เจาะลึกแทคติก! ทำไม ‘สเปอร์ส’ เล็งกระชาก ‘กัคโป’ และเหตุผลที่ลิเวอร์พูลไม่อยากปล่อยตัว
เจาะลึกแทคติก! ทำไม 'สเปอร์ส' เล็งกระชาก 'กัคโป' และเหตุผลที่ลิเวอร์พูลไม่อยากปล่อยตัว
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังแสดงความสนใจอย่างจริงจังในการคว้าตัว โคดี้ กัคโป แนวรุกของลิเวอร์พูล ในขณะที่กุนซือ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กำลังเดินหน้าปรับโฉมขุมกำลังของทีมอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าดีลนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ลิเวอร์พูลเองก็ไม่อยากลดทอนความอันตรายในแดนหน้าของตัวเองลง โดยเฉพาะหลังจากที่เสีย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไป และ อูโก้ เอกิติเก้ ก็ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย แม้ทัพ “หงส์แดง” จะกำลังไล่ล่าตัว บรัดเล่ย์ บาร์โกล่า ปีกตัวจี๊ดจากเปแอสเช แต่หากได้ตัวมา การปล่อยกัคโปออกไปก็ยังถือเป็นการสูญเสียแนวรุกที่มากประสบการณ์ที่สุดคนหนึ่งของทีมอยู่ดี
คำถามคือ… ทำไมสเปอร์สถึงอยากได้ตัวเขา? และสถิติบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่กัคโปจะมอบให้กับระบบของเด แซร์บี้ได้บ้าง?
จิ๊กซอว์ที่ลงตัวในระบบ ‘เด แซร์บี้’
หากมองเผินๆ กัคโป อาจดูเหมือนเป็นเพียงปีกซ้ายอีกคนหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง เขามอบความยืดหยุ่นทางแทคติกได้มากกว่านั้นมหาศาล
แม้จะลงเล่นให้ลิเวอร์พูลทางฝั่งซ้ายเป็นส่วนใหญ่ แต่ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์รายนี้มักจะถูกใช้งานในบทบาทกองหน้าตัวกลาง, ฟอลส์ไนน์ (False 9) หรือกองหน้าตัวต่ำอยู่เสมอ มีรายงานว่า เด แซร์บี้ มองเห็นศักยภาพของเขาในการเล่นตรงกลาง คอยถอยลงมาเชื่อมเกมระหว่างไลน์กองหลังและกองกลางคู่แข่ง ก่อนจะจ่ายบอลทะลุช่องให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งสอดขึ้นไปทำประตู
โปรไฟล์แบบนี้เข้ากับปรัชญาฟุตบอลของกุนซือชาวอิตาเลียนอย่างสมบูรณ์แบบ แทนที่จะพึ่งพากองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิม เด แซร์บี้ มักจะสั่งให้กองหน้าตัวกลางดึงตัวประกบออกจากพื้นที่ เชื่อมเกมกับกองกลาง และสร้างพื้นที่ให้ปีกโจมตี กัคโปมีทั้งเทคนิค การครองบอลที่ยอดเยี่ยม และความฉลาดในการยืนตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่นั้น พร้อมๆ กับการเป็นกำลังเสริมทางฝั่งซ้ายได้อีกด้วย
ความสารพัดประโยชน์ของเขาจะเป็นหลักประกันชั้นดีให้สเปอร์ส เพราะแม้ โดมินิก โซลันกี้ และ มาติส แตล จะเป็นกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติ แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถสลับไปเล่นด้านข้างและตรงกลางได้อย่างลื่นไหลเท่ากับกัคโป
ตัวเลขที่ไม่เคยโกหก: สถิติที่ซ่อนอยู่
ฤดูกาล 2025-26 ของกัคโป ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลเสียงแตก ผลงาน 7 ประตูในพรีเมียร์ลีกถือเป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เขาย้ายมาเล่นเต็มฤดูกาลที่แอนฟิลด์
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกกลับแสดงให้เห็นภาพที่น่าประทับใจกว่านั้นมาก แม้ลิเวอร์พูลจะโชว์ฟอร์มโดยรวมได้ไม่ดีนัก แต่กัคโปยังคงรั้งตำแหน่งหนึ่งในแนวรุกด้านข้างที่อันตรายที่สุดของยุโรปในการหาโอกาสทำประตู
-
มีปีกเพียง 7 คนใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ที่มีสถิติสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากกว่าเขา (2.2 ครั้งต่อ 90 นาที)
-
เขาติดท็อป 10 ทั้งในเรื่องของการยิงประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ และการสร้างสรรค์โอกาส
-
เมื่อเทียบกับผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันในยุโรป กัคโปอยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 98 ด้านความถี่ในการยิงประตู, 96 ด้านการมีส่วนร่วมในแดนบน และ 91 ด้านความอันตรายในกรอบเขตโทษ
สถิติเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยความขยันในการวิ่งเจาะพื้นที่หลังแนวรับ กัคโปถูกจับล้ำหน้าถึง 30 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว มากกว่านักเตะทุกคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขามักจะพยายามวิ่งทะลุแนวรับตัวสุดท้ายเพื่อหาโอกาสทำประตู มากกว่าแค่การยืนรอรับบอลเฉยๆ
ดีกว่ากองหน้าสเปอร์สที่มีอยู่หรือไม่?
ลองมาดูการเปรียบเทียบสถิติในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 ระหว่าง กัคโป กับตัวเลือกแนวรุกของสเปอร์สกัน:
กัคโปจบฤดูกาลที่แล้วด้วยค่า xG ที่สูงที่สุด (8.59), โอกาสยิงมากที่สุด (87), แอสซิสต์มากที่สุด (5) และสร้างโอกาสทองได้มากที่สุด (10) เหนือกว่ากองหน้าสเปอร์สทุกคน แม้ริชาร์ลิซอนจะยิงได้มากกว่า แต่กองหน้าชาวบราซิลกลับมีโอกาสยิงน้อยกว่าถึง 26 ครั้ง และสร้างโอกาสทองได้น้อยกว่าถึงครึ่งหนึ่ง
นอกจากเรื่องเกมรุกแล้ว เกมรับของเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน กัคโปแย่งบอลกลับมาได้ถึง 87 ครั้ง (45 ครั้งในแดนกลาง) และตัดบอลได้ 13 ครั้ง ซึ่งสูงกว่า ริชาร์ลิซอน, แตล และ โซลันกี้ ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยส่วนสูงถึง 193 ซม. เขายังเป็นปีกที่มีความโดดเด่นในการเล่นลูกกลางอากาศ ซึ่งจะช่วยเปิดมิติการเล่นใหม่ๆ ให้เด แซร์บี้ ยามเจอกับทีมที่รับลึกได้เป็นอย่างดี
ทำไมลิเวอร์พูลถึงหวงแหน?
คุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา คือเหตุผลที่ลิเวอร์พูลไม่ได้มีความคิดที่จะปล่อยตัวเขาออกไปเลย
แม้แฟนบอลอาจจะมีช่วงที่หงุดหงิดกับฟอร์มของเขาไปบ้าง แต่กัคโปคือหนึ่งในกองหน้าที่ไว้ใจได้ที่สุดของทีม การสูญเสียทั้งเขาและซาลาห์ไปในตลาดรอบเดียวกัน จะส่งผลกระทบต่อความลึกของทีมอย่างมหาศาล แม้จะได้ตัว บาร์โกล่า มาร่วมทีม แต่ภาระหนักก็ยังคงตกอยู่กับแข้งใหม่อย่าง บิคตอร์ มูนญอซ และดาวรุ่งวัย 17 ปีอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา อยู่ดี
ลิเวอร์พูลรู้ดีว่ากัคโปคือคนที่พึ่งพาได้เสมอ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เขากดไปแล้ว 7, 8, 10 และ 7 ประตูในลีกตามลำดับ และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 เป็นต้นมา มีเพียง ซาลาห์ คนเดียวเท่านั้นที่ยิงในพรีเมียร์ลีกให้ลิเวอร์พูลได้มากกว่าเขา (17 ประตู)
สำหรับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ การได้นักเตะที่ไว้ใจได้และเล่นได้หลากหลายตำแหน่งคือความเย้ายวนใจขั้นสุด แม้ตัวเลข 7 ประตูในลีกอาจจะดูไม่หวือหวา แต่สถิติเชิงลึกได้พิสูจน์แล้วว่า เขาคือคนที่พร้อมจะสร้างความอันตรายในระดับท็อปของยุโรปเสมอ
บทสรุปของดีลนี้ สเปอร์สจะสามารถโน้มน้าวให้ลิเวอร์พูลยอมปล่อยตัวรุกคนสำคัญรายนี้ออกมาได้หรือไม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด
