ฟูแล่ม เปิดฉากคุย ‘อาร์เบลัว’ ล่าตัวนั่งแท่นกุนซือใหม่สานต่อมรดกลูกหนังของ ‘มาร์โก ซิลวา’
BK8 – ‘รอยต่อแห่งยุคสมัย’: ฟูแล่มเดินหน้าเจรจา ‘อาร์เบลัว’ หวังดึงกุมบังเหียนทวงความยิ่งใหญ่หลังสิ้นสุดยุคซิลวา – แทงบอล
ในโลกของฟุตบอล ความเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากพาพลพรรค “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม โลดแล่นอย่างมั่นคงในพรีเมียร์ลีกมานานถึง 5 ปี มาร์โก ซิลวา ได้ตัดสินใจอำลาถิ่นคราเวน ค็อทเทจ เพื่อไปรับงานใหญ่ท้าทายฝีมือในการเป็นตัวแทนของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่สโมสรเบนฟิก้า ทิ้งไว้เพียงมรดกชิ้นงามและเก้าอี้ผู้จัดการทีมที่ว่างลง และตอนนี้ ฟูแล่มกำลังเบนเข็มไปหาอดีตดาวเตะระดับแชมป์โลกอย่าง อัลบาโร่ อาร์เบลัว
สโมสรฟูแล่มได้เริ่มเปิดฉากพูดคุยกับอาร์เบลัวถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่แล้ว โดยกุนซือวัย 43 ปีรายนี้เพิ่งจะยุติบทบาทการคุมทีมสั้นๆ 6 เดือนในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ของเรอัล มาดริด ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ โชเซ่ มูรินโญ่ หวนคืนรังราชันชุดขาวอีกครั้ง
มรดกอันล้ำค่าที่ มาร์โก ซิลวา ทิ้งไว้เบื้องหลัง
การเข้ามาแทนที่ มาร์โก ซิลวา ไม่ใช่งานที่ง่ายสำหรับใครก็ตาม ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสเข้ามารับงานกับฟูแล่มในปี 2021 ก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ตั้งแต่ฤดูกาลแรก และสร้างรากฐานให้ฟูแล่มกลายเป็นทีมที่เคี้ยวได้ยากในลีกสูงสุด
-
ปี 2025: ซิลวาพาทีมจบอันดับ 11 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของสโมสรในพรีเมียร์ลีกด้วยการเก็บได้ถึง 54 คะแนน
-
ฤดูกาลล่าสุด (2025-26): เขายังคงรักษามาตรฐานพาทีมจบอันดับ 11 ของตารางได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยการทิ้งทวนเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ในนัดปิดฤดูกาล
-
สถิติตลอดการคุมทีม: ฟูแล่มภายใต้บังเหียนของซิลวาจบอันดับที่ 10, 13, 11 และ 11 ในพรีเมียร์ลีกตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงความสม่ำเสมอที่ยอดเยี่ยม
เส้นทางและความท้าทายใหม่ของ ‘อาร์เบลัว’
สำหรับ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ชื่อเสียงของเขาในฐานะผู้เล่นนั้นไร้ข้อกังขา อดีตแบ็กขวาจอมขยันรายนี้เคยชูถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับเรอัล มาดริด 2 สมัย และเป็นหนึ่งในขุนพลเพชรฆาตชุดประวัติศาสตร์ของทีมชาติสเปนที่คว้าแชมป์โลก 1 สมัย และแชมป์ยูโรอีก 2 สมัย ช่วงปี 2008-2012 นอกจากนี้ เขายังคุ้นเคยกับวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างดีจากการเคยค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางการเป็นผู้จัดการทีม อาร์เบลัวเพิ่งจะเริ่มต้นชิมลางจากการคุมทีมสำรองของเรอัล มาดริด ก่อนจะถูกดันขึ้นมากุมบังเหียนทีมชุดใหญ่เมื่อวันที่ 12 มกราคม หลังจากการปลด ชาบี อลอนโซ่ ออกจากตำแหน่ง
ช่วงเวลา 6 เดือนในฐานะนายใหญ่ราชันชุดขาวของเขาเต็มไปด้วยบทเรียนที่ล้ำค่าและขมขื่น เริ่มต้นนัดแรกด้วยการตกรอบโกปา เดล เรย์ แบบช็อกโลกด้วยน้ำมือของทีมลีกรองอย่าง อัลบาเซเต้ ตามมาด้วยการจอดป้ายในรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกแชมเปี้ยนส์ลีกจากการพ่ายแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์รวม 4-6 และจบฤดูกาลในลาลีกาด้วยตำแหน่งรองแชมป์ โดยมีแต้มตามหลังบาร์เซโลน่าถึง 8 คะแนน
การเจรจาระหว่างฟูแล่มและอาร์เบลัวในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนโอกาสครั้งสำคัญที่ต่างฝ่ายต่างต้องการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ฟูแล่มต้องการกุนซือหนุ่มไฟแรงที่มีบารมีและเข้าใจฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ส่วนอาร์เบลัวก็ต้องการเวทีเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ปรัชญาและสมองลูกหนังของเขานั้นดีพอที่จะสลักชื่อในฐานะยอดกุนซือ ไม่ใช่เพียงแค่ภาพจำในอดีตสมัยเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
