‘อังกฤษ’ ฝ่าด่านนรกอัซเตก้า ท้าดวล ‘เม็กซิโก’ ล้างอาถรรพ์ประวัติศาสตร์รอบ 16 ทีม

BK8 – ‘เสียงคำรามแห่งอัซเตก้า และรอยแผลในอดีต’: สิงโตคำรามฝ่าวิกฤตดวล เม็กซิโก ชี้ชะตาบอลโลก – แทงบอล

ในโลกของฟุตบอล มีสนามแข่งขันเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถสร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้มาเยือนได้ตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเท้าลงสู่ผืนหญ้า… “เอสตาดิโอ อัซเตก้า” (Estadio Azteca) คือหนึ่งในนั้น

วันอาทิตย์นี้ ทีมชาติอังกฤษไม่ได้ลงสนามเพื่อต่อสู้กับผู้เล่น 11 คนของทีมชาติเม็กซิโกเท่านั้น แต่พวกเขาต้องต่อกรกับความคลั่งไคล้ของคนทั้งชาติ สภาพอากาศที่เบาบาง และ “น้ำหนักของประวัติศาสตร์” ที่ตามหลอกหลอนสิงโตคำรามมาอย่างยาวนาน

ป้อมปราการที่สูงเสียดฟ้า และแรงศรัทธาที่เดือดพล่าน

บรรยากาศในกรุงเม็กซิโกซิตี้เดือดพล่านล่วงหน้ากว่า 24 ชั่วโมง จอยักษ์ถูกติดตั้งเรียงรายตลอดถนนสายประวัติศาสตร์ ปาเซโอ เด ลา เรฟอร์มา เสียงแตรและเสียงตะโกนดังกึกก้อง ทุกบทสนทนาของชาวเมืองล้วนพุ่งเป้าไปที่เกมนัดชี้ชะตาในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

นี่คืองานที่หนักหนาสาหัสที่สุดของทีมชาติอังกฤษ เพราะเม็กซิโกชุดนี้ ยังไม่เสียประตูให้ใครเลยแม้แต่ลูกเดียว ในทัวร์นาเมนต์นี้ ยิ่งไปกว่านั้น สถิติการเล่นนัดแข่งขันทัวร์นาเมนต์ทางการที่อัซเตก้า เม็กซิโกพ่ายแพ้เพียงแค่ 2 นัด จากทั้งหมด 88 นัด!

นอกจากนี้ อังกฤษยังมีเวลาปรับตัวน้อยมากกับสภาพอากาศที่ความสูง 7,220 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความสะดวกสบายในดัลลัสและแอตแลนตาที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

‘ทูเคิ่ล’ พร้อมเผชิญหน้าแรงกดดัน

แม้บรรยากาศรอบนอกโรงแรมที่พักของทีมชาติอังกฤษจะเต็มไปด้วยเสียงแตรและเสียงเครื่องยนต์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นที่พยายามมาก่อกวน (จนต้องใช้กำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา) แต่ โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ชสิงโตคำราม กลับมองว่านี่คือเสน่ห์ที่แท้จริงของฟุตบอลโลก

“เราเห็นความตื่นเต้นและอารมณ์ร่วมของผู้คนตั้งแต่ตอนที่เรามาถึง พวกเขาเต็มไปด้วยแพสชันแต่ก็ให้เกียรติเรามากๆ” ทูเคิ่ล กล่าว

“ผมสัมผัสได้ทันทีว่านี่คือเกมระดับฟุตบอลโลกของแท้ เรากำลังอยู่ในสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ และสนามแข่งขันระดับตำนาน… เม็กซิโกจะมอบความเข้มข้นและความดุดันให้กับเรา และเราต้องหาวิธีรับมือกับมันให้ได้ แน่นอนว่าสนามแห่งนี้จะสร้างโมเมนตัมและความเชื่อมั่นให้กับเจ้าบ้าน แต่เราก็มีนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์เช่นกัน”

รอยแผลแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังตามหลอกหลอน

หากพูดถึงสนามอัซเตก้ากับทีมชาติอังกฤษ ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวด…

  • ปี 1986: ที่นี่คือสังเวียนที่ ดิเอโก้ มาราโดน่า ใช้ “หัตถ์พระเจ้า” ตบลูกบอลเข้าประตู ก่อนจะลากเลื้อยครึ่งสนามไปยิงประตูสุดคลาสสิก เขี่ยอังกฤษตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

  • ปี 1970: แคมเปญป้องกันแชมป์โลกของอังกฤษเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ตั้งแต่ บ็อบบี้ มัวร์ กัปตันทีมถูกกล่าวหาว่าขโมยสร้อยข้อมือที่โคลอมเบีย (ก่อนจะพ้นผิดในเวลาต่อมา) ไปจนถึงเหตุการณ์สุดฉาวที่ กอร์ดอน แบงส์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง เกิดอาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรงในคืนก่อนแข่งนัดสำคัญกับเยอรมนีตะวันตก จนกลายเป็นทฤษฎีสมคบคิดระดับโลกมาจนถึงทุกวันนี้

แมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อัซเตก้า

ทางฝั่งเจ้าภาพ นี่ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล แต่มันคือ “ความฝัน” ที่รอคอยมานานถึง 4 ทศวรรษ

กิบรัน อาไรจ์ โรดริเกซ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ Televisa ในเม็กซิโก ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า

“นี่คือเกมฟุตบอลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของชาวเม็กซิกัน และเป็นเกมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสนามอัซเตก้า… ผ่านมา 40 ปีแล้วที่เม็กซิโกเคยทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และมันคือความฝันของคนทั้งประเทศที่จะทำมันให้สำเร็จอีกครั้ง”

“การได้เจอกับชาติใหญ่อย่างอังกฤษยิ่งทำให้เกมนี้พิเศษ เราดูพรีเมียร์ลีก เราเห็น แฮร์รี่ เคน, บูกาโย่ ซาก้า และ จู๊ด เบลลิงแฮม พวกเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่เม็กซิโกก็มั่นใจในทีมชุดนี้มากๆ เช่นกัน”

อังกฤษภายใต้การนำของ แฮร์รี่ เคน อาจจะยังโชว์ฟอร์มได้ไม่ไหลลื่นนัก และต้องลุ้นเหนื่อยกว่าจะเฉือนชนะ ดีอาร์ คองโก มาได้ ในขณะที่เม็กซิโกกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดขีดหลังอัดเอกวาดอร์มา 2-0

เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น… อดีตจะเป็นเพียงแค่เงา หรือจะกลับมาหลอกหลอนทัพสิงโตคำรามอีกครั้ง โลกฟุตบอลจะได้รู้คำตอบกันในคืนวันอาทิตย์นี้.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด