เจาะเบื้องหลังลีกตุรกี! ดึง ‘ซาลาห์-โอซิมเฮน’ ด้วยไลฟ์สไตล์สุดหรู แต่ซ่อนวิกฤตขาดทุนยับเกือบ 500 ล้านปอนด์
BK8 – ‘สวรรค์ของซูเปอร์สตาร์ หรือภาพลวงตาที่รอวันพังทลาย?’: เจาะลึกเมกะโปรเจกต์ลูกหนังตุรกี และเหตุผลที่ ‘ซาลาห์’ อาจกลายเป็นภาระ – แทงบอล
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ปี 2024 วิคเตอร์ โอซิมเฮน กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เมื่อดีลย้ายไปเชลซีและอัล-อาห์ลี ล่มลงในนาทีสุดท้าย แถมยังถูกนาโปลีหั่นชื่อออกจากทีม ทว่าสายโทรศัพท์จาก โอคาน บูรุค กุนซือทีมกาลาตาซาราย ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
“ในฐานะพ่อคนหนึ่ง ผมอยากให้คุณมาอยู่กับทีมผม… แฟนบอลที่นี่จะรักคุณ และทำทุกอย่างเพื่อคุณ” บูรุค กล่าว
ผลลัพธ์คือ โอซิมเฮน ย้ายไปตุรกี แฟนบอลนับพันไปรอรับเขากลางดึก และในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว (2025) เขาตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวรด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 64.1 ล้านปอนด์ พร้อมรับค่าเหนื่อยระดับ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (เป็นรองแค่ ฮาลันด์ และ ฟาน ไดจ์ค ในพรีเมียร์ลีก) โอซิมเฮนเรียกสิ่งนี้ว่า “เรื่องราวความรัก” ของเขา
และนี่คือการต้อนรับระดับพระราชาที่กำลังรอคอย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อยู่… หากเขาตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพ เบซิคตัส
ทำไม ‘ซาลาห์’ ถึงอาจกลายเป็น ‘ภาระ’ อันหนักอึ้ง?
เบซิคตัส หนึ่งในสามยักษ์ใหญ่แห่งอิสตันบูล (ร่วมกับ กาลาตาซาราย และ เฟเนร์บาห์เช่) กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อคว้าตัวบังโม โดยมีรายงานว่าพวกเขายื่นข้อเสนอค่าเหนื่อย 10.7 ล้านปอนด์ต่อปี พร้อมโบนัสอีกเพียบ แม้ตอนนี้การเจรจาจะชะงักไปบ้างจากปัญหาเรื่องส่วนแบ่งยอดขายเสื้อและค่านายหน้า
คาน บายาซิต โฮสต์พอดแคสต์ของแฟนเบซิคตัส วิเคราะห์ว่า “ถ้าซาลาห์มาเบซิคตัส เหตุผลหลักคือเขาต้องการเขียนบทสรุปอาชีพที่สวยงาม เพราะการไปซาอุฯ ทุกคนรู้ว่าคุณไปเพื่อโกยเงิน แต่ในตุรกี คุณยังได้เล่นในลีกท็อป 10 ของยุโรป ได้สัมผัสบรรยากาศดาร์บี้แมตช์ที่เดือดที่สุดในโลก”
แต่ อาห์เมต ตูร์กุต โฮสต์จาก Turkish Football Podcast กลับมองต่างออกไป และเตือนให้แฟนเบซิคตัสระวังสิ่งที่เรียกร้อง:
“ราคาของเขามันแพงเกินไป และมันจะทำร้ายสโมสร… แน่นอนว่าช่วงแรกพวกเขาจะขายเสื้อได้มหาศาล แต่ถ้าเขาฟอร์มตก แฟนบอลจะโห่ไล่เขาทันที ซาลาห์จะกลายเป็นภาระชิ้นใหญ่ของเบซิคตัสที่ตอนนี้ก็มีปัญหาทางการเงินอยู่แล้ว”
อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คือตัวอย่างที่ชัดเจน เขาใช้เวลา 2 ปีกับเบซิคตัส แต่ฟอร์มตกและต้องเปลี่ยนโค้ชถึง 8 คน เมื่อทีมผลงานแย่ แฟนบอลที่เคยรักก็บุกไปถึงสนามซ้อมเพื่อด่าทอทันที
ชีวิตดุจราชา: เกาะส่วนตัว โรงแรมหรู และซี่โครงเคลือบทอง
อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดดาวดังอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ลีรอย ซาเน่, อิลคาย กุนโดกัน, เลอันโดร ทรอสซาร์ และล่าสุดที่ ราฟาเอล เลเอา กำลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่? คำตอบคือ “ไลฟ์สไตล์ระดับมหาเศรษฐี”
อิสตันบูล ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่ แต่มันคือศูนย์รวมความหรูหรา:
-
โปรเจกต์มหาศาล: กาลาตาซาราย ลงทุนซื้อ “เกาะส่วนตัว” กลางช่องแคบบอสฟอรัส เนรมิตให้เป็นสถานที่ปาร์ตี้และดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักเตะเท่านั้น
-
เปย์ไม่อั้นเพื่อผู้จัดการทีม: สมัยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมเฟเนร์บาห์เช่ สโมสรเปิดห้องสวีทในโรงแรม Four Seasons ให้อยู่นาน 16 เดือน พร้อมมีคนขับรถส่วนตัว รวมบิลค่าใช้จ่ายสูงถึง 656,000 ปอนด์!
-
ร้านอาหารซูเปอร์สตาร์: นักเตะสามารถไปดินเนอร์ที่ร้าน Nusr-Et ของ Salt Bae (ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเฟเนร์บาห์เช่) เพื่อสั่งเมนู “ซี่โครงเคลือบทองคำ 24 กะรัต” ในราคาจานละกว่า 300 ปอนด์ได้อย่างสบายใจ
ขาดทุนเกือบ 500 ล้านปอนด์… แต่ผลงานยุโรปสอบตก
ความจริงที่โหดร้ายคือ เม็ดเงินมหาศาลไม่ได้แปลผันตรงกับความสำเร็จในเวทียุโรป
ในศตวรรษที่ 21 มีเพียง 4 ครั้งเท่านั้นที่สโมสรจากตุรกีผ่านรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีกได้ และทีมสุดท้ายที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายคือ กาลาตาซาราย ในปี 2001!
วิกฤตการเงินที่ถูกซุกไว้ใต้พรม:
-
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สโมสรในตุรกีมีตัวเลข ขาดทุนสุทธิรวมกันถึง 444.51 ล้านปอนด์ เป็นรองแค่ พรีเมียร์ลีก, ซาอุดี โปร ลีก และ กัลโช่ เซเรีย อา เท่านั้น
-
เฉพาะ เบซิคตัส ทีมเดียว ปัจจุบันมีหนี้สินสะสมกว่า 387 ล้านปอนด์
ตูร์กุต ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นมะเร็งร้ายของลีคตุรกีว่า “สโมสรที่นี่ไม่ได้บริหารโดยมืออาชีพแบบยุโรป พวกเขามีการเลือกตั้งประธานสโมสรทุกๆ 2 ปี ถ้าคุณเอาเงินฟาดซื้อใจสมาชิก คุณก็จะได้เป็นประธาน ทุกคนต่างทุ่มเงินซื้อซูเปอร์สตาร์มาประชานิยมเพื่อเอาใจแฟนบอล โดยไม่สนงบดุลของสโมสร”
“ถ้าระบบนี้ไม่เปลี่ยน ในอนาคตเราจะได้เห็นสโมสรเหล่านี้ล้มละลาย หรือไม่ก็ถูกเทคโอเวอร์ไปในที่สุด… และผมไม่เห็นความหวังเลยว่าทีมจากตุรกีจะประสบความสำเร็จในเวทียุโรปได้จริงๆ” ตูร์กุต กล่าวทิ้งท้าย
