หมดหัวใจ! บทสรุป ‘เอ็ดดี้ ฮาว’ ผู้เปลี่ยนความฝัน ‘นิวคาสเซิ่ล’ ให้เป็นจริง ก่อนตัดสินใจอำลาทีม
BK8 – ‘ทุ่มเทจนหมดหัวใจ’: วันที่ ‘เอ็ดดี้ ฮาว’ เสกความฝันของสาลิกาดงให้เป็นจริง… ก่อนเดินจากไปแบบหมดจด – แทงบอล
หาก เควิน คีแกน คือชายผู้จุดประกายความฝันให้กับชาวนิวคาสเซิ่ล เอ็ดดี้ ฮาว ก็คือชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อสานความฝันเหล่านั้นให้กลายเป็นความจริง… แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และดูเหมือนว่ายุคสมัยในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค มักจะจบลงด้วยความรู้สึกที่บีบคั้นหัวใจเสมอ
คล้อยหลังข่าวเศร้าจากการจากไปก่อนวัยอันควรของ เควิน คีแกน เพียงไม่นาน ข่าวการเตรียมอำลาตำแหน่งของ เอ็ดดี้ ฮาว ก็ถูกเปิดเผยออกมา มันยากที่จะไม่นำสองเหตุการณ์นี้มาเชื่อมโยงกันในแง่ของความรู้สึก คีแกน คือผู้พานิวคาสเซิ่ลเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี 1993 และสอนให้พวกเขารู้จักการไล่ล่าความสำเร็จ ขณะที่อีก 3 ทศวรรษต่อมา ฮาว คือผู้ที่เข้ามาปลดล็อกปมในใจ ปิดฉากการรอคอยอันยาวนานได้สำเร็จ
ฮาวมักจะพูดเสมอว่า ทีมยุค “The Entertainers” ของคีแกน มีอิทธิพลต่อเขามากแค่ไหนในวัยเด็ก แม้สไตล์การทำทีมจะต่างกัน ทีมของคีแกนอาจจะดูสวยงาม ไร้เดียงสา และดุดัน แต่ทีมของฮาวคือการสร้างกลุ่มนักเตะ “ผึ้งงาน” ที่พร้อมวิ่งสู้ฟัด ทุ่มเทจนหยดสุดท้ายเพื่อชัยชนะ ทั้งคู่มีความน่าทึ่งในแบบของตัวเอง และบางครั้งก็ดูเหมือนว่า ผู้ชายสองคนนี้จะเข้าใจจิตวิญญาณของนิวคาสเซิ่ล… ได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าตัวสโมสรเองเสียอีก
ปาฏิหาริย์ และ การรอคอย 70 ปี
สิ่งที่ เอ็ดดี้ ฮาว ทำสำเร็จนั้นเข้าขั้นมหัศจรรย์ วันที่เขาเดินเข้ามาในเดือนพฤศจิกายน 2021 นิวคาสเซิ่ลคือทีมที่ไร้ชัยชนะ อาการร่อแร่เหมือนคนไข้รอวันหมดลมหายใจ ชัยชนะนัดที่สองของพวกเขาในฤดูกาลนั้นเพิ่งจะมาถึงในเดือนมกราคม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือปาฏิหาริย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อ
ด้วยการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม (ทริปเปียร์, เบิร์น, กิมาไรส์) พวกเขารอดตกชั้นได้อย่างสง่างาม ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาจะพุ่งทะยานคว้าตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก และทะลุเข้าชิง คาราบาว คัพ แม้จะอกหักพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด ในปีนั้น… แต่ปีต่อมา พวกเขากลับไปที่เวมบลีย์อีกครั้ง และโค่น ลิเวอร์พูล ลงได้สำเร็จ นิวคาสเซิ่ลคว้าแชมป์ในประเทศรายการแรกในรอบ 70 ปี และชื่อของ เอ็ดดี้ ฮาว ก็ถูกสลักไว้ในฐานะ “ตำนานของสโมสร” อย่างเป็นทางการ
ราคาที่ต้องจ่าย… ด้วยสุขภาพและจิตใจ
แต่หากคิดว่าแชมป์นั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทอง มันกลับกลายเป็นจุดที่สายป่านเริ่มตึงจนขาดเผาะ
การสูญเสีย อเล็กซานเดอร์ อิซัค ให้กับลิเวอร์พูล สร้างบาดแผลลึกในแนวรุกที่ทีมหาตัวแทนไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงในบอร์ดบริหารทำให้ฮาวขาดการสนับสนุนที่เคยมี โมเมนตัมของทีมสะดุดลง นิวคาสเซิ่ลเริ่มสูญเสียตัวตน ในยุคแรก ฮาวแทบจะต้องรับบทผู้อำนวยการกีฬาคอยดูแลการซื้อขายนักเตะด้วยตัวเอง เขาต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำเพื่อกอบกู้ซากปรักหักพังที่ ไมค์ แอชลีย์ ทิ้งไว้
ความเครียดสะสมเริ่มกัดกินร่างกาย หนึ่งเดือนหลังจากคว้าแชมป์ ฮาวต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการปอดบวม… มันเกี่ยวกับการทำงานหนักเกินไปหรือไม่?
“อาจจะใช่ครับ” ฮาวเคยเปิดใจกับ The Athletic “ผมคงไม่มีวันรู้คำตอบที่แน่ชัด แต่งานนี้คือทุกสิ่งทุกอย่างของผม มันกลืนกินชีวิตผมไปจนหมด พูดตามตรงว่ามันคงส่งผลเสียต่อสุขภาพนั่นแหละ คุณต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดตลอดเวลา ทั้งวันแข่ง ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ คุณไม่มีทางรู้เลยว่ามันทำร้ายร่างกายคุณไปแค่ไหน”
สิ้นสุดทางเดิน เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
ครึ่งแรกของฤดูกาลที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความยากลำบาก การพยายามรั้งตัวนักเตะที่ไม่มีความสุขกลายเป็นเรื่องสูบพลังงาน ฮาวรู้ตัวดีว่าตอนคุม บอร์นมัธ เขาเคย “อยู่นานเกินไป” จนทีมพัง และเขาไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่นิวคาสเซิ่ล
ฟางเส้นสุดท้ายเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในซัมเมอร์นี้ ทีมต้องเสีย แอนโทนี่ กอร์ดอน และ ซานโดร โตนาลี่ ไป พร้อมกับความไม่แน่นอนของ บรูโน่ กิมาไรส์ ท่ามกลางขุมกำลังที่แก่ตัวลง การจะพาทีมกลับไปลุ้นแชมป์ตามเป้าหมายของบอร์ดบริหารดูจะกลายเป็นความกดดันที่เกินความจริง ฮาวรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ต้อง “เริ่มสร้างทีมใหม่ทั้งหมด” อีกครั้ง
“ผมแค่อยากรับใช้สโมสร และทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเพื่อสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ นั่นคือเป้าหมายของผมเสมอมา… หากการที่ผมเดินจากไป คือสิ่งที่จะช่วยสโมสรได้ แน่นอนว่าผมจะทำ ผมไม่มีปัญหาเลย มันไม่ใช่เรื่องของผม (แต่เป็นเรื่องของทีม)” ฮาวเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนเมษายน
ในตอนท้าย การอำลาของ เอ็ดดี้ ฮาว มีเพียงแค่ความเศร้าโศก… ไม่มีเสียงโห่ไล่ ไม่มีใครเกลียดชังเขา แฟนบอลทูนอาร์มี่ส่วนใหญ่มีแต่ความรักและเทิดทูน ในสิ่งที่เขาได้มอบให้ นั่นคือการเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็น “ผู้ชนะ” อีกครั้ง
เช่นเดียวกับ เควิน คีแกน… เอ็ดดี้ ฮาว เข้ามาเปลี่ยนความรู้สึกที่นิวคาสเซิ่ลมีต่อตัวเอง เขาทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และสมเกียรติที่สุด และเช่นเดียวกับ คีแกน… เอ็ดดี้ ฮาว ได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้กับทีมไปหมดแล้ว… จนกระทั่งไม่เหลืออะไรจะให้อีกต่อไป
