เปิดใจ ‘ซาฟี ซิมอนส์’: จากเด็กน้อยสู้ชีวิต สู่แข้ง 60 ล้านยูโรของสเปอร์ส และการก้าวข้ามฝันร้าย ACL
BK8 – ‘ความกดดันของจริง คือสิ่งที่แม่ผมต้องเผชิญ’: ย้อนรอยชีวิต ‘ซาฟี ซิมอนส์’ ชายผู้ไม่เคยลืมรากเหง้าแม้ในวันที่มีทุกสิ่ง – แทงบอล
ท่ามกลางอากาศร้อนระอุทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน เด็กๆ ราวร้อยคนกำลังต่อคิวเพื่อพบกับฮีโร่ในดวงใจของพวกเขา… ซาฟี ซิมอนส์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กลับมายัง ‘โรฆาเลส’ (Rojales) หมู่บ้านเล็กๆ ที่เขาเติบโตมา เพื่อเปิดสนามฟุตบอลที่สร้างขึ้นจากรางวัลเชิดชูเกียรติของมูลนิธิ โยฮัน ครัฟฟ์
ในวัยเพียง 23 ปี ซาฟีผ่านเรื่องราวมามากมายจนรู้สึกเหมือนเราเห็นเขาในวงการมาเนิ่นนาน เขาย้ายมาร่วมทัพสเปอร์สด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโรเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ทว่าโชคร้ายที่อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ขาดเมื่อเดือนเมษายน ทำให้เขาพลาดการลุยศึกฟุตบอลโลก และอาจต้องพักยาวจนถึงปี 2027 แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เขากลับได้ค้นพบ “ความสงบสุข” อีกครั้ง
‘โรฆาเลส’ ที่พักพิงแห่งหัวใจ
แม้จะเกิดที่อัมสเตอร์ดัมและพูดได้ถึง 6 ภาษา แต่หมู่บ้านโรฆาเลสคือสถานที่ที่หล่อหลอมตัวตนของเขา ครอบครัวของเขาย้ายมาที่นี่ด้วยเหตุผลเรื่องค่าครองชีพ ‘เป็กกี้’ แม่ของซาฟี ต้องอดทนทำงานหนักและเสียสละอย่างมหาศาล ในตอนนั้นครอบครัว 5 ชีวิตต้องนอนเบียดกันบนเตียงเดียว
“ตอนเด็กผมใช้เวลาทั้งวันอยู่ข้างนอก และมีความสุขกับเรื่องพื้นฐานในชีวิต” ซาฟีเล่าความหลัง “เมื่อเวลาผ่านไป ผมถึงรู้ว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันไม่ปกติ แต่แม่เสียสละเยอะมาก ผมแค่อยากขอบคุณที่แม่ไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่ามันยากลำบากแค่ไหน แม่มีแต่รอยยิ้มเสมอ”
และเมื่อเขากลับมาที่นี่ เขาไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์จากพรีเมียร์ลีก “คนที่นี่มองผมเป็นแค่ซาฟีตัวน้อยคนเดิม ผมเดินตามถนนได้โดยไม่มีปัญหา ผมสัมผัสได้ถึงความสงบสุขเมื่ออยู่ที่นี่”
วันเดอร์คิด ผู้ปฏิเสธที่จะหลงระเริง
พรสวรรค์ของซาฟีฉายแววตั้งแต่เด็ก เขาเข้าสู่อคาเดมี่ ‘ลา มาเซีย’ ของบาร์เซโลน่าในวัย 7 ขวบ และกลายเป็นคนดังในโลกอินเทอร์เน็ตตั้งแต่อายุยังน้อย มีผู้ติดตามอินสตาแกรมทะลุล้านคนตั้งแต่อายุ 14 ปี
“พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวให้คุณรับมือกับความโด่งดังหรอก” ซาฟีเปิดใจ “ผมออกไปเล่นกับเพื่อนข้างนอกไม่ได้เพราะมีแต่คนขอถ่ายรูป มันไม่ปกติเลย ผมบอกน้องสาวเสมอว่า ให้สนุกกับการได้เดินเล่นข้างนอกและใช้ชีวิตวัยรุ่นเถอะ เพราะพี่ไม่เคยมีโอกาสนั้น”
หลังจากอำลาบาร์เซโลน่า เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันล้ำค่า:
-
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง: ซึมซับความเป็นมืออาชีพจาก ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้
-
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น: ระเบิดฟอร์มยิง 22 ประตู ภายใต้การคุมทีมของ รุด ฟาน นิสเตลรอย
-
แอร์เบ ไลป์ซิก: พิสูจน์ตัวเองในเวทีบุนเดสลีกา ก่อนย้ายซบสเปอร์ส
มรสุม ACL และการเยียวยาด้วยครอบครัว
ฤดูกาลแรกกับสเปอร์สจบลงด้วยฝันร้าย เขาบาดเจ็บหนักในเกมพบวูล์ฟแฮมป์ตันจนต้องพักยาว พลาดโอกาสสำคัญในการช่วยทีมและชวดลุยฟุตบอลโลกกับเนเธอร์แลนด์
ทว่าวิกฤตครั้งนี้ทำให้เขาได้กลับมาใช้เวลากับครอบครัว โดยเฉพาะ ‘คุณยายริเนีย’ ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มาหลายปี “คุณยายลืมเรื่องราวระยะสั้นไปเยอะมาก แต่ยังจำพวกเราได้ ตอนแรกมันทำใจยาก แต่ตอนนี้เราโอเคแล้ว ยายมีความสุขที่ได้อยู่กับหลานๆ ซึ่งมันงดงามมาก”
ระหว่างการพักฟื้น ซาฟีหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย ทั้งการเรียนทำลาเต้อาร์ต เล่นโดมิโน่กับเพื่อนเก่า และฟังเพลงประกอบภาพยนตร์ Interstellar เพื่อสร้างสมาธิ
บททดสอบที่รอวันพิสูจน์
แม้สเปอร์สจะจบอันดับ 17 ในลีกสองฤดูกาลติด และทีมมีการทุ่มงบเสริมทัพครั้งใหญ่ แต่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือคนปัจจุบัน ยังคงเชื่อมั่นและยกย่องให้ซาฟีเป็น “ผู้นำ” ของทีม
“เด แซร์บี้ มอบความมั่นใจให้ผมตั้งแต่วันแรก นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการเพื่อเค้นฟอร์มเก่งออกมา” ซาฟียืนยันอย่างหนักแน่น “ผมไม่เคยกลัวว่าใครจะอยู่ตรงหน้า ไม่สนว่าจะนำหรือตาม ผมต้องการบอลเสมอ ผมจะไม่ซ่อนตัว”
เมื่อถูกถามถึงความกดดันในสนาม ซาฟีทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะท้อนถึงวุฒิภาวะอันยอดเยี่ยมว่า… “ตอนเล่นกับพี่ชายผมอาจจะเคยกลัว แต่นี่คือสิ่งที่ผมเกิดมาเพื่อทำมัน… ความกดดันของจริง คือสิ่งที่แม่ผมต้องเผชิญในชีวิตต่างหาก”


