วิเคราะห์ อาร์เซนอล ฤดูกาล 2026-27 ยังมีลุ้นแชมป์ไหม?
อาร์เซนอล
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาร์เซนอลค่อย ๆ ยกระดับตัวเองจากทีมที่กำลังสร้างใหม่ กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัว ก่อนจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด ความสำเร็จดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาต่อเนื่องของอาร์เตต้าและนักเตะชุดนี้
อย่างไรก็ตาม การคว้าแชมป์หนึ่งครั้งกับการรักษาแชมป์เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง ประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกแสดงให้เห็นว่ามีเพียงทีมระดับสุดยอดเท่านั้นที่สามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้ต่อเนื่อง
และหากมองไปที่ตัวเลขของอาร์เซนอลเมื่อฤดูกาลก่อน สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือพวกเขาคว้าแชมป์ได้ทั้งที่เกมรุกยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก

อาร์เซนอลมีสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว นั่นคือความกระหาย
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยให้ความสำคัญกับการมองเข้าไปในดวงตาของนักเตะ เพื่อดูว่าพวกเขายังมีความหิวกระหายในการคว้าความสำเร็จอยู่หรือไม่
เป๊ป กวาร์ดิโอลาก็เคยพูดถึงเรื่องในลักษณะเดียวกัน และตอนนี้อาร์เตต้ากำลังใช้แนวคิดที่คล้ายกันในการเตรียมทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่
เหตุผลนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก
อาร์เซนอลใช้เวลาหลายปีไล่ตามความสำเร็จ พวกเขาจบอันดับสองหลายครั้ง และเคยเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างมาก แต่สุดท้ายต้องเห็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์ไปต่อหน้า
เมื่อทีมประสบความสำเร็จในที่สุด ความท้าทายใหม่คือการรักษาความรู้สึกเดิมเอาไว้
นักเตะต้องไม่รู้สึกว่า “ทำสำเร็จแล้ว” แต่ต้องรู้สึกว่า “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น”
อาร์เตต้าจึงพูดถึงพลังงาน ความกระหาย และความรู้สึกที่เขาต้องการเห็นจากนักเตะตั้งแต่วันแรกของการเตรียมทีม
นี่อาจเป็นปัจจัยที่สำคัญพอ ๆ กับแท็กติก เพราะทีมที่เพิ่งได้แชมป์มักต้องรับมือกับแรงกดดันรูปแบบใหม่ ทุกทีมต้องการเอาชนะพวกเขา และทุกเกมจะมีความคาดหวังสูงขึ้นกว่าเดิม
ปัญหาใหญ่ที่สุดของอาร์เซนอลคือเกมรุก
หากมีหนึ่งสิ่งที่อาร์เตต้าต้องปรับปรุงอย่างชัดเจน คำตอบคือ เกมรุก
ฤดูกาลที่ผ่านมาอาร์เซนอลยิงได้เพียง 71 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับทีมที่คว้าแชมป์ในยุคหลัง
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ อาร์เซนอลยิงจากลูกตั้งเตะได้ถึง 25 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกในประวัติศาสตร์ 34 ฤดูกาล
ขณะที่การทำประตูจากจังหวะเปิดเกมกลับทำได้เพียง 42 ลูก
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าอาร์เซนอลมีประสิทธิภาพสูงมากจากลูกนิ่ง แต่ยังไม่ได้มีพลังทำลายล้างในเกมรุกแบบที่ทีมแชมป์ระดับตำนานเคยแสดงให้เห็น
| ฤดูกาล | ทีมแชมป์ | ประตูจากลูกตั้งเตะ | ประตูจากเกมเปิด |
|---|---|---|---|
| 2016-17 | เชลซี | 22 | 61 |
| 2017-18 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 15 | 85 |
| 2018-19 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 12 | 80 |
| 2019-20 | ลิเวอร์พูล | 17 | 63 |
| 2020-21 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 13 | 65 |
| 2021-22 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 22 | 70 |
| 2022-23 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 14 | 71 |
| 2023-24 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 17 | 70 |
| 2024-25 | ลิเวอร์พูล | 10 | 67 |
| 2025-26 | อาร์เซนอล | 25 | 42 |
ทำไมตัวเลข 42 ประตูจากเกมเปิดถึงน่ากังวล?
ลูกตั้งเตะเป็นอาวุธที่สำคัญมาก และอาร์เซนอลควรได้รับเครดิตเต็มที่จากการพัฒนาจุดนี้ แต่ปัญหาคือการพึ่งพาลูกนิ่งมากเกินไปอาจทำให้ทีมมีข้อจำกัดเมื่อต้องเจอกับเกมที่คู่แข่งไม่เปิดพื้นที่ให้
เมื่อเจอทีมที่ตั้งรับลึก อาร์เซนอลจำเป็นต้องมีนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยตัวเอง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการมีปีกระดับโลกหรือกองหน้าที่สามารถเปลี่ยนโอกาสครึ่งหนึ่งให้กลายเป็นประตูจึงมีความสำคัญมาก
ฤดูกาลที่ผ่านมา วิคเตอร์ โยเคเรสเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในพรีเมียร์ลีกด้วยผลงาน 14 ประตูและ 1 แอสซิสต์ ขณะที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ด และ บูกาโย ซากา มีส่วนร่วมกับประตู 12 ครั้งเท่ากัน
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แย่สำหรับทีมทั่วไป แต่สำหรับทีมที่ต้องการรักษาแชมป์พรีเมียร์ลีก มันยังไม่มากพอ
อาร์เซนอลต้องการ “ตัวเปลี่ยนเกม” มากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้เล่น
จุดนี้คือสิ่งที่ผมมองว่าสำคัญที่สุดในการ วิเคราะห์ อาร์เซนอล ฤดูกาล 2026-27
อาร์เซนอลไม่ได้ขาดนักเตะคุณภาพ พวกเขามีทั้ง ซากา, โยเคเรส, ไค ฮาแวร์ตซ์, เอเบเรชี เอเซ และผู้เล่นเกมรุกอีกหลายคน
สิ่งที่ทีมขาดคือผู้เล่นที่สามารถทำให้เกมเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อระบบปกติไม่ทำงาน
ลองนึกภาพเกมที่อาร์เซนอลครองบอล 65-70 เปอร์เซ็นต์ แต่คู่แข่งถอยลงไปตั้งรับเต็มพื้นที่ หากการต่อบอลไม่สามารถเจาะเข้าเขตโทษได้ ทีมต้องมีนักเตะที่สามารถเลี้ยงผ่านคู่แข่ง สร้างโอกาสจากความสามารถเฉพาะตัว หรือยิงประตูจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร
นี่คือเหตุผลว่าทำไมความพยายามคว้าตัว วินิซิอุส จูเนียร์ จึงสะท้อนความต้องการของอาร์เตต้าได้อย่างชัดเจน
แม้ดีลจะเกิดขึ้นได้ยากและสุดท้ายวินิซิอุสเลือกต่อสัญญากับเรอัล มาดริด แต่ความพยายามดังกล่าวบอกเราว่าอาร์เซนอลต้องการยกระดับแนวรุกไปถึงระดับโลก
บรูโน กิมาไรส์ทำให้อาร์เซนอลแข็งแกร่งขึ้น แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง
การคว้าตัว บรูโน กิมาไรส์ จากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์เป็นการเสริมทัพที่น่าสนใจมาก
เขาเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายให้แดนกลาง และทำให้อาร์เตต้ามีตัวเลือกมากขึ้นในการควบคุมเกม
เมื่อรวมกับ เดแคลน ไรซ์, มาร์ติน โอเดการ์ด, มิเกล เมริโน, เอเบเรชี เอเซ, มาร์ติน ซูบิเมนดี และไมลส์ ลูอิส-สเคลลี แดนกลางของอาร์เซนอลอาจเป็นหนึ่งในกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดของพรีเมียร์ลีก
แต่ปัญหาคือทีมไม่ได้แพ้เพราะแดนกลางอ่อนแอในฤดูกาลที่ผ่านมา
สิ่งที่อาร์เซนอลต้องการมากกว่าคือการเปลี่ยนความเหนือกว่าในแดนกลางให้กลายเป็นประตู
กิมาไรส์จึงเป็นการยกระดับคุณภาพของทีม แต่ไม่ได้แก้โจทย์ใหญ่ที่สุดโดยตรง
การเสียทรอสซาร์ดทำให้อาร์เตต้าต้องหวังกับนักเตะใหม่
การปล่อย เลอันโดร ทรอสซาร์ด ออกจากทีมอาจดูเป็นเรื่องน่าเสี่ยง เพราะเขามีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของอาร์เซนอลในฤดูกาลก่อน
แต่ในอีกมุมหนึ่ง การเปลี่ยนผู้เล่นวัย 31 ปีด้วย คริสตอส โทลิส ซึ่งอายุน้อยกว่าเจ็ดปี ก็เป็นการพยายามปรับโครงสร้างระยะยาว
โทลิสมีโอกาสและศักยภาพ แต่คำถามคือเขาจะสามารถทดแทนประสบการณ์และความสามารถในการสร้างความแตกต่างของทรอสซาร์ดได้ทันทีหรือไม่
นั่นคือความเสี่ยงที่อาร์เตต้าต้องรับ
ซากาและฮาแวร์ตซ์คือกุญแจสำคัญ
อีกปัจจัยที่อาจทำให้ตัวเลขเกมรุกของอาร์เซนอลดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องซื้อซูเปอร์สตาร์เพิ่ม คือการมีนักเตะตัวหลักพร้อมลงสนามตลอดฤดูกาล
บูกาโย ซากา ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีม และอาร์เซนอลย่อมต้องการให้เขามีฤดูกาลที่สมบูรณ์กว่าที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ซึ่งสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งและมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมเกมรุก
หากทั้งสองคนรักษาความฟิตได้ อาร์เซนอลจะมีทางเลือกในการโจมตีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน โยเคเรสก็มีโอกาสปรับตัวเข้ากับระบบของอาร์เตต้าได้ดีขึ้น หลังจากผ่านฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว
เอเบเรชี เอเซ อาจเป็นตัวแปรสำคัญ
เอเซเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนแปลงเกมได้ เขามีความสามารถในการพาบอลผ่านคู่แข่งและสร้างโอกาสจากพื้นที่แคบ
หากอาร์เตต้าสามารถหาบทบาทที่เหมาะสมให้กับเขาได้ เอเซอาจกลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำหรับปัญหาเกมรุกของอาร์เซนอล
โดยเฉพาะในเกมที่คู่แข่งตั้งรับลึก ความสามารถในการพาบอลและสร้างความได้เปรียบจากตัวต่อตัวของเอเซสามารถเพิ่มมิติที่ทีมขาดไปเมื่อฤดูกาลก่อน
เด็กดาวรุ่งก็อาจช่วยเพิ่มพลังให้ทีม
อาร์เซนอลยังมีนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่าง อีธาน นวาเนรี และ แม็กซ์ ดาวแมน
ทั้งสองคนมีอายุมากขึ้นอีกหนึ่งปีและมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้พวกเขามีบทบาทกับทีมชุดใหญ่มากกว่าเดิม
นี่เป็นข้อได้เปรียบอีกอย่างของอาร์เซนอล เพราะการเพิ่มผู้เล่นดาวรุ่งที่พร้อมสร้างความแตกต่างสามารถทำให้ทีมมีความสดใหม่โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลทุกตำแหน่ง
บทเรียนจากลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้
การป้องกันแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย และตัวอย่างจากสองทีมล่าสุดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ลิเวอร์พูลยิงได้ 86 ประตูในฤดูกาลที่คว้าแชมป์ แต่ฤดูกาลต่อมาลดลงเหลือเพียง 63 ประตู ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ลดลงจาก 96 ประตูเหลือ 72 ประตูในฤดูกาลหลังจากคว้าแชมป์
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการรักษาระดับความเข้มข้นของทีมหลังประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยาก
นักเตะคู่แข่งเริ่มรู้วิธีรับมือ ระบบการเล่นถูกศึกษาอย่างละเอียด และทีมแชมป์ต้องลงเล่นทุกสัปดาห์พร้อมกับความคาดหวังที่สูงขึ้น
อาร์เซนอลจึงไม่สามารถคาดหวังว่าทีมชุดเดิมจะให้ผลลัพธ์เหมือนเดิมโดยอัตโนมัติ
จุดแข็งของอาร์เซนอลคืออายุของทีม
ข้อดีที่สำคัญคือแกนหลักของอาร์เซนอลไม่ได้มีอายุสูงเกินไป
ผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมชุดแชมป์อยู่ในช่วงอายุประมาณ 23-29 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่นักฟุตบอลจำนวนมากกำลังเข้าสู่จุดสูงสุดของอาชีพ
การเซ็นสัญญากิมาไรส์ซึ่งจะอายุ 29 ปีในเดือนพฤศจิกายนจึงไม่ใช่การลงทุนระยะสั้นแบบน่ากังวล แต่เป็นการเติมประสบการณ์ให้ทีมที่ยังมีอนาคตอีกหลายปี
โครงสร้างนี้แตกต่างจากทีมที่คว้าแชมป์แล้วมีนักเตะตัวหลักเข้าสู่วัยสามสิบจำนวนมาก เพราะอาร์เซนอลยังสามารถพัฒนาขึ้นได้อีก
แต่ภารกิจป้องกันแชมป์จะหนักกว่าฤดูกาลก่อน
อีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือภาระจากฟุตบอลโลก
ผู้เล่นสำคัญหลายคนของอาร์เซนอลมีส่วนร่วมกับฟุตบอลโลกจนถึงช่วงท้ายทัวร์นาเมนต์ ทั้ง ดาบิด รายา, ซูบิเมนดี, เมริโน, เดแคลน ไรซ์, เอเซ, ซากา และโนนี มาดูเอเก
นักเตะเหล่านี้เพิ่งกลับมารายงานตัวเพื่อเริ่มต้นการเตรียมทีมในช่วงสัปดาห์นี้ ทำให้ระยะเวลาในการพักฟื้นและเตรียมร่างกายก่อนเปิดฤดูกาลมีจำกัด
ดังนั้นคำถามไม่ได้อยู่แค่เรื่องความสามารถ แต่รวมถึงการบริหารสภาพร่างกายตลอดฤดูกาลด้วย
อาร์เซนอลต้องเปลี่ยนจาก “ทีมที่คว้าแชมป์” เป็น “ทีมที่ครองแชมป์”
นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุด
การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกพิสูจน์แล้วว่าอาร์เตต้าสามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีวินัยมากพอที่จะไปถึงจุดสูงสุดได้
แต่การป้องกันแชมป์ต้องการมากกว่านั้น
พวกเขาต้องสามารถชนะเกมที่ตัวเองเล่นไม่ดี ต้องสามารถยิงประตูได้เมื่อคู่แข่งตั้งรับลึก และต้องสามารถแก้ปัญหาเมื่อคู่แข่งเริ่มจับทางระบบการเล่นได้
การมีเกมรับที่แข็งแกร่งและลูกตั้งเตะที่ยอดเยี่ยมทำให้อาร์เซนอลมีพื้นฐานที่ดี แต่หากต้องการรักษาแชมป์ พวกเขาจำเป็นต้องเพิ่ม “เพดาน” ของเกมรุกด้วย
อาร์เซนอลควรซื้อแนวรุกเพิ่มหรือไม่?
ในมุมมองของผม คำตอบคือ ควร หากเป็นผู้เล่นที่ยกระดับทีมได้จริง
ไม่จำเป็นต้องซื้อเพียงเพื่อเพิ่มจำนวน เพราะอาร์เซนอลมีผู้เล่นมากพออยู่แล้ว
สิ่งที่อาร์เตต้าต้องการคือผู้เล่นระดับสูงที่สามารถสร้างความแตกต่างในเกมใหญ่ และสามารถทำให้แนวรุกของทีมมีมิติที่แตกต่างออกไป
ความพยายามคว้าตัววินิซิอุสจึงสมเหตุสมผล แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จก็ตาม
ถ้าไม่สามารถหาผู้เล่นระดับนั้นได้ การเก็บโครงสร้างทีมเดิมไว้และหวังให้ ซากา, โยเคเรส, ฮาแวร์ตซ์, เอเซ และผู้เล่นดาวรุ่งยกระดับผลงาน ก็ยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ารีบซื้อผู้เล่นที่ไม่ได้ตอบโจทย์
บทสรุปวิเคราะห์ อาร์เซนอล ฤดูกาล 2026-27
วิเคราะห์ อาร์เซนอล ฤดูกาล 2026-27 แล้ว จุดแข็งของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกชุดนี้มีมากกว่าจุดอ่อนอย่างชัดเจน
แดนกลางแข็งแกร่งขึ้นจากการมาของบรูโน กิมาไรส์ ขุมกำลังส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงอายุที่ดี และนักเตะตัวหลักมีประสบการณ์จากการลุ้นแชมป์มาหลายปี
แต่สิ่งที่อาร์เซนอลต้องแก้ให้ได้คือประสิทธิภาพเกมรุก โดยเฉพาะการทำประตูจากจังหวะเปิดเกม
การยิง 42 ประตูจากเกมเปิดในฤดูกาลที่คว้าแชมป์ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก และเป็นจุดที่ไม่ควรปล่อยผ่านเพียงเพราะทีมยังสามารถคว้าแชมป์ได้
ลูกตั้งเตะอาจช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้ แต่การเป็นทีมที่สามารถรักษาแชมป์เอาไว้ได้จำเป็นต้องมีอาวุธมากกว่าหนึ่งอย่าง
อาร์เตต้าจึงต้องรักษาความกระหายของนักเตะเอาไว้ พร้อมกับดึงศักยภาพเกมรุกของผู้เล่นชุดเดิมออกมาให้มากกว่าเดิม
ถ้าซากาและฮาแวร์ตซ์ฟิต โยเคเรสปรับตัวได้ดีขึ้น เอเซสร้างความแตกต่างได้ และผู้เล่นดาวรุ่งอย่างนวาเนรีกับดาวแมนก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อาร์เซนอลมีโอกาสเพิ่มจำนวนประตูได้โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อซูเปอร์สตาร์อีกคน
แต่ถ้าต้องการก้าวจากทีมที่ “คว้าแชมป์ได้” ไปเป็นทีมที่ “ครองพรีเมียร์ลีกได้หลายปี” การเพิ่มคุณภาพในแนวรุกยังเป็นสิ่งที่อาร์เตต้าควรให้ความสำคัญที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้ว การป้องกันแชมป์ไม่ได้วัดกันเพียงว่าทีมยังหิวกระหายแค่ไหน แต่ยังวัดกันด้วยว่าเมื่อเกมเริ่มตัน คุณมีนักเตะที่สามารถลุกขึ้นมาเปลี่ยนเกมให้คุณได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาร์เซนอล ฤดูกาล 2026-27
อาร์เซนอลมีโอกาสป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกหรือไม่?
มีโอกาสสูง เพราะทีมมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง แดนกลางมีคุณภาพ และแกนหลักส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงอายุที่สามารถพัฒนาต่อได้ อย่างไรก็ตาม เกมรุกต้องยกระดับขึ้นเพื่อรับมือการแข่งขันที่หนักกว่าเดิม
จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของอาร์เซนอลคืออะไร?
เกมรุกจากจังหวะเปิดเกมคือจุดที่น่ากังวลที่สุด อาร์เซนอลทำประตูจากเกมเปิดได้น้อยมากเมื่อเทียบกับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
บรูโน กิมาไรส์ช่วยอาร์เซนอลได้อย่างไร?
กิมาไรส์เพิ่มคุณภาพ ความแข็งแกร่ง และทางเลือกให้แดนกลาง แต่เขาไม่ใช่คำตอบโดยตรงสำหรับปัญหาการทำประตู ดังนั้นอาร์เซนอลยังต้องพัฒนาประสิทธิภาพของแนวรุกต่อไป
ใครคือนักเตะสำคัญที่สุดของอาร์เซนอลในฤดูกาลใหม่?
บูกาโย ซากายังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุด เพราะความสามารถในการสร้างโอกาสและทำประตูจากริมเส้นสามารถช่วยแก้ปัญหาเกมรุกของทีมได้อย่างมาก ขณะที่เอเบเรชี เอเซและวิคเตอร์ โยเคเรสก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน
อาร์เซนอลจำเป็นต้องซื้อกองหน้าหรือปีกเพิ่มหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องซื้อเพียงเพื่อเพิ่มจำนวน แต่หากมีผู้เล่นระดับสูงที่สามารถยกระดับเกมรุกได้อย่างชัดเจน การลงทุนเพิ่มถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะแนวรุกคือพื้นที่ที่ทีมยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้มากที่สุด
ติดตาม บทวิเคราะห์ฟุตบอลล่าสุด เพื่ออ่านข่าวสารและบทวิเคราะห์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเติม
สามารถติดตามข้อมูลการแข่งขันและข่าวสารพรีเมียร์ลีกได้จาก เว็บไซต์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการ และข่าวสารของอาร์เซนอลจาก เว็บไซต์สโมสรอาร์เซนอล
