ไคล์ วอล์คเกอร์ ลั่น! พา เบิร์นลีย์ คืนพรีเมียร์ลีก
ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังหิวกระหายความสำเร็จ
BK8 – ไคล์ วอล์คเกอร์ ลั่น! ไม่เป็นมีม พาเบิร์นลีย์คืนพรีเมียร์ลีก – แทงบอล
แม้อายุจะเข้าสู่ 36 ปีแล้ว แต่ วอล์คเกอร์ ยืนยันว่า ความกระหายในชัยชนะของเขายังคงเต็มเปี่ยม และพร้อมทุ่มเททุกครั้งที่ลงสนาม โดยเฉพาะการต้องรับมือกับผู้เล่นริมเส้นในแชมเปียนชิพที่ต้องการเอาชนะกองหลังชื่อดัง และอาจหวังใช้จังหวะดวลตัวต่อตัวสร้างชื่อให้กับตัวเอง

ไคล์ วอล์คเกอร์ ไม่ยอมเป็นมีมของใคร
วอล์คเกอร์ รู้ดีว่า การกลับมาเล่นในแชมเปียนชิพจะทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่คู่แข่งต้องการเอาชนะมากที่สุด เพราะชื่อเสียงและความสำเร็จตลอดเส้นทางอาชีพของเขานั้นโดดเด่นกว่านักเตะจำนวนมากในลีกระดับสองของอังกฤษ
อดีตแนวรับทีมชาติอังกฤษพูดติดตลกว่า บรรดาปีกคู่แข่งอาจต้องการสร้างภาพหรือเหตุการณ์ที่สามารถนำไปทำเป็นมีม หลังจากเอาชนะเขาในการดวลตัวต่อตัว แต่เจ้าตัวยืนยันว่า จะไม่ยอมให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นง่าย ๆ
วอล์คเกอร์ ยืนยันว่า หากคู่แข่งสามารถเอาชนะเขาได้ในสนาม เขาก็พร้อมยอมรับฝีเท้าของอีกฝ่าย และจับมือกันหลังจบเกม แต่สิ่งหนึ่งที่เขาจะไม่ยอมทำอย่างเด็ดขาด คือการปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นมีมของใคร
“เมื่อคุณเจอกับผม ผมจะทุ่มเทเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณเอาชนะผมได้ในวันนั้น เราก็จับมือกันหลังเกมและยอมรับว่าเป็นเกมที่ดี แต่ผมจะไม่กลายเป็นมีม”
ประสบการณ์แชมเปียนชิพช่วยหล่อหลอมอาชีพ
การกลับมาเล่นในแชมเปียนชิพไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ วอล์คเกอร์ เพราะเขาเคยผ่านการแข่งขันระดับนี้มาแล้วในช่วงเริ่มต้นอาชีพ โดยเฉพาะช่วงที่ถูก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ส่งไปเล่นกับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แบบยืมตัวในฤดูกาล 2010-11
ช่วงเวลานั้นถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาฝีเท้าของเขา เพราะ วอล์คเกอร์ ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนช่วยทีมทำผลงานได้ดี ก่อนจะกลับไปเดินหน้าสู่เส้นทางอาชีพในพรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว
เจ้าตัวยอมรับว่า การเล่นในแชมเปียนชิพช่วยทำให้นักเตะรู้จักการต่อสู้มากขึ้น เพราะฟุตบอลในระดับนี้มีความเข้มข้นสูง และสามารถสอนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความอดทน ความสม่ำเสมอ และการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ
วอล์คเกอร์ ยังได้พูดคุยกับ แว็งซ็องต์ ก็องปานี อดีตเพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอดีตกุนซือ เบิร์นลีย์ เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการแข่งขันในลีกรองของอังกฤษ
ก็องปานี เคยพา เบิร์นลีย์ คว้าแชมป์แชมเปียนชิพ และเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีกได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นประสบการณ์ของอดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับ วอล์คเกอร์ ก่อนเริ่มภารกิจฤดูกาลใหม่
สำหรับข้อมูลการแข่งขันและตารางคะแนนล่าสุดของแชมเปียนชิพ สามารถติดตามได้จาก
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟุตบอลลีกอังกฤษ
เป้าหมายใหญ่คือพาเบิร์นลีย์กลับพรีเมียร์ลีก
หลังจาก เบิร์นลีย์ ต้องตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา วอล์คเกอร์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทิ้งความรู้สึกผิดหวังเอาไว้ไม่น้อย และเป็นสิ่งที่เขาต้องการแก้ไขให้สำเร็จในฤดูกาลนี้
แนวรับวัย 36 ปี มองว่า นักเตะทุกคนที่ยังอยู่กับทีมมีหน้าที่ต้องช่วยกันพา เบิร์นลีย์ กลับไปอยู่ในพรีเมียร์ลีกให้เร็วที่สุด เพราะแฟนบอลต้องผ่านฤดูกาลที่ยากลำบากมาแล้ว และทีมจำเป็นต้องตอบแทนด้วยผลงานในสนาม
วอล์คเกอร์ ยังมองว่า ประสบการณ์ของเขาสามารถช่วยเหลือนักเตะรุ่นน้องได้ โดยเฉพาะเรื่องสภาพจิตใจ เพราะการแข่งขันฟุตบอลไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องความสามารถทางเทคนิค แต่ยังขึ้นอยู่กับทัศนคติและความมุ่งมั่นในวันที่ทีมต้องเจอกับความกดดัน
เขาเชื่อว่า นักเตะต้องมีความพร้อมที่จะทำงานหนัก แม้ในวันที่ไม่มีเกมถ่ายทอดสด ไม่มีแฟนบอลเต็มสนาม หรือสภาพอากาศไม่เป็นใจ เพราะเกมเหล่านั้นก็มีความสำคัญต่อเป้าหมายของทีมไม่แพ้เกมใหญ่
“ความสำเร็จในทุกเรื่องเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจ ความสามารถอาจพาคุณไปได้ไกลระดับหนึ่ง แต่ความมุ่งมั่นและความต้องการทำให้ดีต่างหากที่จะพาคุณไปถึงเป้าหมาย”
ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังหิวกระหายความสำเร็จ
ตลอดอาชีพที่ผ่านมา วอล์คเกอร์ ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย เอฟเอ คัพ 2 สมัย ลีกคัพ 4 สมัย รวมถึงแชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาหมดแรงจูงใจ ตรงกันข้าม วอล์คเกอร์ ยืนยันว่า เขายังคงต้องการเพิ่มความสำเร็จให้กับตัวเอง และมองว่าการพา เบิร์นลีย์ เลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีก ก็สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่มีความหมายในอาชีพของเขา
“ผมรู้สึกสงบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมยังหิวกระหายความสำเร็จมากกว่านี้ และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการในฤดูกาลนี้กับ เบิร์นลีย์” วอล์คเกอร์ กล่าว
ผู้นำคนสำคัญของเบิร์นลีย์
บทบาทของ วอล์คเกอร์ ในฤดูกาลนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเล่นตำแหน่งกองหลังเท่านั้น เพราะเขาจะต้องกลายเป็นหนึ่งในผู้นำของทีม และช่วยประคองนักเตะรุ่นน้องในช่วงเวลาที่การแข่งขันมีความกดดันสูง
ด้วยประสบการณ์จากพรีเมียร์ลีก ฟุตบอลยุโรป และทีมชาติอังกฤษ เขามีความรู้มากพอที่จะถ่ายทอดแนวคิดให้กับเพื่อนร่วมทีม และยกระดับมาตรฐานภายในห้องแต่งตัว
ขณะเดียวกัน เบิร์นลีย์ ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการแต่งตั้ง นิคกี้ เฮย์น เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ทำให้ทีมต้องเริ่มต้นบทใหม่พร้อมเป้าหมายที่ชัดเจน
สามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และข้อมูลเกี่ยวกับ เบิร์นลีย์ ได้จาก
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเบิร์นลีย์
ภารกิจของ วอล์คเกอร์ และ เบิร์นลีย์ ในฤดูกาลนี้ชัดเจนมาก นั่นคือการกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกให้เร็วที่สุด แม้การแข่งขันในแชมเปียนชิพจะเต็มไปด้วยเกมที่หนักและคู่แข่งที่พร้อมท้าทายทุกสัปดาห์ แต่ประสบการณ์ของกองหลังวัย 36 ปี อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย
ส่วนคำเตือนถึงบรรดาปีกคู่แข่งก็ชัดเจนไม่แพ้กัน หากคิดว่าจะใช้ชื่อของ วอล์คเกอร์ เป็นทางลัดในการสร้างชื่อเสียง ก็ต้องเตรียมพบกับกองหลังจอมเก๋าที่พร้อมทุ่มเทเต็มร้อยในทุกเกม เพราะเขายืนยันแล้วว่า จะไม่ยอมกลายเป็น “มีม” ของใครอย่างแน่นอน
และสำหรับเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด วอล์คเกอร์ ต้องการเพิ่มอีกหนึ่งความสำเร็จลงในประวัติศาสตร์อาชีพ นั่นคือการพา เบิร์นลีย์ กลับสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้
อ่านข่าวฟุตบอลล่าสุด |
ข่าวพรีเมียร์ลีก |
ข่าวฟุตบอลอังกฤษ |
ข่าวเบิร์นลีย์
