวกเขาอยู่ดี.

โมนาโกมาได้ประตูตีไข่แตกจากจุดโทษของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน. เนื่องจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ไปทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ. จากนั้น มิก้า เบียร์เรธ ก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 56. แม้ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ จะเซฟจังหวะแรกไว้ได้ แต่อีกฝ่ายก็ตามซ้ำเข้าไป. สุดท้ายแล้ว ปัญหาการป้องกันลูกตั้งเตะของทีมก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอีกครั้ง. เพราะ พวกเขามาเสียประตูชัยให้กับ ปารีส บรุนเนอร์ ที่โหม่งลูกเตะมุมเข้าไปในช่วงท้ายเกม.
สัญญาณบวกจากคู่หู อิซัค-เวิร์ตซ์ ใน ลิเวอร์พูล ยุคอิราโอล่า
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจให้กับทีม. แต่ หากเราได้เห็นฟอร์มการเล่นของ อิซัค และ เวิร์ตซ์ แบบนี้อย่างสม่ำเสมอ. แฟนบอลก็มีสิทธิ์ที่จะตื่นเต้นกับฟอร์มเกมรุกในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง. ย้อนกลับไป เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว. สโมสรทุ่มเงินกว่า 225 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวทั้งสองคนมาร่วมทีม. โดยหวังว่า พวกเขาจะเข้ามาเป็นแกนนำในแนวรุกยุคใหม่. แต่ ด้วยเหตุผลหลายประการพวกเขาทำผลงานได้ไม่ตามเป้าในปีแรก.
แต่ในปัจจุบัน ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้สวย. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประสานงานระหว่างกองหน้าเบอร์ 9 และเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10. พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกมและแทคติกอย่างลึกซึ้ง. ตัวอย่างเช่น เวิร์ตซ์ มักจะหาพื้นที่ว่างระหว่างไลน์กองหลังได้อย่างชาญฉลาด. ในขณะที่ อิซัค ก็คอยวิ่งทะลุทะลวงพื้นที่ด้านหลังแนวรับตลอดเวลา. จนนำมาซึ่ง ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการทำชิ่งสุดสวย. และ ประตูที่สองที่อิซัคเป็นคนแอสซิสต์ให้เวิร์ตซ์จบสกอร์ในกรอบเขตโทษ.
อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตความเคลื่อนไหว บทวิเคราะห์แทคติก และตลาดซื้อขายนักเตะของ ลิเวอร์พูล ล่าสุด
การประเดิมสนามของ บิคตอร์ มูนญอซ
แฟนบอลหงส์แดงต้องรอคอยมาอย่างยาวนานเพื่อที่จะได้เห็น บิคตอร์ มูนญอซ ลงวาดลวดลาย. และ พวกเขาก็ได้เห็นเป็นครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องนัดนี้. เขาได้รับเสียงตบมือต้อนรับอย่างกึกก้องเมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม. ก่อนหน้านี้ ปีกวัย 23 ปีเพิ่งกลับมาร่วมทีมหลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติสเปน. ดังนั้น เขาจึงถูกส่งลงมาเล่นเป็นปีกซ้าย. ในขณะที่ ริโอ เอ็นกูโมฮา ดาวรุ่งของทีมถูกขยับไปเล่นทางฝั่งขวา. แม้ว่า เกมในครึ่งหลังจะลดความดุดันลงไปบ้าง. แต่ มูนญอซก็โชว์สปีดกระชากผ่านฟูลแบ็กคู่แข่งให้เห็นอย่างน่าประทับใจ.
อนาคตของ คูมาส และ เอ็นดุคเว่
นอกจากนี้ อิราโอล่ายังให้โอกาสสองดาวรุ่งอย่าง ลูอิส คูมาส และ อิเฟียนยี่ เอ็นดุคเว่ ลงเป็นตัวจริง. ทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่ช่วงทัวร์สหรัฐอเมริกา. คูมาสถูกส่งลงเล่นในตำแหน่งปีกขวา. ซึ่ง เป็นพื้นที่ที่ทีมยังคงตามหาตัวแทนของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์. เขามีส่วนร่วมกับเกมรุกตลอดเวลาและสร้างความปั่นป่วนได้ดี. ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนเปิดบอลเข้าไปลุ้นในเขตโทษจนนำมาซึ่งประตูที่สองของทีม.
ส่วนทางด้าน เอ็นดุคเว่ เซ็นเตอร์แบ็กวัย 18 ปีก็ทำผลงานได้อย่างนิ่งเกินวัย. เขากล้าเข้าปะทะและยืนตำแหน่งได้อย่างยอดเยี่ยมเคียงข้าง ฟาน ไดจ์ค. น่าเสียดายที่ ปัญหาเรื่องเวิร์กเพอร์มิตจะทำให้เขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในปีนี้ไม่ได้. แต่อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของ โรนัลด์ อเราโฆ่ ด้วยสัญญายืมตัวก็ถือเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นที่ตรงจุด. ท้ายที่สุดแล้ว โครงสร้างขุมกำลังสายเลือดใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่า อนาคตระยะยาวของสโมสรยังคงแข็งแกร่งอย่างแน่นอน.
อ้างอิงข้อมูล และการวิเคราะห์สถิติเจาะลึกจาก The Athletic
