ฝันร้ายโอลด์ แทรฟฟอร์ด! ‘ลีดส์’ บุกดับ ‘แมนยู’ ในรอบ 45 ปี รอยร้าวที่อาจพังอนาคต ‘คาร์ริค’

BK8 – รอยร้าวในโรงละครแห่งความฝัน: เมื่อ ‘ลีดส์’ กระชากหน้ากาก ‘แมนยู’ และบททดสอบสำคัญของ ‘คาร์ริค’ – แทงบอล
หากย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1981 ครั้งสุดท้ายที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด บุกมาชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ภาพจำในวันนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรงและยุคมืดของฮูลิแกน แต่ในค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้บรรยากาศจะเปลี่ยนไป ทว่าความเดือดดาลของเกมดาร์บี้แมตช์แห่งประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ และจบลงด้วยชัยชนะ 2-1 ของทีมเยือน ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 45 ปี
เหมาสองประตูในครึ่งแรกของ โนอาห์ โอคาฟอร์ พาพลพรรคยูงทองของ ดาเนียล ฟาร์เค่ คว้าชัยชนะที่ล้ำค่าต่อการหนีตกชั้น แต่ในทางกลับกัน มันคือการทิ้งบาดแผลลึกไว้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ไมเคิ่ล คาร์ริค
สะดุดผิดเวลา… ภายใต้สายตาของ ‘เซอร์ จิม’
ในช่วงเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูเหมือนกำลังจะล่องเรือเข้าสู่โควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างราบรื่น และ ไมเคิ่ล คาร์ริค กำลังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือถาวร ลีดส์กลับเข้ามาหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยให้เกิดขึ้น
ความพ่ายแพ้คาบ้านนัดแรกของคาร์ริคอาจดูไม่เสียหายนัก หากพวกเขากลับมาเอาชนะเชลซีได้ในวันเสาร์นี้ แต่สถิติ “ชนะเพียง 1 นัดจาก 4 เกมหลังสุด” คือสัญญาณเตือนภัยที่สว่างวาบ และมันเกิดขึ้นในเวลาที่แย่ที่สุด… ต่อหน้า co-owner อย่าง เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีผู้ได้ชื่อว่ามักจะตัดสินใจด้วยความหุนหันพลันแล่นในบางครั้ง
คาร์ริคเคยเรียกงานนี้ว่า “งานในฝันอันสูงสุด” แต่ผลงานในเกมนี้อาจทำให้ เซอร์ จิม ต้องกลับมาทบทวนตัวเลือกของเขาอีกครั้ง
ฮีโร่ที่ไม่ได้ลงสนาม และดาวรุ่งที่ถูกรับน้อง
สิ่งที่น่าตลกร้ายคือ นักเตะแมนยูสองคนที่ได้รับเครดิตมากที่สุดจากเกมนี้ คือคนที่ “ไม่ได้ลงสนาม” อย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (ติดโทษแบน) และ ค็อบบี้ เมนู (บาดเจ็บ)
เมื่อขาดเสาหลัก สตาร์หลายคนก็ถูกเปิดโปงจุดอ่อนออกมาอย่างชัดเจน:
-
เลนี่ โยโร่: ปราการหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส รับมือกับความดุดันและลูกตุกติกสไตล์ฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เลย เขาถูก โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน เล่นงานอย่างหนัก จนนำไปสู่ความผิดพลาดในประตูแรก
-
ลิซานโดร มาร์ติเนซ: สูญเสียความเยือกเย็นจนโดนใบแดงจากการไปดึงผม คัลเวิร์ต-เลวิน (แม้คาร์ริคจะมองว่าเป็นการตัดสินที่ผิดพลาดก็ตาม)
-
มานูเอล อูการ์เต้: ได้รับโอกาสทองแทนที่เมนู แต่กลับทำผลงานได้ย่ำแย่ กองกลางค่าตัว 50 ล้านปอนด์รายนี้ดูเหมือนจะหมดอนาคตและเตรียมถูกปล่อยตัวหลังจบฤดูกาล
สิ่งที่สะท้อนความน่าผิดหวังของแนวรุกแมนยูได้ดีที่สุดคือ คาเซมิโร่ มิดฟิลด์วัย 34 ปีที่กำลังจะหมดสัญญา กลับกลายเป็นตัวอันตรายที่สุดของทีม โดยทำได้ 1 ประตู และเกือบพังประตูตีเสมอได้
คำถามถึง ‘ทูเคิ่ล’ และทัพสิงโตคำราม
นอกเหนือจากฝั่งแมนยูแล้ว ฟอร์มของ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ในเกมนี้ยังเป็นการตั้งคำถามตัวโตๆ ถึง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทีมชาติอังกฤษ
แม้คัลเวิร์ต-เลวิน จะปั่นป่วนแผงหลังแมนยูได้ตลอดทั้งเกม แต่เขากลับพลาดโอกาสทองหน้าปากประตูถึง 2 ครั้งเน้นๆ สถิติปืนฝืดในลีก 6 นัดติดชี้ให้เห็นถึงความไม่เด็ดขาด ซึ่งหากต้องไปลุยฟุตบอลโลกโดยที่ไม่มี แฮร์รี่ เคน ความไร้ความเฉียบคมเช่นนี้อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับทัพ “สิงโตคำราม” ได้
ฟุตบอลมักสอนบทเรียนที่เจ็บปวดเสมอ และสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด บทเรียนจากรอยร้าวในเกมนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่าพวกเขา (และคาร์ริค) แข็งแกร่งพอที่จะก้าวข้ามมันไปได้หรือไม่
