เจ็บปวดแต่ต้องยอมรับ! ‘ปิร์โล่’ รับอิตาลีตามหลังโลกฟุตบอล พร้อมฟันธงนัดชิง UCL เปแอสเช ดวล อาร์เซน่อล
BK8 – ‘เมื่อวันวานไม่หวนกลับ’: อันเดรีย ปิร์โล่ กับความจริงอันปวดร้าวของลูกหนังอิตาลี และบทวิเคราะห์นัดชิง UCL – แทงบอล
“มันนานมากแล้วนะ ที่ฟุตบอลอิตาลีไม่ได้อยู่ในจุดที่ยอดเยี่ยมที่สุด” อันเดรีย ปิร์โล่ เอ่ยขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้บนใบหน้าที่ผ่านกาลเวลา “ฟุตบอลเปลี่ยนไปแล้ว แต่น่าเศร้า… ที่เรากลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
บาดแผลที่ยังสดใหม่ของทัพอัซซูร์รี่
ความรู้สึกจากค่ำคืนที่เมืองเซนิกายังคงบาดลึก เมื่อ 8 สัปดาห์ก่อน ทีมชาติอิตาลีต้องพบกับฝันร้ายซ้ำรอย เมื่อพวกเขาพลาดการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังพ่ายจุดโทษต่อ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในรอบเพลย์ออฟ
สำหรับหลายคน นี่คือจุดตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิตาลี เป็นความพ่ายแพ้ที่สะท้อนภาพรวมของวงการลูกหนังมักกะโรนีได้อย่างเจ็บปวด “ฟุตบอลทุกวันนี้ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว คุณต้องเรียนรู้ที่จะวิวัฒนาการ” ปิร์โล่ กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “คุณไม่สามารถยึดติดกับความคิดแบบเมื่อ 20 ปีก่อน ในตอนที่เรายังเป็นเจ้าแห่งโลกฟุตบอลทั้งในเรื่องระบบ คุณภาพ และแท็กติก… ตอนนี้เราต้องการการผลัดใบครั้งใหญ่”
แสงสว่างจากสายเลือดใหม่
ย้อนกลับไปในปี 2006 ตอนที่อิตาลีชูถ้วยแชมป์โลก ขุมกำลังของพวกเขามีอายุเฉลี่ย 26.7 ปี ทว่ากาลเวลาเปลี่ยนไป และ ‘ความเยาว์วัย’ คือสิ่งจำเป็น หลายคนชี้ว่าการละเลยการพัฒนาดาวรุ่งคือจุดเริ่มต้นของความตกต่ำ แต่วันนี้ ซิลวิโอ บัลดินี่ ผู้จัดการทีมขัดตาทัพ กำลังจะสร้างจุดเปลี่ยน
บัลดินี่ตัดสินใจเรียกตัวทีมชุดเตรียมอุ่นเครื่องกับ ลักเซมเบิร์ก และ กรีซ ด้วยอายุเฉลี่ยเพียง 20 ปี 6 เดือน ดาวรุ่งหลายคนได้รับโอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น ซามูเอเล อินาซิโอ, ฟรานเชสโก้ คามาร์ด้า, ฟรานเชสโก้ ปิโอ เอสโปซิโต และ ดาวิเด้ บาร์เตซากี
ปิร์โล่ มองเห็นความหวังจากสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้:
-
“ผู้เล่นหน้าใหม่หลายคนจะได้มีโอกาสแสดงฝีเท้า ผมหวังว่ามันจะช่วยเปิดศักราชใหม่ให้กับเรา”
-
“นิโคโล ปิซิลลี่ จากโรม่า เป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เช่นเดียวกับ ปิโอ เอสโปซิโต เรายังมีเด็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพอีกมากมาย”
วิเคราะห์นัดชิง UCL: เสน่ห์ที่ลูกหนังอิตาลีโหยหา
เมื่อบทสนทนาเปลี่ยนไปสู่เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่าง อาร์เซน่อล และ ปารีส แงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) ปิร์โล่ ผู้เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเวทีนี้ ไม่พลาดที่จะกล่าวถึงมิดฟิลด์ที่โดดเด่นที่สุดในมุมมองของเขา
“วิตินญ่า คือปรมาจารย์ของเกมนี้” ปิร์โล่กล่าวด้วยความชื่นชม “เขามักจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ยากๆ ได้เสมอ เขามีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม ผมกล้าพูดเลยว่า วิตินญ่า คือนักเตะในยุคนี้ที่มีสไตล์คล้ายคลึงกับผมมากที่สุด แต่ผมก็ชอบ เดแคลน ไรซ์ เช่นกันนะ”
สำหรับผู้ชนะในนัดชิง ปิร์โล่ได้วิเคราะห์ไว้ว่า:
-
เปแอสเช: “เปแอสเช ได้เปรียบกว่าเล็กน้อย เพราะพวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์เมื่อปีที่แล้ว และมีประสบการณ์จากการผ่านบาเยิร์นมาได้ในรอบรองฯ”
-
อาร์เซน่อล: “ส่วนอาร์เซน่อลก็เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่คิดบวกสุดๆ ดังนั้นผมให้ เปแอสเช มีโอกาสชนะ 60% แต่ในนัดชิง… อะไรก็เกิดขึ้นได้”
ตัวตนที่หายไปของแดนกลางอัซซูร์รี่
เมื่อถูกถามถึงความสมดุลในแดนกลางของอิตาลียุคปัจจุบัน อย่าง นิโคโล บาเรลล่า และ มานูเอล โลคาเตลลี่… ปิร์โล่ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นและตอบอย่างตรงไปตรงมา “ตอนนี้ในอิตาลี เราไม่มีนักเตะที่สามารถโชว์ฟอร์มในระดับที่เกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกต้องการได้เลย พวกเขาเป็นนักเตะที่ดีในลีกอิตาลีก็จริง แต่น่าเสียดาย… ที่ตอนนี้เราไม่มีนักเตะที่มี ‘ตัวตน’ และเอกลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับที่ผมกล่าวถึง (วิตินญ่า และ ไรซ์)”
ในเดือนหน้า อิตาลียุคใหม่ของบัลดินี่จะลงสนามพบกับ ลักเซมเบิร์ก… ปิร์โล่ และชาวอิตาลีอีกนับล้านคน จะเฝ้ามองด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง หวังว่าบาดแผลในอดีต จะเป็นเพียงบทเรียนที่ผลักดันให้ทัพอัซซูร์รี่กลับมาผงาดบนจุดสูงสุดได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้
