วิถีลูกหนังสุดโหดร้าย! ฟอเรสต์ ปลดฟ้าผ่า ‘เปเรยร่า’ จ่อตั้ง ‘กลาสเนอร์’ คุมทัพคนที่ 5 ในรอบปี
BK8 – ‘รอยแผลในป่าใหญ่’: ความสำเร็จที่ถูกหมางเมิน เมื่อ ฟอเรสต์ ปลดฟ้าผ่า ‘เปเรยร่า’ จ่อตั้ง ‘กลาสเนอร์’ สานต่อ – แทงบอล
ฟุตบอลคือเกมที่สวยงามบนผืนหญ้า แต่เมื่อก้าวล่วงเข้าไปในห้องบอร์ดบริหาร มันกลับกลายเป็นธุรกิจที่แสนเยือกเย็นและไร้ความปรานี… สำหรับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ พวกเขาเพิ่งตอกย้ำสัจธรรมข้อนี้ให้โลกได้เห็นอีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจแยกทางกับ วิตอร์ เปเรยร่า กุนซือผู้กอบกู้วิกฤตของทีม อย่างกะทันหันแบบไร้เยื่อใย
ล่าสุด มีรายงานยืนยันว่าทัพ “เจ้าป่า” กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาขั้นสุดท้ายเพื่อดึงตัว โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เข้ามารับไม้ต่อ ซึ่งจะทำให้กุนซือชาวออสเตรียรายนี้ กลายเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 5 ของสโมสรในรอบระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี
คำอำลาที่ไร้ข้อกังขา แต่เต็มไปด้วยความปวดร้าว
เปเรยร่า ในวัย 57 ปี ก้าวเข้ามารับงานที่ ซิตี้ กราวด์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่สโมสรกำลังหายใจรวยรินอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียง 3 แต้ม เขาไม่ได้แค่พาทีมรอดตายในพรีเมียร์ลีก แต่ยังเสกความฝันด้วยการพาทีมทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูโรปาลีก ทว่ารางวัลตอบแทนที่เขาได้รับ กลับเป็นซองขาวที่ไร้ซึ่งการแจ้งเตือน
“วันนี้คือจุดสิ้นสุดการเดินทางของผมในฐานะหัวหน้าโค้ช… แม้การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์อย่างสมบูรณ์แบบและไม่มีการเตือนล่วงหน้า แต่ผมเคารพสิทธิ์ของสโมสร”
“แน่นอนว่าผมผิดหวังและเสียใจ ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่เราสร้างมาด้วยกัน และผมจากไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำสำเร็จ… ผมขอลาน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ โดยไม่มีความขมขื่นหรือความแค้นใดๆ มีเพียงความเคารพ ความกตัญญู และความทรงจำที่สวยงาม”
ถ้อยคำอำลาของเปเรยร่าสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่งดงาม แม้ในวันที่โลกฟุตบอลหันหลังให้กับเขาอย่างโหดร้ายที่สุด
วังวนแห่งความไม่แน่นอน และการมาถึงของ ‘กลาสเนอร์’
หากมองลึกลงไป นี่คือสไตล์การบริหารที่คุ้นตาของ อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของสโมสรฟอเรสต์ ฤดูกาลนี้เพียงฤดูกาลเดียว สโมสรผ่านการใช้กุนซือมาแล้วถึง 4 คน:
-
นูโน่ เอสปิริโต ซานโต: พาทีมไปลุยยูโรปาลีก แต่โดนปลดในเดือนกันยายน
-
แอนจ์ ปอสเตโคกลู: เข้ามารับงานต่อ แต่ถูกไล่ออกหลังจากผ่านไปเพียง 39 วัน!
-
ฌอน ไดช์: เข้ามากุมบังเหียนในเดือนตุลาคม ก่อนโดนเด้งในเดือนกุมภาพันธ์
-
วิตอร์ เปเรยร่า: เข้ามากอบกู้ทีมรอดตกชั้น แต่ก็ต้องเก็บกระเป๋าจากไปในวันนี้
เหตุผลเบื้องหลังการปลดเปเรยร่า อาจมาจากความกังวลลึกๆ ของบอร์ดบริหารที่มองเห็น “บทเรียนจากวูล์ฟแฮมป์ตัน” ต้นสังกัดเก่าของเขา ที่เปเรยร่าเคยพาทีมรอดตกชั้นได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่ฤดูกาลถัดมากลับฟอร์มรูดจนนำไปสู่การโดนปลด
เมื่อมีชื่อของกุนซือระดับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ว่างงานอยู่ ฟอเรสต์จึงไม่ลังเลที่จะฉกฉวยโอกาส กลาสเนอร์เพิ่งฝากผลงานชิ้นโบแดงด้วยการพา คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในปี 2024-25 ตามด้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และ คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในฤดูกาลถัดมา ก่อนประกาศอำลาทีมเพื่อหาความท้าทายใหม่
ฟอเรสต์อาจจะได้กุนซือที่มีโปรไฟล์ยอดเยี่ยมอย่างกลาสเนอร์เข้ามาเป็นแม่ทัพคนใหม่ แต่คำถามที่ถูกทิ้งไว้กลางใจแฟนบอลคือ… การปฏิบัติต่อคนที่เข้ามาช่วยชีวิตทีมในยามวิกฤตเช่นนี้ คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ?
ในโลกของฟุตบอล ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งสำคัญ แต่การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความ “ไร้หัวใจ” ก็อาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายสปิริตของทีมได้ในสักวันหนึ่ง


